เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
โตโยต้า ช่วยลูกค้าน้ำท่วม ‘ซื้อคันใหม่’ ดาวน์ 0% ไม่ต้องมีคนค้ำ
Automotive โตโยต้า ช่วยลูกค้าน้ำท่วม ‘ซื้อคันใหม่’ ดาวน์ 0% ไม่ต้องมีคนค้ำ
“ศุภาลัย” เปิดทำเลใหม่สันกำแพง ชูบ้านหลังที่สอง หนุนอสังหาฯเชียงใหม่
Real Estate “ศุภาลัย” เปิดทำเลใหม่สันกำแพง ชูบ้านหลังที่สอง หนุนอสังหาฯเชียงใหม่
เปิดภารกิจ ผวจ.อุดรฯชวนนั่งรถไฟ “เที่ยวพืชสวนโลก-ตั้งกองทุนช่วยคนยากไร้”
เศรษฐกิจภูมิภาค เปิดภารกิจ ผวจ.อุดรฯชวนนั่งรถไฟ “เที่ยวพืชสวนโลก-ตั้งกองทุนช่วยคนยากไร้”
พิษท่วมลามหลัง โตโยต้า ปิดโรงงานชั่วคราว
Economic พิษท่วมลามหลัง โตโยต้า ปิดโรงงานชั่วคราว
กทม.ย้ำเลิกบึงคู้บอน-บางชัน ไม่คุ้มทุน งบบาน 1.1หมื่นล้าน ยันไม่เอื้อเอกชน ชี้แก้มลิงต้องครบ ปาก–แก้ม–คอ
Real Estate กทม.ย้ำเลิกบึงคู้บอน-บางชัน ไม่คุ้มทุน งบบาน 1.1หมื่นล้าน ยันไม่เอื้อเอกชน ชี้แก้มลิงต้องครบ ปาก–แก้ม–คอ
อ.ลลิตา ชวนคิด เหตุใดพม่าจึงเป็น “ศัตรูที่เป็น Comfort Zone ของไทย” ผ่าน Lecture Bar สุดคูล
Biz Movement อ.ลลิตา ชวนคิด เหตุใดพม่าจึงเป็น “ศัตรูที่เป็น Comfort Zone ของไทย” ผ่าน Lecture Bar สุดคูล
‘น้ำท่วม’ กระเทือนอุตฯยานยนต์ ค่ายรถ-ชิ้นส่วนหยุดผลิตจับตาวันต่อวัน
Automotive ‘น้ำท่วม’ กระเทือนอุตฯยานยนต์ ค่ายรถ-ชิ้นส่วนหยุดผลิตจับตาวันต่อวัน
“สวนสยาม”ถอดใจ จ่อปิดตำนาน 46 ปี ประกาศขาย 10,000 ล้าน
Real Estate “สวนสยาม”ถอดใจ จ่อปิดตำนาน 46 ปี ประกาศขาย 10,000 ล้าน
‘นักกีฬาไทย’ สร้างชื่อสถิติเอเชียนเกมส์ 2026
Sport ‘นักกีฬาไทย’ สร้างชื่อสถิติเอเชียนเกมส์ 2026
อินฟลูฯ เปิดครัวแจกพิซซ่าฟรี ‘นาทีนี้น้ำใจเท่านั้นที่จะช่วยให้ชีวิตอยากไปต่อ’
Biz Movement อินฟลูฯ เปิดครัวแจกพิซซ่าฟรี ‘นาทีนี้น้ำใจเท่านั้นที่จะช่วยให้ชีวิตอยากไปต่อ’
ดูทั้งหมด

เยนอ่อนค่าสุดในรอบ 34 ปีหลัง BOJ คงอัตราดอกเบี้ย

26 เม.ย. 2567 | 18:54น.
เงินเยนอ่อนค่า

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า ภาวการณ์เคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันที่ 22-26 เมษายน 2567 ค่าเงินบาทเปิดตลาดวันจันทร์ (22/4) ที่ระดับ 36.94/95 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (19/4) ที่ระดับ 36.86/87 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ตามการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ ภายหลังการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ

ส่งผลให้ตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สามารถคงอัตราดอกเบี้ยได้ยาวนานกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ก่อนหน้า เพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่สูงกว่าคาดการณ์ให้เป็นไปตามเป้าหมาย

อีกทั้งความเสี่ยงในอนาคตอันใกล้เกี่ยวกับความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์เป็นปัจจัยกดดันเกี่ยวกับการตัดสินใจดำเนินนโยบายการเงินของเฟด อย่างไรก็ดีดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเล็กน้อย หลังการเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐต่ำสุดในรอบ 4 เดือน โดยดัชนี PMI รวมภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐ ปรับตัวลงสู่ระดับ 50.9 ในเดือน เม.ย. ส่วนดัชนี PMI ภาคบริการเบื้องต้น ปรับตัวลงสู่ระดับ 50.9 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือน

