สำนักงานก.ล.ต.เผยข้อมูลตั้งแต่ 1 ม.ค.- 7 ต.ค.65 ระดมทุนเสนอขายไอพีโอ (IPO) จำนวน 22 หลักทรัพย์ คิดเป็นมูลค่าเสนอขาย 63,518.76 ล้านบาท โดยกลุ่มอสังหาริมทรัพย์-การก่อสร้าง มีมูลค่าเสนอขายไอพีโอสูงสุด
วันที่ 15 ตุลาคม 2565 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) รายงายว่าตั้งแต่ 1 มกราคม – 7 ตุลาคม 2565 มีการระดมทุนเสนอขายไอพีโอ (IPO) จำนวน 22 หลักทรัพย์ คิดเป็นมูลค่าเสนอขาย 63,518.76 ล้านบาท โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเสนอขาย 3 อันดับแรก ด้แก่ 1.กลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้าง 2.กลุ่มอุตสาหกรรมทรัพยากร และ 3.กลุ่มอุตสาหกรรมเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร ตามลำดับ
โดยมีคำขอที่ได้รับอนุญาตและ พร้อมเสนอขายไอพีโอ (IPO) จำนวน 15 หลักทรัพย์ และอยู่ระหว่างการพิจารณาคำขอ 28 หลักทรัพย์ และมีจำนวน 93 หลักทรัพย์ ที่อยู่ระหว่าง Pre-consult
นอกจากนี้มูลค่าไอพีโอ (IPO) เพิ่มขึ้นเนื่องจากมีบริษัทขนาดใหญ่เสนอขายหุ้น สำหรับการระดมทุนผ่านตราสารหนี้มีแนวโน้มลดลงตั้งแต่ปี 2560 เนื่องจากมีแนวโน้มที่ภาคเอกชนออกตราสารหนี้ระยะยาวมากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การใช้เงิน และการระดมทุนผ่านตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2561 ซึ่งมีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 457,329.98 ล้านบาท (29 บริษัท)

นอกจากนี้การระดมทุนผ่าน Crowafunding ในปี 2565 มีบริษัทที่ดำเนินการสำเร็จแล้ว 220 บริษัท มูลค่ารวมกว่า 2,754.96 ล้านบาท (ผลรวมสะสมการระดมทุนผ่าน Crowdfunding ทั้งสิ้น 281 ราย มูลค่า 4,183.75 ล้านบาท)
ด้านการเสนอขายหลักทรัพย์วงแคบของ SME สะสมจนถึงปัจจุบันมีทั้งสิ้น 16 บริษัท มูลค่า 271.33 ล้านบาท สำหรับตราสารหนี้ภาคเอกชน มีการออกตราสารหนี้ระยะยาวมูลค่า 754,198 ล้านบาท แบ่งเป็นตราสาร Investment Grade 690,534 ล้านบาท และ High Yield Bond 63,663 ล้านบาท (1 ม.ค. 65 – 31 ส.ค. 65)
นอกจากนี้ตั้งแต่ต้นปี 2565 มีการออกเสนอขายตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืนแล้ว จำนวน 15 บริษัท มูลค่า 156,213.87 ล้านบาท (ผลรวมสะสมทั้งสิ้น 29 บริษัท มูลค่า 457,329.98 ล้านบาท)