เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
บอร์ดราง เตรียมประกาศ กทม. เป็น “เขตเฝ้าระวังพิเศษ” ห้ามรถไฟสินค้าวิ่งกลางวัน-รถน้ำมัน 24 ชม.
Economic บอร์ดราง เตรียมประกาศ กทม. เป็น “เขตเฝ้าระวังพิเศษ” ห้ามรถไฟสินค้าวิ่งกลางวัน-รถน้ำมัน 24 ชม.
‘ผู้จัดการรายวัน’ เลิกพิมพ์ 31 ก.ค. ปิดฉากสื่อกระดาษกว่า 35 ปี
Business ‘ผู้จัดการรายวัน’ เลิกพิมพ์ 31 ก.ค. ปิดฉากสื่อกระดาษกว่า 35 ปี
‘สี จิ้นผิง‘ หนุนรัฐบาลไทยเร่งพัฒนารถไฟเชื่อม 3 ประเทศ ปราบอาชญากรรมข้ามชาติ
World ‘สี จิ้นผิง‘ หนุนรัฐบาลไทยเร่งพัฒนารถไฟเชื่อม 3 ประเทศ ปราบอาชญากรรมข้ามชาติ
ทรูมันนี่ เปิดตัวฟีเจอร์ ‘แตะจ่าย’ ใช้ที่ 7-Eleven-ร้านค้าพันธมิตร แตะเข้า MRT รอเร็ว ๆ นี้
Tech ทรูมันนี่ เปิดตัวฟีเจอร์ ‘แตะจ่าย’ ใช้ที่ 7-Eleven-ร้านค้าพันธมิตร แตะเข้า MRT รอเร็ว ๆ นี้
การรถไฟฯ เปิด SRT Bangkok Connex กรุงเทพฯ-อยุธยา เริ่ม 1 ส.ค.
Economic การรถไฟฯ เปิด SRT Bangkok Connex กรุงเทพฯ-อยุธยา เริ่ม 1 ส.ค.
ศูนย์การค้า Happitat แลนด์มาร์กใหม่ย่านบางนา พร้อมเปิดบริการ 21 ส.ค.นี้
Real Estate ศูนย์การค้า Happitat แลนด์มาร์กใหม่ย่านบางนา พร้อมเปิดบริการ 21 ส.ค.นี้
อรรษิษฐ์ เผย มติ กสถ. โละบัญชีสอบท้องถิ่น เรียงลำดับใหม่ทั้งหมด 5,924 คน
Politics อรรษิษฐ์ เผย มติ กสถ. โละบัญชีสอบท้องถิ่น เรียงลำดับใหม่ทั้งหมด 5,924 คน
ไปรษณีย์ไทย ปลุกเทรนด์ส่งท้ายบอลโลก 2026 ดัน “โปสต์การ์ดออนไลน์” ลุ้นทอง 7 ล้าน
Biz Movement ไปรษณีย์ไทย ปลุกเทรนด์ส่งท้ายบอลโลก 2026 ดัน “โปสต์การ์ดออนไลน์” ลุ้นทอง 7 ล้าน
กสถ. สัปดาห์หน้า ลงนามเพิกถอน 5,924 คน พร้อมประกาศบัญชีใหม่
Politics กสถ. สัปดาห์หน้า ลงนามเพิกถอน 5,924 คน พร้อมประกาศบัญชีใหม่
เริ่มแล้วเทศกาลความเร็ว “IMPACT Speed Fest 2026”  
Automotive เริ่มแล้วเทศกาลความเร็ว “IMPACT Speed Fest 2026”  
ดูทั้งหมด

จากสุนทรพจน์ “สี จิ้นผิง” อ่าน “อนาคตเศรษฐกิจจีน”-

26 ต.ค. 2560 | 07:00น.

การประชุมสมัชชาพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่จัดขึ้นทุก ๆ 5 ปี สิ้นสุดลงแล้ว ด้วยข้อสรุปที่ชัดเจนในทางการเมืองว่า สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นผู้นำจีนที่ “เข้มแข็ง” ที่สุด ในบรรดาผู้นำร่วมสมัยเดียวกัน ยังคงมีอำนาจเต็มอยู่ในมือและมีทีท่าว่าจะสามารถมีอำนาจอิทธิพลมากยิ่งขึ้นด้วย

นั่นเป็นสิ่งที่นักสังเกตการณ์จีนคาดหมายเอาไว้แล้วก่อนหน้า แต่สิ่งที่นักวิชาการและนักสังเกตการณ์มองหามากที่สุดในสุนทรพจน์ แถลงนโยบายที่จะเป็นหลักในการปกครองจีนในอีก 5 ปีข้างหน้า ยาวนานกว่า 3 ชั่วโมงดังกล่าว มากกว่าประเด็นในทางการเมืองก็คือ จีนจะทำอย่างไรกับเศรษฐกิจที่นับวันยิ่งมีความหมายกับโลกมากขึ้นทุกที

ในทางการเมืองแนวทางและก้าวย่างของจีนตามวิสัยทัศน์ของสี จิ้นผิง ดูชัดเจนและเป็นรูปธรรมอย่างยิ่ง สียืนยันว่า ภายในปี 2050 ประเทศนี้จะกลายเป็นผู้นำของโลก ในด้านนวัตกรรม อำนาจอิทธิพลและพลานุภาพทางทหาร

“เรากำลังก้าวเดินสู่ความเป็นศูนย์ กลางเวทีโลก และพร้อมต่อการอุทิศตนอย่างต่อเนื่องเพื่อมนุษยชาติ และชาติจีนจะยังคงยืนหยัดอย่างมั่นคงในซีกตะวันออกของโลก”

