FLE หุ้น IPO ตัวที่ 3 ของปี เปิดเทรดเหนือจอง 17.89% ลุยธุรกิจระบบน้ำครบวงจร
หุ้น “ฟร้อนท์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง (FLE)” เข้าเทรด mai วันแรก เปิดตลาด 1.45 บาท สูงกว่าราคาไอพีโอ 17.89% ชูธุรกิจบริหารจัดการน้ำครบวงจร ระดมทุน 123 ล้านบาท ลุยซื้อเครื่องจักรธุรกิจให้เช่าเครื่องสูบน้ำ-ขยายกำลังผลิต
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท ฟร้อนท์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ FLE เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) วันนี้ (1 ก.ย. 2569) เป็นวันแรก ในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม และนับเป็นหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เสนอขายต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ตัวที่ 3 ของปี 2569 โดยราคาหุ้น FLE เปิดการซื้อขายที่ 1.45 บาท เพิ่มขึ้น 0.22 บาท หรือ 17.89% จากราคา IPO ที่หุ้นละ 1.23 บาท
FLE ประกอบธุรกิจจัดหา จำหน่าย และให้เช่าเครื่องสูบน้ำ วาล์ว ท่อ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงให้บริการบริหารจัดการระบบน้ำแบบครบวงจร ตลอดจนรับเหมางานชลประทานและงานระบบที่เกี่ยวข้อง โดยนำเข้าสินค้าจากผู้ผลิตชั้นนำต่างประเทศ และมีผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ของบริษัท ได้แก่ “HYLIC” และ “ANACONDA”
นอกจากนี้ บริษัทยังให้บริการงานรับเหมาวางระบบไฟฟ้าและเครื่องกล ครอบคลุมตั้งแต่การให้คำปรึกษา ออกแบบ จัดหา ติดตั้ง ทดสอบ บำรุงรักษา ไปจนถึงบริการหลังการขาย โดยมีฐานลูกค้าหลักเป็นหน่วยงานภาครัฐ เช่น กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำบาดาล และการประปาส่วนภูมิภาค
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2569 บริษัทมีสัดส่วนรายได้จากลูกค้าภาครัฐต่อภาคเอกชนอยู่ที่ 86:14 โดยรายได้จากการขาย จัดหา จำหน่ายพร้อมติดตั้ง คิดเป็น 45.76% รายได้จากการให้บริการ 53.53% ส่วนรายได้จากธุรกิจให้เช่าเครื่องสูบน้ำซึ่งเป็นธุรกิจใหม่รวมกับรายได้อื่น คิดเป็น 0.71%
FLE เสนอขายหุ้น IPO จำนวน 100 ล้านหุ้น ที่ราคาเสนอขายหุ้นละ 1.23 บาท คิดเป็นมูลค่าระดมทุน 123 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทมีมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO ประมาณ 369 ล้านบาท และมีทุนชำระแล้วหลัง IPO จำนวน 150 ล้านบาท
นายภาณุ โชคอภิรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร FLE เปิดเผยว่า หุ้น FLE เข้าซื้อขายในตลาด mai เป็นวันแรก โดยราคาเปิดเหนือราคา IPO สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อศักยภาพธุรกิจ ขณะที่บริษัทเตรียมนำเงินระดมทุนไปขยายธุรกิจให้เช่าเครื่องสูบน้ำ เพื่อเพิ่มรายได้ประจำ (Recurring Income) รวมถึงปรับปรุงโรงงานและศูนย์ทดสอบเครื่องสูบน้ำ ชำระหนี้ และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
ณ สิ้นเดือน ก.ค. 2569 บริษัทมีงานในมือ (Backlog) 352 ล้านบาท คาดรับรู้รายได้ภายในปีนี้ประมาณ 80% พร้อมตั้งเป้าหมายรายได้ปี 2569 เติบโต 8-9%
สำหรับแผนระยะถัดไป บริษัทเตรียมขยายเข้าสู่ธุรกิจ Data Center โดยรับงานระบบบริหารจัดการน้ำ ทั้งระบบท่อ เครื่องสูบน้ำ และวาล์ว ในฐานะผู้รับเหมาช่วง (Sub-contractor) ให้กับผู้รับเหมาหลักรายใหญ่ คาดเริ่มเห็นความชัดเจนและทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 2/2570
ขณะเดียวกัน บริษัทเดินหน้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจให้เช่าเครื่องสูบน้ำ เพื่อลดการพึ่งพางบประมาณภาครัฐ โดยปัจจุบันมีสัญญาเช่าเครื่องสูบน้ำระยะยาว 5 ปี จากการประปาส่วนภูมิภาคเพิ่มเป็น 7 สัญญา จากปีก่อน 1 สัญญา และเตรียมลงทุนต่อเรือขุดเพื่อให้หน่วยงานภาครัฐเช่าเพิ่มเติม
ส่วนปี 2570 บริษัทตั้งเป้าหมายติดตามงานที่คาดว่าจะเปิดประมูลมูลค่ารวมไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท รวมถึงโอกาสจากงบฯกลางและโครงการภาครัฐอื่น ๆ โดยบริษัทจะต่อยอดประสบการณ์ด้านระบบบริหารจัดการน้ำกว่า 20 ปี รองรับงานแก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง และน้ำเสีย เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว