เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กองทัพ PLA สร้างศูนย์การบินใหม่ในสปป.ลาว นักวิเคราะห์ชี้ฐานทัพจีนแห่งแรกในอาเซียน
World กองทัพ PLA สร้างศูนย์การบินใหม่ในสปป.ลาว นักวิเคราะห์ชี้ฐานทัพจีนแห่งแรกในอาเซียน
บอร์ดการบินไทย สั่งปลด CEO ‘ชาย เอี่ยมศิริ’ ตั้ง สัมฤทธิ์ นั่งรักษาการ
Business บอร์ดการบินไทย สั่งปลด CEO ‘ชาย เอี่ยมศิริ’ ตั้ง สัมฤทธิ์ นั่งรักษาการ
บ้านเราอบอุ่นที่สุด ‘วิว กุลวุฒิ’ โพสต์ภาพครอบครัวมารอรับถึงสนามบิน หลังลงเครื่องกลับถึงไทย
Biz Movement บ้านเราอบอุ่นที่สุด ‘วิว กุลวุฒิ’ โพสต์ภาพครอบครัวมารอรับถึงสนามบิน หลังลงเครื่องกลับถึงไทย
อลหม่าน บอร์ด กสทช. แตก 2 วง ชิงกำหนดวาระต่อเนื่อง ต่างอ้างความชอบด้วยกฏหมาย
Tech อลหม่าน บอร์ด กสทช. แตก 2 วง ชิงกำหนดวาระต่อเนื่อง ต่างอ้างความชอบด้วยกฏหมาย
โปรเซฟ-สาริศ เปรียบ “กอล์ฟเหมือนผู้หญิง บางวันดี บางวันก็ไม่ดี สุดท้ายเราก็รักเขา”
Biz Movement โปรเซฟ-สาริศ เปรียบ “กอล์ฟเหมือนผู้หญิง บางวันดี บางวันก็ไม่ดี สุดท้ายเราก็รักเขา”
Thai PBS ย้ำความเป็นอิสระ ปมเสนอเปลี่ยน “ภาษีบาป” 2 พันล้านสู่งบรัฐ
Politics Thai PBS ย้ำความเป็นอิสระ ปมเสนอเปลี่ยน “ภาษีบาป” 2 พันล้านสู่งบรัฐ
BlueQuest จับมือ โอโซ่-อมารี ภูเก็ต อบรมช่วยชีวิตสัตว์ทะเลเกยตื้น แจ้งเหตุผ่านแอปพลิเคชัน
SD BlueQuest จับมือ โอโซ่-อมารี ภูเก็ต อบรมช่วยชีวิตสัตว์ทะเลเกยตื้น แจ้งเหตุผ่านแอปพลิเคชัน
ไอคอนสยาม จัดแคมเปญ “FASHION ATTENTION เสิร์ฟลุคสับ รับซีซันใหม่”ตลอดเดือนต.ค.
Business ไอคอนสยาม จัดแคมเปญ “FASHION ATTENTION เสิร์ฟลุคสับ รับซีซันใหม่”ตลอดเดือนต.ค.
งานวิจัยเผย “คนรอบตัว” มีผลต่อการเตรียมหนีน้ำ
News งานวิจัยเผย “คนรอบตัว” มีผลต่อการเตรียมหนีน้ำ
ยุทธศักดิ์ สุภสร : น้ำท่วม VS ท่องเที่ยวไทย  บทเรียนจาก 3 มหาอุทกภัย
Business ยุทธศักดิ์ สุภสร : น้ำท่วม VS ท่องเที่ยวไทย  บทเรียนจาก 3 มหาอุทกภัย
ดูทั้งหมด

สมาคมประกันวินาศภัย ตั้งเป้า ‘ศูนย์กลางประกันภัยต่อ’ ภูมิภาคอาเซียน

31 ต.ค. 2568 | 13:25น.
สมพร สืบถวิลกุล

สมาคมประกันวินาศภัยไทย หรือ TGIA ร่วมกับสมาคมนายหน้าประกันภัยไทย (TIBA) เป็นเจ้าภาพจัดงานการประชุม “Thailand Reinsurance Conference (TRC) 2025” ขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย มีผู้เข้าร่วมกว่า 800 คน จาก 24 ประเทศ 4 ทวีป มี Partner จากบริษัทประกันภัยต่อและบริษัทนายหน้าประกันภัยกว่า 37 บริษัท ถือเป็นเวทีระดับนานาชาติด้าน “ประกันภัยต่อ” (Reinsurance) ครั้งประวัติศาสตร์ของไทย เผยปี 2567 ไทยมีเบี้ยประกันภัยต่อรวมมูลค่า 91,500 ล้านบาท

