ดอลลาร์
ดอลลาร์อ่อนค่า หลังการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานอ่อนแอ โดยตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน ลดลง 170,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 4 กันยายน 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (04/09) ที่ระดับ 32.28/29 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (03/09) ที่ระดับ 32.33/35 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
หลังสำนักงานสถิติของกระทรวงแรงงานสหรัฐ เปิดเผยผลสำรวจการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) พบว่า ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน ซึ่งเป็นมาตรวัดอุปสงค์ในตลาดแรงงานลดลง 170,000 ตำแหน่ง สู่ระดับ 7.18 ล้านตำแหน่งในเดือน ก.ค. ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 7.38 ล้านตำแหน่ง โดยได้รับผลกระทบจากนโยบายเรียกเก็บภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งทำให้ภาคธุรกิจเกิดความลังเลในการจ้างงาน
นอกจากนี้ยังมีการเปิดเผยคำสั่งซื้อภาคโรงงานของสหรัฐลดลง 1.3% ในเดือน ก.ค. เมื่อเทียบรายเดือน ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลง 1.4% หลังจากลดลง 4.8% ในเดือน มิ.ย. แต่เมื่อเทียบรายปีคำสั่งซื้อภาคโรงงานเพิ่มขึ้น 3.5% ในเดือน ก.ค. ทั้งนี้ คำสั่งซื้อภาคโรงงานได้รับผลกระทบจากการลดลงของคำสั่งซื้อเครื่องบิน ส่วนยอดสั่งซื้อสินค้าทุนพื้นฐานที่ไม่รวมหมวดอาวุธและเครื่องบินเพิ่มขึ้น 1.1% ในเดือน ก.ค. โดยยอดสั่งซื้อดังกล่าวถือเป็นมาตรวัดความเชื่อมั่น และแผนการใช้จ่ายเป็นภาคธุรกิจ
ด้านสมาคมธนาคารเพื่อการปล่อยสินชื่อที่อยู่อาศัย (MBA) ของสหรัฐ เปิดเผยจำนวนผู้ยื่นขอสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยลดลง 1.2% ในสัปดาห์ที่แล้ว แม้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนองปรับตัวลงก็ตาม โดยจำนวนผู้ยื่นขอสินเชื่อเพื่อการซื้อที่อยู่อาศัยลดลง 3% ในสัปดาห์ที่แล้ว แต่เพิ่มขึ้น 17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ส่วนจำนวนผู้ที่ยื่นขอสินเชื่อเพื่อการรีไฟแนนซ์เพิ่มขึ้น 1% ในสัปดาห์ที่แล้ว และเพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว
นอกจากนี้ยังมีปัจจัยจากทางนายวอลเลอร์ที่ออกมากล่าวสนับสนุนให้เฟดเริ่มวงจรการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนนี้ พร้อมย้ำว่าเฟดมีความยืดหยุ่นที่จะปรับอัตราการปรับลดดอกเบี้ยได้ตามสถานการณ์ในอนาคต ซึ่งนายวอลเลอร์เป็นผู้ที่มีแนวโน้มมากที่สุดที่จะได้รับการคัดเลือกให้เป็นประธานเฟดคนใหม่ แทนนายเจอโรม พาวเวลล์ ซึ่งจะหมดวาระการดำรงตำแหน่งประธานเฟดในเดือน พ.ค. 2569
นอกจากนี้ นายวอลเลอร์ยังเป็นหนึ่งในสองผู้ว่าการเฟดที่ได้ลงมติสนับสนุนให้เฟดลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเมื่อวันที่ 30 ก.ค. แม้ว่าเสียงส่วนใหญ่มีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมดังกล่าว
สำหรับปัจจัยภายในประเทศสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ มีการเปิดเผย ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) เดือน ส.ค. 68 อยู่ที่ 100.14 ลดลงจากเดือนเดียวกันของปีก่อน -0.79% (YOY) ขณะที่ตลาดคาด -0.7 ถึง -0.8% โดยอัตราเงินเฟ้อปรับลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 ซึ่งมีปัจจัยสำคัญจากการลดลงของราคาสินค้าในกลุ่มอาหารสด โดยเฉพาะผักสด ผลไม้สด และไข่ไก่ เนื่องจากอุปทานในตลาดเพิ่มขึ้น