ตามวิสัยทัศน์ดังกล่าว รูปแบบการพัฒนาที่นำและกำกับโดยพรรคการเมืองพรรคเดียว ไม่เพียงคงความสำคัญ แต่ สี จิ้นผิง เน้นย้ำว่าจำเป็นต้องขยายออกให้ครอบคลุมทุก ๆ คุณลักษณะของประเทศ ขณะที่ประธานาธิบดีจีนไม่ได้แสดงถึงเงื่อนงำหรือรูปธรรมของแนวทางเศรษฐกิจในอนาคตไว้แต่อย่างใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นของการปฏิรูปเศรษฐกิจในอีก 5 ปีข้างหน้า ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์และนักวิเคราะห์ทุกคนมองตรงกันว่า เป็น “ความเจ็บปวดที่จำเป็น” ต้องกระทำ หากต้องการให้เศรษฐกิจจีนเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป

แผนงานในอนาคตของสี จิ้นผิง มุ่งเน้นไปที่การกระชับอำนาจของพรรคให้แน่นแฟ้นยิ่งใหญ่มากขึ้น ด้วยการยืนยันว่า สิ่งนี้จะ “นำไปสู่ทุกสิ่งทุกอย่าง” แม้พูดถึงการปฏิรูปโดยประกาศจะยังคงเปิดรับธุรกิจจากต่างชาติ เร่งรัดให้การปฏิรูปรัฐวิสาหกิจรุดหน้า สร้างความเข้มแข็งให้กับการกำกับและตรวจสอบภาคการเงินมากขึ้น แต่ทั้งหมดแทบไม่มีอะไรแตกต่างจากวาทกรรมที่ผ่านมา ไม่มีการปฏิรูปในเชิงโครงสร้างในแบบ “ยกเครื่อง” ระบบเศรษฐกิจอย่างที่หลายฝ่ายคาดหวัง

และ สี จิ้นผิง ไม่ได้พูดถึง “เป้าหมายในการเติบโตทางเศรษฐกิจ” เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา นั่นอาจหมายความว่า จีนเริ่มลดความสำคัญของตัวเลขแต่หันไปมุ่งเน้น “คุณภาพของการขยายตัวทางเศรษฐกิจ” มากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งสะท้อนจากการที่ผู้นำจีนเน้นให้เห็นถึงการเอาชนะ “ความท้าทายหลัก” ทั้งหลายที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่ในเวลานี้ คือความพยายามเพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตโดยรวมของชนชาวจีน

สี จิ้นผิง นำเสนอ “ระบบพรรคเดียว” ว่าเป็น “ทางเลือกใหม่” ในการพัฒนาประเทศไปสู่เป้าหมายที่ต้องการ พูดถึงนโยบายว่าด้วย “วัน เบลต์ วัน โรด อินิชิเอทีฟ” ที่จีนต้องการใช้เป็นเครื่องมือในการส่งเสริมการค้าและส่งเสริมการลงทุนด้านสาธารณูปโภคขึ้นทั่วโลก

รายงานของโกลด์แมน แซกส์ ว่าด้วยสุนทรพจน์ครั้งนี้สรุปเอาไว้ว่า เป็นการส่งสัญญาณใหม่เพียงไม่กี่อย่างออกมาทั้งในแง่ของนโยบายระยะสั้น และในแง่ของนโยบายเชิงโครงสร้างในระยะยาว ในขณะที่นักวิชาการอย่าง จอร์จ แม็กนัส รองศาสตราจารย์ประจำศูนย์จีนศึกษา มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ชี้ว่า “วาทกรรมและวิสัยทัศน์” ของสี จิ้นผิง นั้น “ใหญ่โตโอฬาร” เหมือนอย่างที่คาดกัน แต่ปัญหาใหญ่หลวงจะเกิดขึ้นทันทีเมื่อลงมือปฏิบัติ เพราะ “ความสัมพันธ์ระหว่างพรรคกับรัฐ” ตามระบบของจีนนั้น พร้อมเสมอที่จะก่อให้เกิด “หลุมทรายดูด” ที่จะฉุดจีนให้ออกห่างจากแนวทางการปฏิรูปที่ช่วยยกระดับเศรษฐกิจของทั้งประเทศในอดีตที่ผ่านมา

สตีฟ ซ่าง ผู้อำนวยการสถาบันจีน จากมหาวิทยาลัยแห่งลอนดอน ประเทศอังกฤษ เชื่อว่า จากสุนทรพจน์ครั้งใหม่นี้ สี จิ้นผิง แสดงออกให้เห็นอย่างเปิดเผยว่า จีนมีโมเดลการพัฒนาที่เป็นแบบฉบับของตัวเอง ไม่ใช่รูปแบบเดียวกับทุนนิยม และไม่ใช่ในรูปแบบของประชาธิปไตย

ประเด็นสำคัญก็คือว่า ถ้าหากว่าพรรคคอมมิวนิสต์จีนภายใต้การนำของสี จิ้นผิง คิดถูก ทำถูก อย่างที่แสดงออก จีนก็จะพัฒนาต่อไปได้ด้วยดี

แต่ถ้าการนำชนิดที่ไม่ต้องการให้ใครตั้งคำถามดังกล่าว เกิดผิดพลาด บกพร่อง ผิดทิศทางขึ้นมา คำตอบก็มีอยู่เบ็ดเสร็จในตัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นตามมากับจีน และเศรษฐกิจโลก