ตลาดการเงินกำลังตั้งคำถามกับความน่าเชื่อถือ ?
คอลัมน์ : นั่งคุยกับห้องค้า
ผู้เขียน : ดร.กอบสิทธิ์ ศิลปชัย, กฤติกา บุญสร้าง ธนาคารกสิกรไทย
ตลาดพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดที่ความเสี่ยงต่ำ กำลังเป็นประเด็นร้อนของโลกการเงินในตอนนี้ หลังจากที่ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ อายุ 30 ปี พุ่งสูงสุดนับตั้งแต่ช่วงวิกฤตซับไพรมในปี 2007 และอายุ 10 ปี พุ่งเข้าใกล้ระดับ 5% มากขึ้นทุกขณะ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 เช่นกัน หากไม่นับในช่วงการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในปี 2023
นอกจากสหรัฐ ญี่ปุ่นก็กำลังเผชิญกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงอย่างมีนัยสำคัญเช่นเดียวกัน โดยผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปี พุ่งทะลุ 3% ทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 30 ปี เช่นเดียวกับผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 30 ปี
ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่เพิ่มสูงขึ้น สะท้อนว่าต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาลสูงขึ้น โดยปัจจัยหลักในตอนนี้ คือ ตลาดกำลังตั้งคำถามกับความน่าเชื่อถือของประเทศผู้กู้ ท่ามกลางหนี้สาธารณะที่สูงขึ้นมากในทุกประเทศ นับตั้งแต่วิกฤตโควิด-19
ปัจจุบันหนี้สาธารณะของสหรัฐ แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 40 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นราว 120% ต่อจีดีพี ในขณะที่ญี่ปุ่นมีหนี้สาธารณะสูงถึงราว 200% ต่อจีดีพี
นอกจากหนี้ที่สูงแล้ว ทั้งสหรัฐ และญี่ปุ่นยังมีแผนการคลังขาดดุลต่อเนื่อง ท่ามกลางดอกเบี้ยที่สูงของเฟด และแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้นของธนาคารกลางญี่ปุ่น ซึ่งจะยิ่งซ้ำเติมให้หนี้สาธารณะเพิ่มพูนขึ้นไปอีกมาก
ตลาดกำลังตั้งคำถามกับความน่าเชื่อถือของทั้งสองประเทศผ่านการเรียกเก็บผลตอบแทนจากการลงทุนพันธบัตรในอัตราที่สูง อีกทั้งนักลงทุนส่วนหนึ่งมีการเทขายพันธบัตรออก ปรับพอร์ตการลงทุน ซึ่งส่งผลต่อเนื่องไปถึงค่าเงินที่ถูกกดดันให้อยู่ในฝั่งอ่อนค่าในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมานี้ ทั้งดอลลาร์สหรัฐ และเงินเยนญี่ปุ่น
ไม่เพียงแต่สหรัฐ และญี่ปุ่นเท่านั้นที่กำลังเผชิญกับปัญหานี้ ประเทศอื่นที่มีหนี้สาธารณะเร่งขึ้นมากและอยู่ในระดับสูงก็มีความเสี่ยงเช่นกัน ฉะนั้น การรีบแก้โจทย์ดังกล่าว ดึงความน่าเชื่อถือและเรียกคืนความเชื่อมั่นของตลาดกลับคืนมาจึงเป็นสิ่งสำคัญในตอนนี้