“ปี 2568 กบข.สามารถสร้างผลตอบแทนการลงทุนของสมาชิกได้ดีกว่าที่คาดหมาย โดยทำได้ 5.18%” ทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) แถลงผลงานทิ้งท้าย ก่อนที่จะต้องไปรับตำแหน่งผู้อำนวยการธนาคารออมสินในวันที่ 2 มี.ค.นี้
“ทรงพล” กล่าวว่า ปี 2568 เป็นปีที่มีความท้าทายมากกว่าปี 2567 แม้ก่อนหน้านี้คาดว่าสถานการณ์เศรษฐกิจจะปรับดีขึ้นหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ แต่ตลอดปี 2568 เผชิญทั้งสงคราม การแข่งขันทางการค้า และการกีดกันทางการค้า ทำให้สินทรัพย์ทุกประเภทมีความผันผวนสูงกว่าปีก่อน
โดยปี 2568 ผลตอบแทนรายแผนส่วนใหญ่ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยเฉพาะแผนทองคำให้ผลตอบแทนสูงสุดถึง 52.78% แผนหุ้นต่างประเทศ 17.47% แผนกองทุนอสังหาริมทรัพย์ไทย 9.38% แผนเชิงรุก 65 8.89% แผนสมดุลตามอายุ (สมาชิกอายุน้อยกว่า 55 ปี) 8.74% และแผนลงทุนพื้นฐานทั่วไป 4.31% สะท้อนถึงการกระจายการลงทุนที่เหมาะสม ที่ช่วยเสริมศักยภาพผลตอบแทนให้กับสมาชิก
“ทรงพล” กล่าวว่า เป้าหมายการออมเพื่อการเกษียณของสมาชิก กบข. มุ่ง 3 เรื่องคือ ไม่มีหนี้ มีเงินใช้ และมีสุขภาพดี โดยในด้านการลงทุน กบข.ตั้งเป้าผลตอบแทนให้เอาชนะเงินเฟ้อเฉลี่ย 10 ปี ไม่น้อยกว่า 2% เช่น หากเงินเฟ้อเฉลี่ย 10 ปีอยู่ที่ 5% ผลตอบแทนควรอยู่ที่ 7% หรือหากเงินเฟ้อเฉลี่ยอยู่ที่ 3% ผลตอบแทนควรอยู่ที่ 5% ทั้งนี้ การลงทุนของ กบข.ดำเนินการผ่านสินทรัพย์ 18 ประเภท และเปิดให้สมาชิกเลือกแผนการลงทุนได้
สำหรับแนวโน้มปี 2569 “ทรงพล” มองว่าความผันผวนไม่น้อยกว่าปี 2568 และมีความท้าทายมากขึ้น โอกาสที่สินทรัพย์แต่ละประเภทจะให้กำไรหรือขาดทุนมีมากขึ้น สมาชิกควรถามตัวเองว่าต้องการผลตอบแทนเหนือเงินเฟ้อในระดับใด และเลือกแผนให้เหมาะสม ส่วนกรณีสมาชิกที่ไม่ได้เลือกแผนเอง สมาชิกก่อนปี 2566 จะอยู่ในแผนพื้นฐานทั่วไป ส่วนสมาชิกตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นมา จะอยู่ในแผนสมดุลตามอายุ ซึ่งเป็นแผนหลัก
“แผนสมดุลตามอายุลงทุนในสินทรัพย์เติบโต หรือเชิงรุกประมาณ 75% และสินทรัพย์เชิงรับประมาณ 25% โดยทองคำถูกจัดเป็นสินทรัพย์เชิงรับเพื่อช่วยลดความเสี่ยง อยู่ในสัดส่วนดังกล่าว ขณะที่แผนพื้นฐานทั่วไปมีสัดส่วนสินทรัพย์เชิงรุกประมาณ 50% และเชิงรับประมาณ 50% สมาชิกสามารถปรับเพิ่มสัดส่วนการลงทุนทองคำได้เอง แต่ทุกสินทรัพย์มีความผันผวน”
“เลขาฯ กบข.” กล่าวว่า เป้าผลตอบแทนปี 2569 ยังคงยึดหลักเอาชนะเงินเฟ้อ โดยตั้งเป้าเงินเฟ้อบวกไม่น้อยกว่า 2% และแผนพื้นฐานทั่วไปบวกไม่น้อยกว่า 2.5% ขณะที่แผนสมดุลตามอายุมีเป้าหมายสูงกว่า โดยไม่กำหนดตัวเลขตายตัว เพื่อให้ยืดหยุ่นตามสถานการณ์
ปัจจุบันมีสมาชิก กบข.ราว 1.2 ล้านคน มีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิประมาณ 1.49 ล้านล้านบาท (ข้อมูล ณ 31 ธ.ค. 2568) จากข้าราชการประมาณ 4-4.3 ล้านคน
ทั้งนี้ คณะกรรมการธนาคารออมสินได้ลงนามหนังสือแต่งตั้ง “ทรงพล” ให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการธนาคารออมสิน คนที่ 18 แล้วเมื่อวันที่ 26 ม.ค. 2569 ที่ผ่านมา มีกำหนดเริ่มปฏิบัติงานตั้งแต่วันที่ 2 มี.ค. 2569 เพื่อขับเคลื่อนธนาคารออมสินเป็น “Smart Social Bank” ต่อไป