สถานการณ์ เกาหลีเหนือ จับตาผลกระทบต่อแรงซื้อทองคำ-
ในเดือนตุลาคมสถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลีกลับมาตึงเครียดมากขึ้น หลังจากที่ตึงเครียดลดน้อยลงในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดกังวลว่าเกาหลีเหนือจะทดสอบยิงขีปนาวุธข้ามทวีปในวันที่ 10 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันครบรอบการก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์ของเกาหลีเหนือ ซึ่งทางรัสเซียเปิดเผยว่าเกาหลีเหนือมั่นใจว่ามีพิสัยการยิงถึง 12,000 กิโลเมตร หรือสามารถยิงไปได้ไกลถึงพื้นที่ชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐ อย่างไรก็ดี เกาหลีเหนือไม่ได้ทดสอบยิงขีปนาวุธตามที่ตลาดกังวล ทั้งนี้ในวันที่ 18 ตุลาคมซึ่งเป็นวันประชุมพรรคคอมมิวนิสต์จีนก็มีการคาดการณ์ว่าเกาหลีเหนือจะมีการทดสอบยิงขีปนาวุธ ขณะที่ยังมีการตอบโต้กันระหว่างสหรัฐและเกาหลีเหนือ ซึ่งเกาหลีเหนือได้ประกาศเตือนว่าจะถล่มยิงสหรัฐด้วยแสนยานุภาพทางทหารในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน ล่าสุดเกาหลีเหนือประกาศว่าจะทดสอบยิงขีปนาวุธโดยพุ่งเป้าไปยังเกาะกวม ซึ่งเป็นฐานทัพของสหรัฐ หลังจากที่สหรัฐเคยประกาศกร้าวว่าจะทำลายเกาหลีเหนือให้สิ้นซาก
นอกจากประเด็นสถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลีที่ช่วยหนุนราคาทองคำแล้ว เงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลงเป็นปัจจัยที่ช่วยหนุนราคาทองคำเช่นกัน ทั้งนี้จากการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐเดือนกันยายนลดลง 33,000 ตำแหน่ง เป็นการลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี นอกจากนี้การเปิดเผยรายงานการประชุม คณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ระบุว่า เจ้าหน้าที่เฟดหลายท่านมองว่าเฟดควรประเมินสถานการณ์เงินเฟ้อก่อนที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในปีนี้ ทำให้ราคาทองต่างประเทศ (gold spot) ในครึ่งแรกของเดือนตุลาคมปรับขึ้นทะลุแนวต้าน 1,300 ดอลลาร์/ออนซ์
ถึงแม้ว่าเกาหลีเหนือจะมีท่าทีแข็งกร้าวและไม่เกรงกลัวต่อสหรัฐ แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองมองว่าเกาหลีเหนือจะไม่เป็นฝ่ายเปิดศึกสงครามก่อน ที่ผ่านมาเกาหลีเหนือกระทำการเพียงยั่วยุสหรัฐเท่านั้น ยิ่งกว่านั้นถ้าเกาหลีเหนือมีการยิงขีปนาวุธไปที่เกาะกวมจริง สหรัฐเองก็มีระบบต่อต้านขีปนาวุธข้ามทวีป THAAD ที่สอยขีปนาวุธข้ามทวีปก่อนที่จะไปตกที่เป้าหมายได้ ดังนั้นเกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธข้ามทวีปไปก็ไม่ได้สามารถสร้างความเสียหายได้ ทางฝั่งพันธมิตรของเกาหลีเหนือทั้งจีนและรัสเซียก็คงไม่ได้อยากที่จะร่วมทำสงคราม เพราะจีนเองก็มุ่งในเรื่องเศรษฐกิจในประเทศตนเองมากกว่า
ดังนั้นสถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลีคาดว่าจะไม่ได้มีความรุนแรงจนถึงเกิดสงครามโลก ถ้าเกิดสงครามโลกขึ้นจริงราคาทองคำคงพุ่งอย่างไม่หยุดยั้งอย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าเกาหลีเหนือจะมีการทดสอบยิงขีปนาวุธอย่างต่อเนื่อง แต่ถ้าไม่ใช่ขีปนาวุธข้ามทวีปคงไม่ได้มีผลให้ราคาทองคำปรับขึ้นแรงได้ กรณีที่ราคาทองคำจะปรับขึ้นแรงต้องเป็นการทดสอบยิงขีปนาวุธข้ามทวีปหรือการทดลองระเบิดไฮโดรเจน และคาดว่าเป็นการปรับขึ้นเพียงช่วงสั้น ๆ
ทั้งนี้ คาดว่าราคาทองคำน่าจะไม่สามารถปรับขึ้นไปถึง 1,357 ดอลลาร์/ออนซ์ที่เป็นจุดสูงสุดที่ทำไว้ในปีนี้ได้อีกครั้ง ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนทองคำที่เหมาะสมสำหรับสถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลีคงเป็นเพียงการเก็งกำไรระยะสั้นจากประเด็นข่าวที่เกิดขึ้นเท่านั้น
แนวโน้มราคาทองคำทางด้านเทคนิคเป็นขาขึ้น หลังจากทะลุแนวต้าน 1,300 ดอลลาร์/ออนซ์ และยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ทุกเส้น อย่างไรก็ดีระยะสั้นคาดจะเคลื่อนไหวในกรอบแคบ หลังจากปรับขึ้นร้อนแรงติดต่อกัน โดยมีแนวต้าน 1,313 และ 1,320 ดอลลาร์/ออนซ์ ตามลำดับ ขณะที่มีแนวรับระยะสั้น 1,275-1,280 และ 1,260 ดอลลาร์/ออนซ์ ตามลำดับ สำหรับการลงทุนในทองแท่ง เพื่อเก็งกำไรระยะสั้น แนะนำเข้าซื้อที่ 1,275-1,280 และ 1,260 ดอลลาร์/ออนซ์