Skip to content

WHA หุ้นปันผลเด่น ชู 5 ธุรกิจหลักแข็งแกร่ง

29 ส.ค. 2568 | 09:41น.
WHA หุ้นปันผลเด่น ชู 5 ธุรกิจหลักแข็งแกร่ง

“หุ้นปันผล” ถูกกล่าวถึงมากในช่วงที่ผ่านมา อาจจะด้วยภาวะที่ตลาดหุ้นไทยเป็นอยู่ในปัจจุบัน ที่ SET Index ตกลงมาค่อนข้างมาก และเงินทุนต่างชาติก็ไหลออกไปเยอะ ซึ่งบนเวที “THAILAND Earnings Call” หัวข้อ “Dividend Universe เจาะหุ้นแข็งแกร่ง ยั่งยืน ปันผลสูง” เมื่อเร็ว ๆ นี้ หนึ่งในบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่ได้ขึ้นเวทีขายของ คือ บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA ผู้ประกอบธุรกิจโลจิสติกส์ นิคมอุตสาหกรรม สาธารณูปโภคและไฟฟ้า ดิจิทัล และโมบิลิตี้ ที่มีความโดดเด่น ปี 2567 มีอัตราเงินปันผลตอบแทนอยู่ที่ 5.57% เพิ่มจากปี 2566 ที่อยู่ที่ 3.86%

“ณัฐพรรษ ตันบุญเอก” ประธานเจ้าหน้าที่การเงินกลุ่ม (Group CFO) ของ WHA เปิดเผยว่า ครึ่งปีแรก ปี 2568 บริษัทมีรายได้เข้ามา 9,325 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32% จากปีที่แล้ว มีกำไร 3,148 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% ซึ่งในแผน 5 ปีที่ประกาศมาทุกครั้ง บริษัทพยายามย้ำว่า จะรักษากำไร EBITDA Margin อยู่ราว 45% โดยครึ่งปีแรกอยู่ที่ 52% ขณะที่ Net IBD/Equity อยู่ที่ 1.12 ในปี 2567

ณัฐพรรษ ตันบุญเอก
ณัฐพรรษ ตันบุญเอก

“ปีที่แล้ว เป็นปีที่ 3 ที่เรา All-Time High ติดต่อกัน ในปีนี้เราก็ตั้งเป้าว่าน่าจะ All-Time High ได้เป็นปีที่ 4 โดยการเติบโตมาจาก 5 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ โลจิสติกส์ นิคมอุตสาหกรรม สาธารณูปโภคและไฟฟ้า ดิจิทัล และโมบิลิตี้”

สำหรับ ธุรกิจโลจิสติกส์ เติบโตอย่างโดดเด่นด้วยพื้นที่คลังสินค้าให้เช่ารวมกว่า 3.1 ล้าน ตร.ม. โดยได้ลงนามสัญญาเช่าใหม่มูลค่า 2,153 ล้านบาท และยังมีแผนพัฒนาโครงการใหม่ในพื้นที่ศักยภาพกว่า 380,000 ตร.ม. รวมถึงขยายสู่เวียดนาม

ต่อมา ธุรกิจดิจิทัล มุ่งผลักดันองค์กรสู่การขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี (Technology-driven Organization) ด้วยการพัฒนาแพลตฟอร์มอย่าง Mobilix Software Solution สำหรับการบริหารจัดการยานยนต์ไฟฟ้า และ WHASApp แอปพลิเคชั่นสำหรับสื่อสารกับลูกค้าและทีมงาน WHA

ด้าน ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม มียอดขายที่ดินรวม 1,105 ไร่ในช่วงครึ่งปีแรก โดยได้รับอานิสงส์จากการย้ายฐานการผลิตของนักลงทุนต่างชาติ ยอดขายที่ดินรอโอน (Backlog) สูงถึง 1,467 ไร่ และมีลูกค้าขนาดใหญ่ อย่างกลุ่ม Data Center (ลงนามสร้าง Hyper-scale Data Center ที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน) หรืออิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า รวมถึงชิ้นส่วนยานยนต์ ที่มีแผนจะเซ็นสัญญาซื้อที่ดินรวมกว่า 1,000 ไร่ในครึ่งปีหลัง ยอดขายที่ดินในปีนี้ยังคงเป้าไว้ที่ 2,350 ไร่

“ปีนี้ตัวเลขการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ของเรา เข้ามามากถึง 7-8 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นปีแรกในรอบหลายปีที่ FDI ไทยสูงกว่าเวียดนาม เมื่อเทียบกันในครึ่งปีแรก เหตุผลมาจาก Trump’s Tariffs ทำให้ FDI เวียดนามชะงัก”

