HENG โชว์กำไร 9 เดือนพุ่ง 427% พร้อมชูเทคโนโลยี-เครือข่ายพันธมิตรขับเคลื่อนธุรกิจ
บมจ. เฮงลิสซิ่งฯ (HENG) เผยผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกของปี 68 โชว์กำไรสุทธิพุ่ง 71 ล้านบาท เติบโต 427% ขณะค่าใช้จ่าย SG&A ลดลงถึง 24% พร้อมเดินหน้าใช้เทคโนโลยีและขยายเครือข่ายพันธมิตรกว่า 10,000 ราย เสริมแกร่งการเติบโตและลดค่าใช้จ่ายในอนาคต
นายวิชัย ศุภสาธิตกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฮงลิสซิ่ง แอนด์ แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ HENG เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/2568 แม้รายได้รวมจะปรับตัวลดลงอยู่ที่ 1,679 ล้านบาท ลดลง 24% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อน (YOY) ซึ่งเป็นไปตามแผนกลยุทธ์ที่บริษัท ตั้งใจควบคุมขนาดพอร์ตสินเชื่อ และคัดกรองคุณภาพลูกหนี้อย่างเข้มข้น
อย่างไรก็ตาม บริษัทประสบความสำเร็จในการบริหารจัดการต้นทุน โดยค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ในไตรมาส 3/2568 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 26% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อน (YOY) และ 12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับไตรมาสก่อน (QOQ) ส่งผลให้ภาพรวม 9 เดือนในปี 2568 มีกำไรสุทธิ 71 ล้านบาท เติบโต 427% (YOY) ขณะค่าใช้จ่าย SG&A ของงวด 9 เดือนแรกปี 2568 ลดลงถึง 24% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
นอกจากนี้ ผลสำเร็จจากกลยุทธ์การควบคุมคุณภาพพอร์ตสินเชื่อ ยังช่วยสร้างกระแสเงินสดส่วนเกิน ทำให้บริษัทสามารถนำไปชำระคืนหนี้สินที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงได้ เมื่อประกอบกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ปรับตัวลดลง จึงส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จาก 1.5 เท่า ณ สิ้นปี 2567 มาอยู่ที่ระดับ 1.1 เท่า และคาดว่าจะปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ สำหรับในช่วงที่เหลือของปี 2568 บริษัทมุ่งมั่นขับเคลื่อนการเติบโตผ่าน 2 กลยุทธ์ ดังนี้
1.การใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยขับเคลื่อนประสิทธิภาพ(Technology-Driven Efficiency) บริษัทปรับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยสนับสนุนในการทำงาน พร้อมจัดโครงสร้างการทำงานแบบกลุ่มสาขา (Branch Grouping) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการและอนุมัติสินเชื่อ ส่งผลให้สามารถลดต้นทุนด้านบุคลากรและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
2.การผนึกกำลังเครือข่ายพันธมิตร (Partner-Centric Expansion) บริษัทเดินหน้าสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจกว่า 10,000 รายทั่วประเทศ ประกอบด้วยเต็นท์รถยนต์กว่า 6,000 แห่ง ร้านค้าอุปกรณ์การเกษตรกว่า 2,000 แห่ง และร้านจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า อีกกว่า 1,000 ราย ซึ่งกลยุทธ์นี้จะช่วยให้บริษัทมีเครือข่ายพันธมิตรที่แข็งแกร่งกระจ่ายอยู่ทั่วประเทศ รองรับการขยายพอร์ตสินเชื่อไปสุ่กลุ่มเกษตรและเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่มีศักยภาพการเติบโตสูง รวมทั้งช่วยลดค่าใช้จ่ายในการขยายสาขาด้วยตนเอง และเป็นช่องทางในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าอย่างครอบคลุม