ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ประเมินเศรษฐกิจโตต่ำ-เงินเฟ้อติดลบต่อเนื่อง-บาทแข็ง หนุนกนง.หั่นดอกเบี้ย 0.25% เหลือ 1.00% ต่อปีรอบการประชุม 25 ก.พ.นี้ ย้ำ รอดูผลมาตรการทองคำ-โฟลว์ลดบาทแข็ง คาดกลางปีเห็นเงินบาททยอยอ่อนค่า กรอบสิ้นปี 33.50 บาทต่อดอลลาร์ พร้อมประเมินจีดีพีปี 69 โต 2% เชื่อการเมือง Smooth Transition ตั้งรัฐบาลใหม่ได้มิ.ย.นี้
ดร.ทิม ลีฬหะพันธุ์ นักเศรษฐกิจอาวุโส ประจำประเทศไทยและเวียดนาม ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด กล่าวว่า แนวโน้มค่าเงินบาทในช่วงไตรมาสที่ 1/2569 แข็งค่าเกินปัจจัยพื้นฐาน มองว่าเป็นอีกเหตุผลให้คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ลดดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% จาก 1.25% เหลือ 1.00% ต่อปี ในการประชุมวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569
ส่วนหนึ่งมาจากเศรษฐกิจโตน้อยกว่าปีก่อน และอัตราเงินเฟ้อติดลบต่อเนื่อง 9 เดือน และคาดว่าจะติดลบตลอดทั้งปีนี้ หรืออย่างน้อยติดลบไปถึงเดือนกันยายน 2569 ทำให้กนง. ตัดสินใจลดดอกเบี้ย โดยโอกาสดอกเบี้ยต่ำกว่า 1.00% ต่อปี ก็ยังมีโอกาส
อย่างไรก็ดี ธนาคารคาดว่าเงินบาทจะเริ่มอ่อนค่าได้ในช่วงไตรมาสที่ 2/2569 หรือช่วงกลางปีนี้ เนื่องจากมาตรการต่างๆ ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกมาภายในสัปดาห์นี้ และผู้ค้าทองคำที่จะเริ่มเทรดทองคำเป็นดอลลาร์ รวมถึงช่วงกลางปีเงินบาทอ่อนตามปัจจัยพื้นฐาน โดยธนาคารให้กรอบค่าเงินบาทกลางปีอยู่ที่ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ และสิ้นปี 2569 อยู่ที่ 33.50 บาทต่อดอลลาร์
“ปีก่อนบาทแข็งค่า 8% วันนี้เงินบาทแข็งค่า 1% เราต้องรอดูมาตรการที่ธปท.ออกมาจะช่วยได้จริงเปล่า เพราะการเทรดทองคำเป็น 2 ทาง เพราะมีโฟลว์แบบอื่นด้วยที่เป็นปัจจัยบาทแข็ง จึงมีหลายคำถาม และวันนี้ราคาทองคำขึ้นไม่หยุดไปอยู่ที่ 5,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากสิ้นปีก่อนอยู่ที่ 4,200-4,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพิ่มขึ้น 20% ส่งผลบาทแข็งไม่หยุด อย่างไรก็ดี ยังไม่สามารถบอกว่าเงินบาทจะไปแข็งค่าสุดเหมือนที่เราเคยเห็นในช่วงโควิด-19 ที่อยู่ปลาย 29-30 บาทต่อดอลลาร์หรือไม่ เพราะที่เหลือเรายังมองว่าปัจจัยสะท้อนบาทอ่อนค่าอยู่ แม้ว่าวันนี้ราคาทองคำไปเร็วกว่าที่คาดที่เราประเมินไว้”
ดร.ทิม กล่าวเพิ่มเติมว่า ธนาคารประเมินอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปี 2569 ขยายตัว 2% ถือว่าสูงเมื่อเทียบกับสำนักอื่นที่คาดการณ์อยู่ที่ 1.5-1.6% โดยในช่วงครึ่งปีแรกคาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวชะลอตัวอยู่ที่ 0.7% และกลับมาขยายตัวได้ระดับ 3.4% ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ และเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 2%
โดยปัจจัยการเมือง ธนาคารประเมินว่าจะอยู่ในช่วง Smooth Transition นับตั้งแต่วันเลือกตั้ง ได้รัฐบาลใหม่ และนายกรัฐมนตรีแถลงนโยบายใช้เวลา 119 วัน คาดภายในเดือนมิถุนายน 2569 ทำให้เศรษฐกิจจะขยายตัวในครึ่งหลังของปี จากช่วงครึ่งแรกของปีที่ยังต้องระมัดระวัง และติดตามงบประมาณปี 2570 จะมีใช้หรือไม่
อย่างไรก็ดี ปัจจัยที่จะทำให้อัตราการเติบโตปี 2569 ขยาบตัวไม่ถึง 2% ตามประเมินไว้ จะมาจากในช่วงครึ่งหลังของปีที่คาดว่าจะขยายตัวได้ 3.4% ขยายตัวได้เพียง 1.7% ส่งผลให้ทั้งปีขยายตัวได้เพียง 1.3-1.4% ใกล้เคียงที่อื่นคาดการณ์นั้น จะมาจากนโยบายภาษีสินค้านำเข้าสหรัฐฯ (Recieprocal Tariffs) ยังไม่ชัดเจน การเบิกจ่ายในไตรมาสที่ 3/2569 ไม่เกิด และการเลือกตั้งไม่จบภายในเดือนมิถุนายนนี้ ทำให้รัฐบาลไม่สามารถบริหารงานได้
“เรามองว่าการเมืองเป็น Smooth Transition แต่เรามองติดตามปัจจัยการเมืองไว้ 3 สมติฐาน คือ 1.รัฐมนตรีคนใหม่จะให้ความระมัดระวังเรื่องของความเสี่ยงเพดานหนี้สาธารณะหรือไม่ 2.ในช่วง 3 ปีก่อนเรามีการเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีถึง 3 ครั้ง รอบนี้การเมืองจะ Continue นานแค่ไหน จะมี Politics Change หรือไม่ และ 3.การจับมือของพรรคการเมืองต่างๆ แต่เรามองว่า การเมืองมีอาจจะเสียงรบกวน หรือ Political Noise แต่เลยจุดที่เป็นความเสี่ยงน้อยลงแล้ว”