Skip to content

เรื่องควรรู้ World Economic Forum 2026 เวทีรวมผู้นำโลก

20 ม.ค. 2569 | 12:06น.
เรื่องควรรู้ World Economic Forum 2026 เวทีรวมผู้นำโลก

การประชุมประจำปีของ World Economic Forum (WEF) ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นเวทีการประชุมถกเศรษฐกิจโลก ซึ่งปีนี้มีผู้เข้าร่วมกว่า 3,000 คน จากแวดวงการเมือง ธุรกิจ องค์กรระหว่างประเทศ ตลอดจนนักกิจกรรมและสื่อมวลชนจากทั่วโลก หลั่งไหลเข้าสู่เมืองสกีรีสอร์ตขนาดเล็กในเทือกเขาแอลป์ เวทีนี้เป็นเจ้าภาพการประชุมมาตั้งแต่ปี 1971

WEF เป็นองค์กรคลังสมองและผู้จัดเวทีหารือด้านเศรษฐกิจระดับโลก มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่นครเจนีวา จึจุดเริ่มต้นการประชุมประจำปีที่ดาวอสเริ่มต้นจากการรวมตัวของผู้บริหารภาคธุรกิจ ก่อนจะขยายบทบาทกลายเป็นเวทีถกประเด็นใหญ่ของโลก ตั้งแต่ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เทคโนโลยี ไปจนถึงความร่วมมือและความขัดแย้งระหว่างประเทศ ปีนี้มีการจัดกว่า 200 เซสชัน ครอบคลุมประเด็นเศรษฐกิจ การเมือง และอนาคตของโลก

ผู้จัดงานระบุว่า ปีนี้มีผู้นำทางการเมืองระดับสูงเข้าร่วมเป็นสถิติใหม่ เกือบ 400 คน รวมถึงผู้นำประเทศและรัฐบาลมากกว่า 60 คน ตลอดจนประธานและซีอีโอกว่า 850 คนจากบริษัทชั้นนำของโลก ไฮไลต์สำคัญคือโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งมีกำหนดขึ้นกล่าวสุนทรพจน์กลางสัปดาห์นี้ พร้อมคณะรัฐมนตรีและที่ปรึกษาระดับสูง อาทิ รัฐมนตรีต่างประเทศ รัฐมนตรีคลัง และผู้แทนพิเศษด้านการทูต

นอกจากนี้ ยังมีผู้นำระดับโลกจำนวนมาก อาทิ ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป นายกรัฐมนตรีแคนาดา ประธานาธิบดีคองโก รองนายกรัฐมนตรีจีน และประธานาธิบดียูเครน ตลอดจนรัฐมนตรีเศรษฐกิจและการคลัง รัฐมนตรีต่างประเทศ รัฐมนตรีพาณิชย์ และผู้ว่าการธนาคารกลางจากหลายประเทศเข้าร่วมอย่างคับคั่ง

ด้านภาคเทคโนโลยี ผู้บริหารบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทค AI และเซมิคอนดักเตอร์เข้าร่วมอย่างพร้อมหน้า โชว์บทบาทของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่กำลังกลายเป็นหัวใจเศรษฐกิจโลก ขณะที่องค์กรระหว่างประเทศ เช่น นาโต และองค์การการค้าโลก ก็ส่งผู้บริหารระดับสูงร่วมเวทีเช่นกัน

บริบทของการประชุมปีนี้ถูกมองว่าแตกต่างจากปีก่อน เพราะจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะท่าทีและนโยบายของสหรัฐภายใต้การนำของทรัมป์ ทั้งในประเด็นเวเนซุเอลา กรีนแลนด์ อิหร่าน รวมถึงนโยบายภาษีเชิงรุก ที่ส่งผลกระทบต่อระบบการค้าโลก และทำให้บทบาทของสหรัฐบนเวทีระหว่างประเทศถูกตั้งคำถามมากขึ้น

ขณะเดียวกัน ประเด็น AI กลายเป็นหัวข้อร้อนของการประชุม ภาคธุรกิจมุ่งถกแนวทางนำ AI มาเพิ่มประสิทธิภาพและผลกำไร ขณะที่ภาคแรงงานและภาคประชาสังคมแสดงความกังวลต่อผลกระทบด้านการจ้างงาน ส่วนผู้กำหนดนโยบายต้องหาสมดุลระหว่างการกำกับดูแลและการเปิดพื้นที่ให้นวัตกรรมเติบโต