ดร.สมพร สืบถวิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวว่า การประชุม “Thailand Reinsurance Conference 2025” หรือ “TRC 2025” ถือเป็นหมุดหมายสำคัญทางประวัติศาสตร์ของอุตสาหกรรมประกันภัยไทย เพราะเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยได้จัดเวทีด้าน “ประกันภัยต่อ” (Reinsurance) ระดับนานาชาติขึ้นอย่างเป็นทางการ

โดยมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 800 คน จาก 24 ประเทศ 4 ทวีป และจะมีการจัดประชุมนี้เป็นประจำทุก ๆ 2 ปี เพื่อสร้างเวทีระดับนานาชาติที่เปิดโอกาสให้ผู้รับประกันภัยต่อและนายหน้าประกันภัยต่อจากทั่วโลกได้เข้าถึงข้อมูลเชิงลึกของตลาดประกันภัยไทยและภูมิภาคอาเซียนโดยตรง

พร้อมทั้งเป็นช่องทางให้บริษัทประกันภัยในประเทศได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ สร้างเครือข่าย และขยายความร่วมมือทางธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นจุดเชื่อมโยงของตลาดประกันภัยในภูมิภาคและระดับโลกอย่างแท้จริง

แนวคิดในการจัดประชุม TRC เริ่มต้นขึ้นในปี 2567 โดยสมาคมประกันวินาศภัยไทยได้เล็งเห็นถึงความจำเป็นในการยกระดับอุตสาหกรรมประกันภัยของประเทศให้ก้าวสู่มาตรฐานสากล จึงริเริ่มแนวคิดในการสร้างเวทีระดับนานาชาติ เพื่อให้ผู้รับประกันภัยต่อ (Reinsurers) และนายหน้าประกันภัยต่อ (Reinsurance Brokers) จากทั่วโลกได้เข้ามาทำความเข้าใจตลาดประกันภัยไทยและอาเซียนอย่างใกล้ชิด

ในขณะเดียวกัน ก็เปิดพื้นที่ให้บริษัทประกันภัยของไทยได้มีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เสริมสร้างความร่วมมือ และพัฒนาศักยภาพร่วมกับพันธมิตรต่างประเทศ เพื่อยกระดับประเทศไทยให้ก้าวขึ้นสู่การเป็นศูนย์กลางประกันภัยและประกันภัยต่อของภูมิภาคอาเซียน (Regional Hub for Insurance and Reinsurance) อย่างมั่นคงและยั่งยืน

สมาคมมุ่งมั่นที่จะทำให้ประเทศไทยมีเวทีที่สะท้อนศักยภาพของตลาดประกันภัยไทยในระดับภูมิภาคและเชื่อมโยงกับโลกอย่างแท้จริง โดยในปี 2567 ประเทศไทยมีเบี้ยประกันภัยต่อรวมมูลค่า 91,500 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญของการเติบโตและความแข็งแกร่งของระบบประกันภัยไทย

ขณะที่ในปี 2568 ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวอย่างระมัดระวัง ท่ามกลางแรงกดดันจากปัจจัยโลก ทั้งนโยบายการเงิน การค้า และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ อุตสาหกรรมประกันวินาศภัยไทยยังคงดำเนินไปอย่างมั่นคง สามารถรักษาสภาพคล่องและความเชื่อมั่นได้เป็นอย่างดี ซึ่งเป็นสัญญาณที่สะท้อนถึงพัฒนาการของระบบประกันภัยไทยที่กำลังก้าวสู่ความเข้มแข็งและยั่งยืนมากขึ้นในทุกมิติ

ทั้งนี้ ในปี 2566-2567 ที่ผ่านมา ประเทศไทยได้เผชิญกับภัยพิบัติครั้งใหญ่หลายเหตุการณ์ ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วมใหญ่ใน 37 จังหวัด จากพายุ Kajiki ที่สร้างความเสียหายต่อภาคเกษตรกรรมและทรัพย์สิน การเกิดแผ่นดินไหวขนาด 8.2 แมกนิจูดในประเทศเมียนมา ซึ่งส่งผลกระทบต่อประเทศไทยในวงกว้าง รวมถึงภัยไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้นกว่า 40% ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา

เหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าภัยพิบัติไม่ใช่เรื่องเฉพาะพื้นที่อีกต่อไป แต่เป็น “ความเสี่ยงเชิงระบบ” (Systemic Risk) ที่ส่งผลกระทบต่อทั้งประเทศ และเป็นบททดสอบของระบบการเงินและประกันภัยของไทยว่ามีความพร้อมเพียงใดในการรับมือกับ “ความไม่แน่นอนถาวร” (Permanent Uncertainty) ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและเทคโนโลยี

อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมประกันวินาศภัยไทยได้ทำงานร่วมกับภาครัฐและภาคเอกชนอย่างต่อเนื่องในการบริหารจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติ รวมถึงการผลักดันการพัฒนาประกันภัยพืชผลเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรทั่วประเทศ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงพลังของ “ระบบประกันภัยต่อ” ที่อยู่เบื้องหลังความมั่นคงของทั้งระบบ การประกันภัยต่อจึงเปรียบเสมือน “กลไกแห่งเสถียรภาพ” (Mechanism of Stability) ที่ช่วยให้ระบบประกันภัยของไทยสามารถรับมือกับความผันผวนจากภัยธรรมชาติ วิกฤตเศรษฐกิจ หรือภัยคุกคามในยุคดิจิทัลได้อย่างมั่นคง

พร้อมทั้งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมให้เติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งในด้านการเพิ่มขีดความสามารถในการรับประกันภัย การเสริมความเพียงพอของเงินกองทุน (Capital Adequacy) การพัฒนาแบบจำลองความเสี่ยงภัยพิบัติ (Catastrophe Risk Model) และการเข้าถึงนวัตกรรมระดับโลก

จึงอาจกล่าวได้ว่า “การประกันภัยต่อคือกลไกแห่งความมั่นคง และหัวใจของความยั่งยืน” ที่ทำให้ระบบประกันภัยไทยสามารถยืนหยัดได้อย่างแข็งแกร่ง ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงและความท้าทายในทุกมิติ ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกและนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ภาคธุรกิจประกันภัยจำเป็นต้องเดินไปด้วยกัน เพื่อยกระดับระบบประกันภัยต่อให้เติบโตไปพร้อมกับทิศทางของประเทศและภูมิภาค และภายใต้การสนับสนุนของพันธมิตรกว่า 37 องค์กร การจัดการประชุม TRC 2025 จึงนับเป็น “จุดเริ่มต้นสำคัญของการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางประกันภัยและประกันภัยต่อของภูมิภาคอาเซียน”

การประชุม Thailand Reinsurance Conference (TRC) 2025 จึงเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างหน่วยงานกำกับดูแล ภาคเอกชน และพันธมิตรระดับโลก เพื่อเปิดประตูสู่โอกาสทางธุรกิจที่ไร้ขีดจำกัด และร่วมกันวางแนวทางใหม่ในการเสริมสร้าง “Catastrophe Resilience” และพัฒนา “Parametric Insurance” ให้กับประเทศไทย พร้อมทั้งผลักดันแนวทาง ESG ให้เป็นส่วนหนึ่งของดีเอ็นเอของทุกบริษัทประกันภัย

ซึ่งนับเป็นอีกก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมประกันภัยไทย ที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางความร่วมมือด้านการประกันภัยและประกันภัยต่อในระดับภูมิภาคและระดับโลก อันสะท้อนบทบาทของประเทศไทยในฐานะประเทศผู้นำที่พร้อมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสู่ความมั่นคงและยั่งยืนในอนาคต

สมาคมประกันวินาศภัยไทยขอขอบคุณทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และพันธมิตรในอุตสาหกรรมจากทั่วโลก ที่ได้เข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการประชุม “Thailand Reinsurance Conference 2025” เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางใหม่ของอุตสาหกรรมประกันภัยไทย ก้าวสู่อนาคตที่มั่นคง ยั่งยืน และเปี่ยมด้วยโอกาส พร้อมสานต่อภารกิจในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ระบบประกันภัยของประเทศ และยกระดับประเทศไทยให้ก้าวขึ้นสู่การเป็นศูนย์กลางด้านการประกันภัยต่อของภูมิภาคอาเซียนอย่างแท้จริง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สมาคมประกันวินาศภัย