เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดวงรายสัปดาห์ 1-7 พฤศจิกายน 2569
ดวง ดวงรายสัปดาห์ 1-7 พฤศจิกายน 2569
นิด้าโพล ชี้ประชาชน 33% ค้านหั่นงบ ‘Thai PBS’ หวั่นการเมืองแทรกแซง-เสียอิสระ
News นิด้าโพล ชี้ประชาชน 33% ค้านหั่นงบ ‘Thai PBS’ หวั่นการเมืองแทรกแซง-เสียอิสระ
กทม. อัปเดตจ่ายเยียวยาน้ำท่วม ทะลุ 4.2 พันล้าน ‘เขตลาดกระบัง’ แชมป์ยื่นขอเหลือช่วยสูงสุด
News กทม. อัปเดตจ่ายเยียวยาน้ำท่วม ทะลุ 4.2 พันล้าน ‘เขตลาดกระบัง’ แชมป์ยื่นขอเหลือช่วยสูงสุด
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ตอนสีดา
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ตอนสีดา
เช็กตารางรถไฟ! รฟท. เปิด ‘ที่หยุดรถพืชสวนโลกอุดรธานี’ ขนคนเที่ยวงานยักษ์
News เช็กตารางรถไฟ! รฟท. เปิด ‘ที่หยุดรถพืชสวนโลกอุดรธานี’ ขนคนเที่ยวงานยักษ์
บิ๊กคอร์ป เติมฝัน H.O.W.ปักธงบ้านใหม่ ‘คิงบริดจ์ ทาวเวอร์’
SD บิ๊กคอร์ป เติมฝัน H.O.W.ปักธงบ้านใหม่ ‘คิงบริดจ์ ทาวเวอร์’
ผ่าโมเดล B2 เชียงใหม่ แฟรนไชส์บัดเจตโฮเทลเมืองรองทั่วไทย
เศรษฐกิจภูมิภาค ผ่าโมเดล B2 เชียงใหม่ แฟรนไชส์บัดเจตโฮเทลเมืองรองทั่วไทย
‘ไตรเตชะ’ จับจังหวะอสังหาฯ ซื้อที่ดินถูก-รุกคอนโด-เปิดทำเลใหม่ 
Real Estate ‘ไตรเตชะ’ จับจังหวะอสังหาฯ ซื้อที่ดินถูก-รุกคอนโด-เปิดทำเลใหม่ 
ปิดฉาก COP17 เร่งแผนปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ เอกวาดอร์เจ้าภาพ COP18
SD ปิดฉาก COP17 เร่งแผนปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ เอกวาดอร์เจ้าภาพ COP18
เซอร์ไพรส์วงการเพลง THE TOYS แต่งงานกับแฟนสาว
Biz Movement เซอร์ไพรส์วงการเพลง THE TOYS แต่งงานกับแฟนสาว
ดูทั้งหมด

เอกนิติ ชี้รับไม่ได้ หากไม่ออก พ.ร.ก.กู้เงิน เศรษฐกิจจะยิ่งแย่

06 พ.ค. 2569 | 17:42น.
เอกนิติ ชี้รับไม่ได้ หากไม่ออก พ.ร.ก.กู้เงิน เศรษฐกิจจะยิ่งแย่

เอกนิติ ชี้รับไม่ได้ หากไม่ออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เศรษฐกิจจะยิ่งแย่ อาจเกิด Double Squeeze-สันติธารชี้กู้เงินช่วยชะลอหนี้ครัวเรือน-ด้านมูดี้ส์ชมไทยพร้อมรับมือโลกผันผวน

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การออกพระราชกำหนดกู้เงิน 4 แสนล้านบาท มีความจำเป็นที่ต้องดำเนินการเร่งด่วน เพื่อช่วยเหลือบรรเทาประชาชนกลุ่มเปราะบางและผู้ประกอบการภาคธุรกิจเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงาน เนื่องจากรัฐบาลเห็นสัญญาณของเศรษฐกิจไม่ดีมาเป็นระลอกอย่างต่อเนื่อง

ตั้งแต่ระลอกที่ 1 วิกฤตสงคราม ส่งต่อมาถึงระลอกที่ 2 เป็นวิกฤตพลังงาน และล่าสุดกำลังเข้าสู่ระลอกที่ 3 ต้นทุนสินค้าราคาสูง เห็นได้ชัดจากตัวเลขเงินเฟ้อที่กระทรวงพาณิชย์ประกาศล่าสุดว่าอยู่ที่ 2.9% และจะลามไปสู่ระลอกถัดไปคือกำลังซื้อตกต่ำ ภาคธุรกิจกำไรลดลง เกิดการตกงาน และ GDP ประเทศลดลง รัฐบาลจึงจำเป็นต้องออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านนี้ เพื่อรองรับวิกฤตดังกล่าว

“ถ้าเราไม่ทำอะไรเลย ไม่ต้องออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท รัฐบาลก็จะไม่โดนด่า แต่เรายอมรับไม่ได้ เพราะจะทำให้เกิดปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจรุนแรง Double Squeeze หรือแรงบีบ 2 ด้าน คือต้นทุนสูง รายได้หด วันนี้ผลกระทบทางเศรษฐกิจมันเกิดขึ้นตามที่เราคาดไว้ จึงจำเป็นต้องออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อเตรียมกระสุนไว้บรรเทาผลกระทบให้กับประชาชน และป้องกันไม่ให้เศรษฐกิจเกิด Stagflation” นายเอกนิติ กล่าว