อย่างไรก็ดี ธนาคารกลางสหรัฐ (ฟด) เริ่มเข้าสู่ช่วงงดเว้นการแสดงความเห็นเกี่ยวกับนโยบายการเงิน (Blackout Period) ก่อนที่เฟดจะจัดการประชุมกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ในวันที่ 30 เม.ย.-1 พ.ค. โดยล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่านักลงทุนให้น้ำหนัก 99.7% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 5.25-5.50% ในการประชุมวันที่ 30 เม.ย.-1 พ.ค. และคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 5.25-5.50% ในการประชุมเดือน มิ.ย.และ ก.ค. ก่อนที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 5.00-5.25% ในการประชุมเดือน ก.ย.

ทั้งนี้นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด แสดงความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อสหรัฐ ที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ข้อมูลล่าสุดจากแอลเอสจี (LSEG) ระบุว่า ขณะนี้นักลงทุนในตลาดการเงินคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยรวมทั้งสิ้น 0.43% ในปีนี้ ลดลงจากที่เคยคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยโดยรวม 1.50% ในปีนี้ อย่างไรก็ดี ในวันพฤหัสบดี (25/4) กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1 สำหรับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 1/2567

โดยระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัว 1.6% ในไตรมาสดังกล่าว ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 2.4% ซึ่งได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของการใช้จ่ายของผู้บริโภค สำหรับในปี 2566 เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัว 2.2% 2.14% 4.9% และ 3.4% ในไตรมาส 1 2 3 และ 4 ตามลำดับ นอกจากนี้ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 5,000 ราย สู่ระดับ 207,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 214,000 ราย สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) เปิดเผยว่า

ดัชนีการทำสัญญาณขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) เพิ่มขึ้น 3.4% ในเดือน มี.ค. เมื่อเทียบรายเดือน ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าเพิ่มขึ้นเพียง 0.4% จากตัวเลขดังกล่าวได้กดดันดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้นักลงทุนจับตาดูดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ที่จะมีการเปิดเผยในวันศุกร์ (26/4)

โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ดัชนี PCE ทั่วไป (Headline PCE) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 2.6% ในเดือน มี.ค. เมื่อเทียบรายปี จากระดับ 2.5% ในเดือน ก.พ. และเมื่อเทียบรายเดือน คาดว่าดัชนี PCE ทั่วไป ปรับตัวขึ้น 0.3% ในเดือน มี.ค. จากระดับ 0.3% เช่นกันในเดือน ก.พ. ส่วนดัชนี PCE พื้นฐาน (Core PCE) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน คาดว่าปรับตัวขึ้น 2.6% ในเดือน มี.ค. เมื่อเทียบรายปี จากระดับ 2.8% ในเดือน ก.พ.และเมื่อเทียบรายเดือน คาดว่าดัชนี PCE พื้นฐานปรับตัวขึ้น 0.3% ในเดือน มี.ค. จากระดับ 0.3% เช่นกันในเดือน ก.พ. ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 36.78-37.15 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (26/4) ที่ระดับ 36.95/94 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดวันจันทร์ (22/4) ที่ระดับ 1.0668/69 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (19/4) ที่ระดับ 1.0658/59 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

โดยตลอดทั้งสัปดาห์ค่าเงินยูโรปรับตัวแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังนายฟรองซัวส์ วิลเลรอย กัลเฮา ประธานธนาคารกลางฝรั่งเศสกล่าวเมื่อวันอาทิตย์ (21/4) ว่าความตึงเครียดในตะวันออกกลางไม่มีแนวโน้มที่จะดันราคาพลังงานขึ้น และจะไม่กระทบแผนการของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่จะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือน มิ.ย. และดัชนีผู้จัดการฝ่ายซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและภาคบริการขั้นต้นของยูโรโซน จากฮัมบูร์ก คอมเมอร์เชียล แบงก์ (HCOB) เพิ่มขึ้นแตะระดับ 51.4 ในเดือน เม.ย. จากระดับ 50.3 ในเดือน มี.ค. และสูงกว่าคาดการณ์ของรอยเตอร์ที่ระดับ 50.7

โดยรายงานระบุว่า กิจกรรมทางธุรกิจโดยรวมของยูโรโซนขยายตัวเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบเกือบ 1 ปีในเดือน เม.ย. เนื่องจากอุตสาหกรรมภาคบริการของยูโรโซนที่ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งได้ช่วยลดทอนกิจกรรมในภาคการผลิตที่เผชิญภาวะขาลง ส่วนดัชนี PMI ภาคบริการขั้นต้นของยูโรโซน เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 52.9 ในเดือน เม.ย. จากระดับ 51.5 ในเดือน มี.ค.

ซึ่งสูงกว่าคาดการณ์โดยรอยเตอร์คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 51.8 นอกจากนี้ความเชื่อมั่นทางธุรกิจของเยอรมนีอยู่ที่ระดับ 89.4 ดีขึ้นจากระดับ 87.9 เมื่อเดือน มี.ค. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะอยู่ที่ระดับ 88.8 “เศรษฐกิจกำลังมีเสถียรภาพ อันเนื่องมาจากผู้ให้บริการ” นายเคลเมนส์ ฟิวสท์ ประธาน Ifo กล่าว ผลสำรวจเผยว่าบริษัทต่าง ๆ พึงพอใจต่อสถานการณ์ทางธุรกิจในเดือน เม.ย.มากขึ้น และความคาดหวังก็สดใสขึ้นเช่นกัน

ทั้งนี้ เศรษฐกิจเยอรมนีอ่อนแอที่สุดในบรรดาประเทศใหญ่ ๆ ในยูโรโซนในปีที่ผ่านมา เนื่องจากต้นทุนพลังงานที่สูง คำสั่งซื้อทั่วโลกที่เบาบาง และอัตราดอกเบี้ยที่สูงเป็นประวัติการณ์ ในขณะที่หลังนายโยอาคิม นาเจล ประธานธนาคารบุนเดสแบงก์ระบุว่า เงินเฟ้อของยูโรโซนอาจยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไป

ดังนั้น ธนาคารกลางยุโรป (ECB) อาจจะไม่ผ่อนคลายนโยบายเพิ่มเติมอีกหลังจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบ โดยมีกรอบระหว่าง 1.0622-1.0739 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (26/4) ที่ระดับ 1.0730/34 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน เปิดตลาดวันจันทร์ (22/4) ที่ระดับ 154.62/63 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (19/4) ที่ระดับ 154.48/49 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยค่าเงินเยนอ่อนค่าต่อเนื่องตลอดทั้งสัปดาห์ตามการแข็งค่าของธนาคาร แม้ว่าทางการญี่ปุ่นจะออกมาแทรกแซงตลาดปริวรรตเงินตรา (FIX) ด้วยวาจา

ทั้งนี้ค่าเงินเยนได้รับแรงกดดันหลังผลสำรวจดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตชั้นต้น ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 49.9 ในเดือน เม.ย. จาก 48.2 ในเดือน มี.ค. บ่งชี้ว่ากิจกรรมการผลิตอยู่ในภาวะหดตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 11 ขณะที่ดัชนี PMI ภาคบริการขั้นต้น ปรับตัวขึ้นเล็กน้อยสู่ระดับ 54.6 ในเดือน เม.ย. จาก 54.1 ในเดือน มี.ค.

ซึ่งสูงสุดนับตั้งแต่เดือน พ.ค. โดยได้รับปัจจัยหนุนจากการที่ดัชนีย่อยของธุรกิจใหม่ขยายตัวเร็วที่สุดในรอบ 10 เดือน ส่วนดัชนี PMI รวมภาคการผลิตและบริการขั้นต้น ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 52.6 ในเดือน เม.ย. ซึ่งเท่ากับระดับสูงสุดของเดือน ส.ค. ปี 2566 ในวันศุกร์ (26/4) ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0-0.1% พร้อมส่งสัญญาณซื้อพันธบัตรลดลง โดยปรับคาดการณ์จีดีพีในปีนี้เติบโตชะลอลงเป็น 0.8% จากเดิมที่ 1.2% และปรับคาดการณ์เงินเฟ้อในปีนี้เร่งตัวขึ้นเป็น 2.8% จากเดิมที่ 2.4% ทำให้ค่าเงินเยนอ่อนค่า แตะ 156.14 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ระดับอ่อนค่าที่สุดใหม่ในรอบ 34 ปี ที่ระดับ 156.78 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และในการประชุมครั้งนี้ BOJ คาดการณ์ว่า

เงินเฟ้อของญี่ปุ่นจะเคลื่อนไหวที่ระดับเป้าหมายของ BOJ ที่ 2% จนถึงปีงบการเงิน 2569 ส่วนในปีงบการเงินปัจจุบันซึ่งเริ่มต้นในเดือน เม.ย. 2567 นั้น คาดว่าดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (core CPI) ซึ่งไม่นับรวมราคาอาหารสด จะเพิ่มขึ้น 2.8% สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ก่อนหน้านี้ที่ 2.4% ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 154.45-156.78 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (26/4) ที่ระดับ 156.55/57 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ค่าเงินเยน