เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
’สุริยะ’ การันตี ‘รพีภัทร์‘ คุณสมบัติเหมาะนั่งปลัดเกษตรฯ สัปดาห์หน้าชงตั้งอธิบดี
Politics ’สุริยะ’ การันตี ‘รพีภัทร์‘ คุณสมบัติเหมาะนั่งปลัดเกษตรฯ สัปดาห์หน้าชงตั้งอธิบดี
ทำไม ‘แอนดี้ เบอร์แนม’ นายกฯ อังกฤษคนใหม่ อาจเพิ่มความร่วมมือในเอเชีย
World ทำไม ‘แอนดี้ เบอร์แนม’ นายกฯ อังกฤษคนใหม่ อาจเพิ่มความร่วมมือในเอเชีย
นายกฯ ยัน ‘นพ.สรณ’ พ้นประธาน กสทช. ทุกอย่างต้องอิงตามกฎหมาย
Politics นายกฯ ยัน ‘นพ.สรณ’ พ้นประธาน กสทช. ทุกอย่างต้องอิงตามกฎหมาย
‘วีระพงษ์’ เร่งเครื่อง FTA ไทย-อียู ดึงเอกชนยุโรปตั้งทีมร่วม หนุนลงทุน-ยกระดับธุรกิจไทย
Economic ‘วีระพงษ์’ เร่งเครื่อง FTA ไทย-อียู ดึงเอกชนยุโรปตั้งทีมร่วม หนุนลงทุน-ยกระดับธุรกิจไทย
รมช.เกษตรฯ เผย ครม.ตั้ง ‘รพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์‘ นั่งปลัดคนใหม่ เหลืออายุราชการ 7 ปี
Politics รมช.เกษตรฯ เผย ครม.ตั้ง ‘รพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์‘ นั่งปลัดคนใหม่ เหลืออายุราชการ 7 ปี
กรมเหมืองฯ รีไซเคิลซากแบตเตอรี่ EV เป็นวัตถุดิบใหม่ ดึง “อมิตา” ต่อยอดสู่การผลิตจริง
Economic กรมเหมืองฯ รีไซเคิลซากแบตเตอรี่ EV เป็นวัตถุดิบใหม่ ดึง “อมิตา” ต่อยอดสู่การผลิตจริง
ครม.ไฟเขียวงบกลาง 843 ล้าน ฟื้นฟูระบบชลประทาน 5 จังหวัดใต้
Politics ครม.ไฟเขียวงบกลาง 843 ล้าน ฟื้นฟูระบบชลประทาน 5 จังหวัดใต้
จับตาอาณาจักร 100 ไร่ ‘เดอะมอลล์โคราช’ ทายาทเจ๊เกียว เปิดใจทำไมต่อสัญญาเช่า 30 ปี
Real Estate จับตาอาณาจักร 100 ไร่ ‘เดอะมอลล์โคราช’ ทายาทเจ๊เกียว เปิดใจทำไมต่อสัญญาเช่า 30 ปี
เอกนิติ ยันทบทวน ‘บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ’ มุ่งช่วยคนจนจริง ชี้ 72 สิทธิช่วยเหลือยังคงเดิม
Politics เอกนิติ ยันทบทวน ‘บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ’ มุ่งช่วยคนจนจริง ชี้ 72 สิทธิช่วยเหลือยังคงเดิม
วราวุธ จ่อยกระดับอุตฯยานยนต์ xEV รับคลื่นลงทุนจีน ชูไทยฐานผลิต
Politics วราวุธ จ่อยกระดับอุตฯยานยนต์ xEV รับคลื่นลงทุนจีน ชูไทยฐานผลิต
ดูทั้งหมด

แบงก์ไทยเครดิตฯ ยกระดับธนาคารพาณิชย์เต็มรูปแบบ-เข้า ตลท. ปลายปี66

02 พ.ค. 2566 | 17:26น.
วิญญู ไชยวรรณ

ธนาคารไทยเครดิต เพื่อรายย่อย ยื่นไฟลิ่งเสนอขาย IPO คาดปลายปี 66 จดทะเบียนตลท. พร้อมยื่นกระทรวงการคลังยกระดับเป็น “ธนาคารพาณิชย์” เต็มรูปแบบ คาดใช้เวลา 1 ปีพัฒนาระบบ-มาร์เก็ตคอนดักต์ ระบุ กลยุทธ์ธุรกิจยังเน้นกลุ่มไมโครเอสเอ็มอี-นาโนไฟแนนซ์

วันที่ 2 พฤษาภาคม 2566 นายวิญญู ไชยวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยเครดิต เพื่อรายย่อย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารได้แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวน (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ภายหลังจากก.ล.ต.จะใช้เวลาในการพิจารณาไฟลิ่ง) โดยคาดว่าจะสามารถเข้าจดทะเบียนภายในปี 2566