นายเอกนิติกล่าวว่า การออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ได้มีการพิจารณาจากฝ่ายกฏหมายเป็นอย่างดี และแบ่งสัดส่วนชัดเจน คือบรรเทาช่วยเหลือประชาชน และเปลี่ยนผ่านเป็นพลังงานสะอาด ซึ่งการดำเนินการจะเป็นไปอย่างโปร่งใส มีภาคเอกชนร่วม และมีคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการและคณะกรรมการติดตามประเมินผลงานให้เกิดความคุ้มค่าที่สุด

สันติธารชี้ พ.ร.ก.กู้เงินสำคัญ ชะลอปัญหาหนี้ครัวเรือน

นายสันติธาร เสถียรไทย กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยตอนนี้อยู่ในภาวะ Double Squeeze หรือแรงบีบ 2 ด้าน คือต้นทุนสูง รายได้หด และเศรษฐกิจไทยอยู่ระหว่างระลอกที่ 2 คือวิกฤตพลังงาน และระลอกที่ 3 คือต้นทุนสินค้าสูง ดังนั้นการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทจะช่วยบรรเทาให้วิกฤตเศรษฐกิจไทยเข้าสู่ระลอกถัดไป โดยได้รับความรุนแรงน้อยลง

นอกจากนี้ สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุด หากไม่ออก พ.ร.ก.กู้เงิน จะทำให้หนี้ครัวเรือนของประเทศเพิ่มขึ้นสูงถึง 90% ทั้งจากมีหนี้สินมากและเข้าถึงสินเชื่อยาก หากปล่อยไปโดยไม่แก้ไข จะทำให้การแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนยากขึ้นอีก

มูดี้ส์เชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย

นายเอกนิติกล่าวว่า ที่ผ่านมาสถาบันจัดอันดับมูดี้ส์ได้ปรับมุมมองเครดิตของไทยจากเชิงลบ (Negative) เป็นมีเสถียรภาพ (Stable) และล่าสุดมูดี้ส์ได้รายงานว่าประเทศไทยเป็น 1 ใน 5 ประเทศที่เข้มแข็งพร้อมรับมือสภาวะความผันผวนของโลก ร่วมกับประเทศอินเดีย มาเลเซีย อินโดนีเซีย และเม็กซิโก สะท้อนสิ่งที่ประเทศไทยได้พยายามมาตลอดใน 2 เรื่องสำคัญ ได้แก่

1.ไทยมุ่งมั่นปฏิรูปเศรษฐกิจ เน้นการลงทุนพลังงานสะอาด ซึ่งมีการเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ครั้งล่าสุด ยังเน้นจุดยืนนี้อยู่ และจะเร่งให้มีการเปิดใช้สัญญาการซื้อขายไฟฟ้าโดยตรงระหว่างผู้ผลิตพลังงานหมุนเวียนและผู้ใช้ไฟฟ้า (Direct PPA) รวมถึงมาตรการ BOI Fast Pass ซึ่งได้ผลอย่างดี ส่งผลให้ไตรมาสที่ 1 ปี 2569 การลงทุนของ BOI ขยายตัว 18% สะท้อนถึงการสนับสนุนการลงทุนที่จริงจังของไทย

2.ไทยให้ความสำคัญกับเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ทั้งต่างประเทศและในประเทศ โดยเสถียรภาพด้านต่างประเทศของไทยมีทุนสำรองระหว่างประเทศรวมทั้งหมด 3 แสนล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นการนำเข้ากว่า 10 เดือน

“รายงานมูดี้ส์ชมไทยเรื่องความเข้มแข็งของตลาดพันธบัตรในไทยว่ามีความยืดหยุ่นสูงมาก เห็นได้จากหนี้สาธารณะกว่า 99% กู้ในประเทศและดอกเบี้ยต่ำ โดยพันธบัตรอายุ 2 ปี ดอกเบี้ย 1.2% และพันธบัตรอายุ 10 ปี ดอกเบี้ย 2.1-2.2% ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่ต่ำ และทำให้ไทยมีกันชนรับมือความเสี่ยงของเศรษฐกิจโลกให้กับประชาชน” นายเอกนิติกล่าว

จ่อออกมาตรการช่วยกลุ่มเปราะบาง ครอบคลุมภาคขนส่ง

นายเอกนิติกล่าวว่า มาตรการคนละครึ่งพลัสและมาตรการเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่จะเสนอให้คณะกรรมกลั่นกรองโครงการที่ใช้เงินกู้จาก พ.ร.ก.กู้เงิน ที่มีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน ซึ่งมาตรการจะกว้างมากกว่านั้น โดยจะช่วยเหลือครอบคลุมไปถึงกลุ่มธุรกิจภาคขนส่ง ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลได้ออกมาตรการช่วยเหลือแล้ว และจะสิ้นสุดภายในพฤษภาคมนี้ โดยมาตรการทั้งหมดจะช่วยลดผลกระทบจากวิกฤตพลังงานเป็นสำคัญ