TCAP โชว์ผลงานปี’65 กำไรโต 13.7% อานิสงส์เร่งลงทุน-ปล่อยกู้เพิ่ม

บริษัท ทุนธนชาต หรือ TCAP

บริษัท ทุนธนชาต หรือ TCAP เผยผลการดำเนินงานปี’65 มีกำไรสุทธิ 6,428 ล้านบาท โดยเป็นกำไรสุทธิส่วนของบริษัท จำนวน 5,220 ล้านบาท อานิสงส์ธุรกิจที่เติบโต-การเพิ่มสัดส่วนลงทุน-ขยายสินเชื่อผ่านธนชาตพลัส

วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2566 นายสมเจตน์ หมู่ศิริเลิศ กรรมการผู้จัดการใหญ่ TCAP เปิดเผยว่า ในปี 2565 บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิตามงบการเงินรวมจำนวน 6,428 ล้านบาท โดยเป็นกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัท จำนวน 5,220 ล้านบาท ลดลง 1.27% จากปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยปรับตัวลดลง

เนื่องจากในปี 2564 บริษัทรับรู้รายได้ที่เป็นรายการพิเศษจากการโอนกลับสำรอง NPA ทั้งนี้ หากไม่รวมรายการพิเศษจากการโอนกลับสำรอง NPA ดังกล่าว บริษัทจะมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 13.7% ซึ่งเกิดจากผลการดำเนินงานของบริษัทย่อยและบริษัทร่วมที่สำคัญเติบโตขึ้นและสามารถทำผลงานได้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 คลี่คลายลง

สมเจตน์ หมู่ศิริเลิศ
สมเจตน์ หมู่ศิริเลิศ

ประกอบกับการที่บริษัทลงทุนเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทย่อยและบริษัทร่วม รวมไปถึงการขยายสินทรัพย์ผ่านการให้เงินกู้ยืมแก่ธนชาตพลัสในการปล่อยสินเชื่อที่มีหลักประกันซึ่งเป็นการลงทุนในธุรกิจที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญ โดยบริษัทมีความมั่นใจในการดำเนินธุรกิจของบริษัทเหล่านี้จะสร้างผลตอบแทนเพิ่มขึ้นให้แก่ผู้ถือหุ้นในอนาคต

อย่างไรก็ตาม การลงทุนเพิ่มขึ้นและการขยายสินทรัพย์ดังกล่าว บริษัทยังไม่ได้รับประโยชน์เต็มปีในปี 2565 ที่ผ่านมา กล่าวคือ บริษัทเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในธนาคารทหารไทยธนชาต จาก 23.32% เป็น 24.87% และราชธานีลิสซิ่ง จาก 60.16% เป็น 60.61% ในช่วงระหว่างปี 2565 และซื้อหุ้นของธนชาตประกันภัยและหลักทรัพย์ธนชาต เพิ่มเติมในไตรมาส 4 ส่งผลให้สัดส่วนการถือหุ้นของทั้ง 2 บริษัทเพิ่มขึ้นจาก 50.96% เป็น 89.96%

รวมถึงขยายสินทรัพย์ผ่านการให้เงินกู้ยืมแก่ธนชาตพลัส ส่งผลให้สินเชื่อเติบโตจาก 2,000 ล้านบาท เป็น 4,000 ล้านบาท ซึ่งรวมเป็นเงินลงทุนและเงินให้สินเชื่อเพิ่มเติมจำนวน 8,267 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.8% จากพอร์ตเงินลงทุนและเงินให้สินเชื่อปี 2564 ของบริษัท แต่เม็ดเงินที่ใส่เพิ่มเข้าไปนั้นจะได้รับผลตอบแทนเต็มปีในปี 2566 นี้


โดยการเติบโตในปี 2566 จะมาจาก 2 ส่วนด้วยกันคือ จากการเติบโตของบริษัทย่อยและบริษัทร่วม ที่คาดว่าจะมีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นหลังจากผ่านพ้นวิกฤตโควิด และจากเงินลงทุนที่ใช้เพิ่มสัดส่วนการลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วม รวมทั้งเงินให้กู้ยืมเพิ่มเติมแก่ธนชาตพลัส สิ่งที่ฝ่ายจัดการได้ดำเนินการมาทั้งหมดก็เพื่อเป็นการต่อยอดความสำเร็จของกลุ่มธนชาต เพื่อโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้กับผู้ถือหุ้นต่อไปในอนาคต