“ณัฐพรรษ” กล่าวว่า WHA มองว่าไทยและเวียดนาม มีการดึง FDI ที่แตกต่างกัน โดยเวียดนามจะเหมาะกับความต้องการของอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเยอะ ๆ ส่วนไทยจะเหมาะกับความต้องการในอุตสาหกรรมที่อยากได้โครงสร้างพื้นฐานที่ดี กฎระเบียบที่มั่นคง อยากได้แรงงานที่มีทักษะ รวมถึงซัพพลายเชน

“เรายังเห็นกลุ่มยานยนต์, สินค้าอุปโภคบริโภค และกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาในเมืองไทย โดยเฉพาะอิเล็กทรอนิกส์ เป็นประเภทที่แยกกันได้ชัดเจนระหว่างไทยกับเวียดนาม”

ขณะที่ ธุรกิจสาธารณูปโภค ในปีนี้ ในส่วนของธุรกิจด้านน้ำ จะมีรายได้ที่มาทดแทน Volume ที่ลดลง โดยมาจากค่า Excessive Charge ค่าโควตาน้ำที่จะได้จาก Data Center ในที่นิคมอุตสาหกรรรมทุกแปลงที่ขายให้ลูกค้า

“เราจะมีโควตาว่า 1 ไร่ ลูกค้าสามารถใช้น้ำได้กี่ ลบ.ม.ต่อวัน ต่อไร่ ถ้าเกินนั้นจะคิดเงินเพิ่ม ซึ่ง Data Center ใช้น้ำเท่ากับสเกลโรงไฟฟ้า ประมาณ 12-16 เท่าของโควตาปกติ เพราะฉะนั้น เราจะมีรายได้จากตรงนี้ค่อนข้างเยอะในปีนี้และปีหน้า ปีนี้ครึ่งปีแรกมีรายได้เข้ามาแล้ว 80 ล้านบาท ที่เป็นรายได้โควตาน้ำ ยังเหลือยอดที่จะจองสำหรับกลุ่มลูกค้า Data Center ในครึ่งปีหลังและปีหน้าทั้งปีอยู่อีกราว ๆ 500 ล้านบาท เป้าหมายหลักในธุรกิจน้ำ เราพยายามดูโอกาสนอกนิคม พยายามขาย Value-Added Products มากขึ้น และแหล่งน้ำเพิ่มเติมเพื่อเสริมความมั่นคง”

ส่วน ธุรกิจด้านไฟฟ้า เน้นธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ โดยมีโครงการ Private PPA ที่เซ็นสัญญาโครงการสะสมแล้ว จำนวน 315 เมกะวัตต์ และมีกำลังการผลิตรวมตามสัดส่วนการถือหุ้นอยู่ที่ 991 เมกะวัตต์

“เป้าหมาย น้ำปีนี้ปรับเป้าหมายลงมาที่ 166 ล้าน ลบ.ม. ครึ่งปีแรกเข้ามา 80 ล้าน ลบ.ม.ซึ่งลดลง แต่คิดว่าครึ่งปีหลังน่าจะมีโอกาสกลับมาสร้างรายได้ใกล้ ๆ กับปีที่แล้ว ส่วนไฟฟ้ายังคงเป้าไว้ที่ 1,185 เมกะวัตต์”

ขณะที่ ธุรกิจโมบิลิตี้ มุ่งขยายธุรกิจโมบิลิตี้ Built-to-Suit EV Ecosystem of Logistics ให้ครอบคลุมทั้งระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า และการให้บริการอย่างครบวงจรรายแรกในประเทศไทย ภายใต้แบรนด์ Mobilix ซึ่งประกอบด้วย 3 บริการหลัก คือ บริการให้เช่ารถยนต์ไฟฟ้า (EV Rental Service) สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (On Premise & Public EV Charging Solution) โมบิลิกส์ซอฟต์แวร์โซลูชั่น (Mobilix Software Solution) แพลตฟอร์มดิจิทัลอัจฉริยะสำหรับจัดการรถยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ ทั้งนี้ WHA เน้นสร้าง Ecosystem สำหรับ Commercial ซึ่งมีแรงหนุนมาจากลูกค้าของ WHA ทั้งที่อยู่ในนิคมอุตสาหกรรม และโลจิสติกส์

“เราพยายามรักษาเงินปันผลให้อยู่ในสัดส่วนราว ๆ 60-65% ในการ Payout” ซีเอฟโอ WHA กล่าวทิ้งท้าย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

WHA Group หุ้นปันผล