เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
Biz Movement สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
Business เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
Real Estate ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
SD 14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
ดูทั้งหมด

เปิดตัว ‘วุธว์ ธนิตติราภรณ์’ โชว์วิสัยทัศน์แม่ทัพ ‘ซีไอเอ็มบี ไทย’ คนใหม่

28 ก.ค. 2568 | 08:54น.
Wut-CIMBT
คอลัมน์ : สัมภาษณ์

ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย เป็นธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศไทย ปัจจุบันเพิ่งมีการเปลี่ยนตัวแม่ทัพ โดยมีผู้บริหารคนไทย “วุธว์ ธนิตติราภรณ์” เข้ามาดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คนใหม่ หลัง “พอล วอง ชี คิน” สิ้นสุดวาระดำรงตำแหน่ง เมื่อวันที่ 20 เม.ย. 2568 ซึ่งผู้นำทัพคนใหม่เพิ่งเปิดตัวให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนในทริป “CIMB THAI’s Media Trip 2025” ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 21-23 ก.ค.ที่ผ่านมา

แบงก์ไม่ง่าย-วิกฤตทรัมป์หนัก

โดย “วุธว์” กล่าวว่า หลังเข้ามารับตำแหน่งซีอีโอ ตั้งแต่วันที่ 21 เม.ย. 2568 ปัจจุบันครบ 3 เดือนพอดี ซึ่งยอมรับว่าการทำธุรกิจธนาคารไม่ง่าย และความไม่แน่นอนจากนโยบายภาษีสหรัฐ เรียกได้ว่า “วิกฤตทรัมป์” ยากกว่า “วิกฤตโควิด” เพราะภาษียังมีความไม่แน่นอนสูง และยังไม่รู้จะจบตรงไหน สร้างความผันผวนให้กับตลาด เศรษฐกิจโลกและไทย ต่างจากวิกฤตโควิดที่รู้ถึงผลกระทบ

“เศรษฐกิจในครึ่งหลังของปีนี้ ยังมีความเสี่ยงจากความไม่แน่นอน เนื่องจาก Tariffs ยังไม่นิ่ง และเป็นความเสี่ยงที่เราไม่รู้ หลายประเทศที่มีการเจรจาก็ยังไม่จบ และการเจรจาไม่ใช่แค่เรื่องของการเงินหรือภาษี แต่มีเรื่องปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งจะเป็น ‘Game Changer’ ในระยะต่อไป ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด”

ตั้งสำรอง-เตรียมลูกค้ารับมือ

ภายใต้ความเสี่ยงที่ไม่สามารถคาดเดา หรือประเมินได้ เป็น Unknow Risk ธนาคารจึงต้องระมัดระวัง และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยได้ทำแบบประเมินผลกระทบ (Stress Test) ทั้งของธนาคาร และลูกค้า ซึ่งมีการคุยกับกลุ่มลูกค้าธุรกิจรายใหญ่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ เพื่อดูความต้องการ ว่าจะให้ธนาคารช่วยอย่างไร แล้วเร่งวางแผนร่วมกัน แต่ปัจจุบันยังไม่ได้มีลูกค้าเข้ามาขอความช่วยเหลืออย่างเป็นนัยสำคัญ อย่างไรก็ดี ธนาคารยังติดตามดูแลผลกระทบที่จะเกิดกับลูกค้าอย่างใกล้ชิด

“สิ่งที่เรากลัว คือ ความเสี่ยงที่เป็น Unknow Risk สิ่งที่ทำให้ทิศทางในครึ่งปีหลังยังคงมีความเสี่ยงอยู่ แม้ว่าจะเห็นหลายประเทศมีการเจรจา แต่การเจรจายังไม่จบ แต่สิ่งที่เราเห็นคือ Disconnection ของซัพพลายเชนใหม่ ๆ ซึ่งอาจจะเกิด Supply Shock ได้ สิ่งที่เราทำ ก็พูดคุยกับลูกค้า และการทำให้ Balance Sheet ของเราแข็งแรง เพื่อให้มี Buffer รองรับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในครึ่งปีหลัง ทำให้เห็นการตั้งสำรองหนี้ไว้เผื่อสถานการณ์ดังกล่าว”

ลุยยุทธศาสตร์ “Forward30”

“วุธว์” กล่าวว่า ซีไอเอ็มบี ไทย ภายใต้ CIMB Group มีเครือข่ายสาขาใน 10 ประเทศ มีฐานลูกค้าทั้งหมด 28 ล้านคน และพนักงานกว่า 3 หมื่นคน เป็นธนาคารอันดับ 2 ในประเทศมาเลเซีย และอันดับ 5 ในภูมิภาคอาเซียน ส่วนในไทยก็ดำเนินธุรกิจมาแล้ว 15 ปี กำลังเข้าสู่ปีที่ 16 ล่าสุดได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์ “Forward30” ซึ่งเป็นแผนระยะ 6 ปี ตั้งแต่ปี 2568-2573 ต่อจาก “Forward23”

“หากย้อนดูผลงานในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ภายใต้แผน Forward23+ ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย สามารถทำรายได้และสินเชื่อเติบโต 2 เท่า หรือประมาณ 24% ในการสนับสนุนลูกค้าขนาดใหญ่ขยายธุรกิจไปยังอาเซียน นอกจากนี้ ยังสามารถยกระดับธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) สู่ผู้นำตลาด มีฐานลูกค้าเติบโต 35% มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการ (AUM) เติบโตเพิ่มขึ้น 30% มีส่วนแบ่งตลาด (มาร์เก็ตแชร์) เป็นอันดับ 1 ในตลาดพันธบัตร (บอนด์)”