ประกอบกับราคาสินค้าในกลุ่มพลังงานลดลงจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงตามสถานการณ์ราคาในตลาดโลก และค่ากระแสไฟฟ้าจากมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพของภาครัฐ ส่งผลให้ CPI เฉลี่ย 8 เดือนปีนี้ (ม.ค.-ส.ค. 68) ขยายตัว 0.08% ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) เดือน ส.ค. 68 อยู่ที่ 101.51 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 0.81 ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเฉลี่ย 8 เดือนแรกปีนี้สูงขึ้น 0.94% สำหรับแนวโน้มเงินเฟ้อในเดือน ก.ย. 68 คาดว่าจะปรับตัวลดลงต่อเนื่อง
นอกจากนี้ น.ส.ณัฐิยา สุจินดา รองผู้อำนวยการ สนค.กล่าวว่า เดือนหน้าจะปรับคาดการณ์เงินเฟ้อในปีนี้ใหม่ โดยในไตรมาสที่3 จะอยู่ที่ -0.66% ส่วนไตรมาสที่ 4 จะอยู่ที่ -0.24% ทั้งปีคาดว่าจะอยู่ใกล้ระดับ 0% จากเดิมที่คาดการณ์เงินเฟ้อในปีนี้ไว้ที่ 0-1% ค่ากลางอยู่ที่ 0.5%
ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 32.27-32.36 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 32.32/34 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (03/09) ที่ระดับ 1.1657/60 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (04/09) ที่ระดับ 1.1656/57 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยในวันนี้ (04/09) ทางฝั่งยูโรโซนไม่ได้มีการเปิดเผยตัวเลขที่สำคัญทางเศรษฐกิจ ขณะที่ตลาดจับตามองตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2/2568 (ประมาณการครั้งสุดท้าย) ที่จะมีการเปิดเผยในช่วงเย็นวันศุกร์ (05/09) ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1638-1.1669 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1645/47 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (04/09) ที่ระดับ 148.03/04 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (03/09) ที่ระดับ 148.49/50 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ หลังจากเมื่อวานนี้ (03/09) คาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เปิดเผยว่า เขาได้เข้าพบนายกรัฐมนตรีชิเงรุ อิชิบะ เพื่อหารือกันเกี่ยวกับประเด็นเศรษฐกิจ และตลาดการเงิน ซึ่งรวมถึงประเด็นค่าเงิน หลังจากสกุลเงินเยนอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ที่ว่า BOJ ยังคงใช้ความระมัดระวังเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
โดยกล่าวว่า เขาได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจและพัฒนาการของตลาด แต่ปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดเพิ่มเติม และในส่วนของเรืองนโยบายการเงินนั้น อุเอดะกล่าวว่า BOJ ยังคงรักษาจุดยื่นในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและราคา ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 147.77-148.41 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ 148.29/31 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงในการจ้างงานภาคเอกชนจากเอดีพี (ADP) ของสหรัฐ (04/09), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ (04/09), ดัชนี PMI ภาคการบริการจากสถาบันไอเอสเอ็ม (ISM) ของสหรัฐ (04/09), ดัชนียอดค้าปลีกของสหราชอาณาจักร (05/09), ดุลการค้าเดือน ก.ค.ของฝรั่งเศส (05/09), ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2/2568 (ประมาณการครั้งสุดท้าย) ของยูโรโซน (05/09), อัตราว่างงานเดือน ก.ค. ของสหรัฐ (05/09), ตัวเลขที่แสดงการเปลี่ยนแปลงของจำนวนการจ้างงานของสหรัฐ (05/09), รายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมงของสหรัฐ (05/09)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -8.00/-7.70 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -5.2/-4.3 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