ทั้งนี้ จำนวนหุ้นที่คาดว่าจะเสนอขายทั้งหมด (รวมหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่ออกและเสนอขายโดยธนาคารฯ และหุ้นสามัญที่เสนอขายโดยผู้ถือหุ้นเดิม) ไม่เกิน 347,029,122 หุ้น คิดเป็นไม่เกิน 28.2% ของจำนวนหุ้นจดทะเบียนและชำระแล้วทั้งหมดของธนาคารภายหลังการทำ IPO ซึ่งธนาคารได้แต่งตั้งธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงินของธนาคารสำหรับการเสนอขายหุ้น IPO ในครั้งนี้

สำหรับวัตถุประสงค์ของการระดมทุนในครั้งนี้ จะนำไปใช้เป็นเงินทุนในการรองรับการขยายพอร์ตสินเชื่อ และปรับปรุงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการผลักดันให้มีแหล่งเงินลงทุนเพื่อนำไปให้บริการผลิตภัณฑ์ทางการเงินแก่ผู้ประกอบการรายย่อย

นอกจากนี้ ธนาคารได้ยื่นขอกระทรวงการคลังยกฐานะจาก “ธนาคารเพื่อรายย่อย” เป็น “ธนาคารพาณิชย์” เต็มรูปแบบ ซึ่งได้รับการอนุมัติแผนในช่วงเดือนกันยายน 2565 โดยธนาคารมีเวลา 1 ปี เพื่อดำเนินการตามแผนที่เสนอกระทรวงการคลังไว้ อาทิ แผนทดสอบระบบงานและความเสี่ยงต่างๆ เงินกองทุน และเกณฑ์การให้บริการลูกค้าอย่างเป็นธรรม (Market Conduct) ที่จะต้องทำให้เป็นไปตามแผน เนื่องจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะเข้ามาตรวจ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2566

“จุดประสงค์การยื่น IPO และจดทะเบียนในตลท.และยกระดับเป็นธนาคาพาณิชย์ เพราะเรามีข้อจำกัด เช่น ลูกค้าเอสเอ็มอีบางรายที่เกินนิยาม เราก็ไม่สามารถบริการได้ ส่วนจะขึ้นอันดับเป็นที่เท่าไรของระบบธนาคาร คงไม่มีผล แต่จะช่วยลดข้อจำกัด และเราถือเป็นสร้างสถิติ 10 ปีในการเป็นหุ้นธนาคารที่ยื่นเพื่อจดทะเบียนในตลท.”

นายรอยย์ ออกุสตินัส กุนารา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารไทยเครดิต เพื่อรายย่อย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แม้ว่าจะมีจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ และการยกระดับการเป็นธนาคารพาณิชย์เต็มรูปแบบ แต่กลยุทธ์ยังคงเน้นสินเชื่อรายย่อย นาโนไฟแนนซ์ โดยเฉพาะสินเชื่อไมโครเอสเอ็มอีที่มีตลาดค่อนข้างใหญ่กว่า 34% ของจีดีพี หรือมีจำนวนผู้ประกอบการ 2.7 ล้านราย จากตลาดเอสเอ็มอีทั้งหมด 3.1 ล้านราย

โดยผลการดำเนินงานในปี 2565 พบว่า มียอดสินเชื่อคงค้าง 1.21 แสนล้าน เติบโตกว่า 3 เท่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาหรือมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 32.7% ต่อปี ซึ่งอัตราค่าใช้จ่ายดำเนินงานต่อรายได้รวม (Cost to Income Ratio) ปรับลดลงต่อเนื่องจากเดิมอยู่ 49.9% ในปี 2563 ลดลงมาอยู่ 39.5% ในปี 2565 และมีกำไรสุทธิ 2,353 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ย 30.9% ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา และมีเงินกองทุน 18.9%

“ในแผนปี 66 เรายังคงมุ่งมั่นให้บริการทางการเงินกลุ่มคนที่ไม่สามารถเข้าถึงการเงิน โดยกลุ่มไมโครเอสเอ็มอี ที่มีการกู้นอกระบบสูงถึง 2.35 ล้านล้านบาท และคิดดอกเบี้ยสูง 240% ต่อปี โดยเราจะกลุ่มนี้ ภายใต้การให้บริการสาขา “Lending Branch” กว่า 500 แห่ง โดยในช่วง 10 ปีเรามีการเติบโตรวดเร็วมากที่สุดในอุตสาหกรรมในประเทศไทย ภายใต้สินทรัพย์ที่มีอยู่ 1.43 แสนล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นถึง 7 เท่าในปี 2556″