ขณะเดียวกันยังสามารถต่อยอดการทำธุรกรรม Payment Solution เติบโตก้าวกระโดด โดยในแง่จำนวนรายการเติบโตเพิ่มขึ้น 105% และรายได้ค่าธรรมเนียมเติบโตมากกว่า 100% ส่งผลต่อการเติบโตของเงินฝากกระแสรายวันและออมทรัพย์ (CASA) มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 67% จากปี 2543 อยู่ที่ 48%

มุ่งหน้าสู่ “Digital Banking”

“วุธว์” กล่าวอีกว่า ธนาคารยังเดินหน้าสู่การเป็น “Digital Banking” โดยมีจำนวนลูกค้าที่ทำธุรกรรมผ่าน Digital เกิน 90% ตลอดจนด้านความยั่งยืน CIMB ต้องการเป็นผู้นำ หรือ Market Leader ของอาเซียนในด้านความยั่งยืน ซึ่งจะมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นต่าง ๆ ในระยะต่อไป

“Capital ที่ CIMB Group ลงทุนในประเทศไทย ประมาณ 10% แม้ว่าสัดส่วนรายได้ที่เราทำให้กรุ๊ปยังไม่ถึง 10% แต่เราก็คาดหวังจะไปให้ได้ 10% เช่นเดียวกับ ผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (ROE) ซึ่งแต่ละประเทศมี Landscape ไม่เหมือนกัน เช่น มาเลเซีย 15% สิงคโปร์ 19% CIMB Group อยู่ที่ 11-12% ส่วนแบงก์ไทยจะเห็นว่าไม่ถึง 2 หลัก แต่ทุกคนพยายามไปให้ถึง ซึ่งเราก็เห็นโอกาสการเติบโตในอาเซียน และโอกาสในการลงทุนใหม่ ๆ ของลูกค้า เพื่อให้เกิดผลตอบแทนกลับมา”

ปักธง “Niche Bank” อาเซียน

ทั้งนี้ ธนาคารมุ่งมั่นจะเป็น “Niche Bank” ธนาคารที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่แข็งแกร่งระดับอาเซียน โดยธนาคารตั้งเป้าตอบโจทย์ลูกค้าแบบครบวงจร (End to End Solution) ต่อยอดการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ และเป็นแบบ Cross-sell มากยิ่งขึ้น จะช่วยเรื่องการเพิ่มรายได้ที่ไม่ใช่รายได้ดอกเบี้ย ซึ่งลูกค้าจะแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ ลูกค้ารายใหญ่ กลุ่มลูกค้ามั่งคั่ง และลูกค้ารายย่อย

“เป้าหมาย หรือ Key หลักของแผน Forward30 ของธนาคาร คือ ต้องการเป็น Niche Bank ที่หมายถึงว่า ผมเป็นทุกอย่างให้คุณไม่ได้ แต่จะเป็นคนสำคัญของลูกค้า โดยจะจูงมือลูกค้าเติบโตไปในอาเซียน แข่งขันในจุดที่เราเชี่ยวชาญในเรื่องของอาเซียน เพราะเรามีเครือข่ายสาขา และฐานลูกค้าแต่ละประเทศค่อนข้างลึก ซึ่งจะช่วยหนุนการเติบโตลูกค้าได้”

ตั้งเป้าเพิ่มรายได้อาเซียน 2 เท่า

สำหรับเป้าหมายภายใต้ “Niche Bank” นั้น ธนาคารตั้งเป้าภายในปี 2573 จะเพิ่มสัดส่วนรายได้จากอาเซียนเป็น 2 เท่า จากปัจจุบันอยู่ที่ 10% โดยยังมองว่าลูกค้ามีความต้องการขยายการเติบโตไปในอาเซียน เช่น กลุ่มอาหาร กลุ่มการผลิต หรือลูกค้าจากต่างประเทศเข้ามาต่อยอดในเรื่องของซัพพลายเชน เช่น Data Center เป็นต้น

ต่อยอดบริหารความมั่งคั่ง

“วุธว์” กล่าวอีกว่า ด้าน Wealth Management ธนาคารยังคงต่อยอดความเป็นผู้นำธุรกิจ โดยจะไม่เน้นนั่งขายผลิตภัณฑ์ทางการเงิน แต่จะช่วยลูกค้าบริหารเงินในกระเป๋า เป็นธนาคารที่ช่วยดูแลกระเป๋า Saving Life Cycle ของลูกค้าเป็นหลัก เนื่องจากแต่ละกลุ่มมีความต้องการแตกต่างกัน ทั้งนี้ ตั้งเป้าเพิ่ม AUM เป็น 2 เท่า

นอกจากนี้ยังจะต่อยอดเรื่องความยั่งยืน โดยธนาคารตั้งเป้าปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net Zero) 100% ภายในปี 2573 และตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนเป็น 20% หรือ 2 หมื่นล้านบาท ภายใน 2 ปีนี้

“ทั้งหมดนี้เป็นแผนภายใต้ Niche Bank ซึ่งจะเป็น Journey ภายใน 6 ปีของธนาคาร แต่เราก็คงต้องมารีวิวแผนทุกปี ว่าทำได้ขนาดไหน อะไรทำได้แค่ไหน แล้วสินเชื่อจะต้องโตแค่ไหน ซึ่งก็ต้องเชื่อมกับการเติบโตของ GDP โดยสินเชื่อควรจะต้องสูงกว่า GDP 1.5-2 เท่า”