สำหรับธีมหลักของการประชุมปีนี้ ผู้จัดงานเลือกใช้คำว่า ‘A Spirit of Dialogue’ เน้น 5 แกนสำคัญ ได้แก่ ความร่วมมือ การเติบโต การลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ นวัตกรรม และการสร้างความมั่งคั่ง อย่างไรก็ตาม เสียงวิพากษ์วิจารณ์ยังคงมีอย่างต่อเนื่องว่า เวทีดาวอสเต็มไปด้วยการพูดคุยเชิงนโยบาย แต่ยังขาดการลงมือปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมในการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำและวิกฤตสภาพภูมิอากาศของโลก

ไทยเยือนดาวอส

ในช่วงวันที่ 19-23 มกราคม 2569 ประเทศไทยมีภารกิจสำคัญบนเวทีการประชุม World Economic Forum Annual Meeting 2026 ที่เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ โดยมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นำคณะ ทีมไทยแลนด์ จากทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วม เพื่อผลักดันบทบาทเศรษฐกิจไทย ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและการแข่งขันด้านเทคโนโลยีที่ทวีความเข้มข้น

ภารกิจวันแรกของการเยือน: มุ่งเน้นการพบปะหารือกับผู้นำองค์กรการเงินระดับโลก และผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านนโยบายเศรษฐกิจ การลงทุน และทิศทางการพัฒนาในระยะยาวของประเทศไทย

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญ คือการเข้าพบ Ajay Banga ประธาน World Bank เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองด้านทิศทางเศรษฐกิจโลก ควบคู่กับการผลักดันนโยบายสังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Society) ซึ่งถือเป็นการส่งสัญญาณความพร้อมของไทย ก่อนรับบทบาทเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีของ International Monetary Fund และ World Bank Group ในเดือนตุลาคม 2569

นอกจากนี้ คณะผู้แทนไทยยังได้หารือกับผู้บริหารระดับสูงของ WEF เพื่อขยายเครือข่ายความร่วมมือด้านนวัตกรรมและสตาร์ทอัพ โดยเน้นการเชื่อมโยงระบบนิเวศสตาร์ทอัพไทยสู่เวทีโลก ผ่านโครงการสนับสนุนต่าง ๆ ของ WEF เน้นบทบาทของ ESG ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจลงทุนของภาคธุรกิจทั่วโลก

ในอีกด้านหนึ่ง ภารกิจสำคัญของทีมไทยแลนด์คือการเจรจากับบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก เพื่อเร่งดึงเม็ดเงินลงทุนและต่อยอดความร่วมมือด้านเศรษฐกิจดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ รวมถึงการยกระดับทักษะแรงงานไทยให้สอดรับกับโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่

การหารือกับ Amazon Web Services (AWS) มีประเด็นหลักอยู่ที่แผนต่อยอดการลงทุนระยะยาวในไทย ซึ่งมีมูลค่ากว่า 1.5 แสนล้านบาทภายใน 15 ปี และการมีส่วนร่วมในนโยบาย Cloud First ของภาครัฐ ตลอดจนความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาไทย เพื่อพัฒนาบุคลากรด้านดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ตลาดแรงงานมีความต้องการสูง

ขณะที่ Microsoft ในฐานะผู้นำด้านคลาวด์และ AI ของโลก ได้หารือถึงความคืบหน้าการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ในไทย และความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ในการพัฒนาทักษะดิจิทัลและ AI ให้กับบุคลากรและนักศึกษา รวมถึงการนำเทคโนโลยีคลาวด์ไปใช้ในระบบงานภาครัฐเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

ด้าน TikTok ทีมไทยแลนด์ได้หารือถึงแนวทางการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางคอนเทนต์ระดับภูมิภาค (Regional Content Hub) ตลอดจนโอกาสต่อยอดไปสู่กิจกรรมทางเศรษฐกิจดิจิทัลรูปแบบอื่นในอนาคต

ส่วน HCL Technologies บริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีจากอินเดีย ได้มีการแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแนวโน้มเทคโนโลยีและทิศทางการลงทุน โดยเน้นการใช้คลาวด์และ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในภาครัฐ ภาคเกษตร และภาคอุตสาหกรรมการผลิต พร้อมทั้งการพัฒนาทักษะบุคลากรไทยให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมยุคใหม่

การเข้าร่วมเวทีดาวอสในครั้งนี้ เป็นความพยายามของไทยในการขยับบทบาท สู่ ‘ผู้ร่วมกำหนดทิศทาง’ บนเวทีเศรษฐกิจโลก ผ่านการดึงดูดการลงทุน เทคโนโลยี และการพัฒนาทุนมนุษย์ เพื่อรองรับโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ในระยะยาว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

2026 World Economic Forum : WEF ดาวอส ไทย