ลุ้นหุ้นไทยแตะ 1,700 จุด ชู 5 กลุ่มเด่น ปศุสัตว์-ท่องเที่ยว-ค้าปลีก-เกษตร-FDI
บล.ทรีนีตี้ มองหุ้นไทยไตรมาส 4 ยังมีโอกาสฟื้น วางกรอบหุ้นไทย 1,500-1,700 จุด แนะไม่ไล่ราคา รอจังหวะตลาดร่วงแรงทยอยสะสม ชู 10 หุ้นเด่น BTG-TFG-AWC-ERW-CRC-COM7-STA-TVO-AMATA-STECON
นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นในช่วงไตรมาส 4 มีแนวโน้มผันผวน จากทั้งปัจจัยบวกและปัจจัยลบที่เข้ามากระทบพร้อมกัน

โดยปัจจัยที่ต้องติดตามในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี ได้แก่ ทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ราคาน้ำมัน และการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐ ซึ่งอาจสร้างความผันผวนให้กับตลาดหุ้นทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม ตลาดยังมีแรงพยุงจากผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน หลังหลายบริษัทมีผลประกอบการไตรมาส 2 ดีกว่าที่ตลาดคาด ส่งผลให้มีการปรับเพิ่มประมาณการกำไรในหลายกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีและพลังงาน
สำหรับตลาดหุ้นไทย มองว่าระดับราคาหุ้นในปัจจุบันยังไม่แพงเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี ขณะเดียวกัน การฟื้นตัวของราคาหุ้นเริ่มกระจายไปยังหลายกลุ่มมากขึ้น ไม่ได้พึ่งพาหุ้นขนาดใหญ่เพียงไม่กี่ตัวเหมือนช่วงที่ผ่านมา ถือเป็นสัญญาณที่ช่วยสนับสนุนภาพตลาดในช่วงที่เหลือของปี
ทั้งนี้ บล.ทรีนีตี้ ประเมินกรอบดัชนีในช่วงที่เหลือของปี 2569 ไว้ที่ 1,500-1,700 จุด โดยกรณีฐานมองระดับเหมาะสมประมาณ 1,630 จุด จากประมาณการกำไรต่อหุ้นของตลาดปี 2569 ที่ 110 บาท หากตลาดเผชิญแรงขายรุนแรงจากปัจจัยภายนอก ดัชนีอาจปรับตัวลงไปทดสอบบริเวณ 1,500 จุด แต่ประเมินว่ามีโอกาสไม่หลุดระดับดังกล่าว ขณะที่ด้านบนยังมีโอกาสปรับขึ้นไปทดสอบบริเวณ 1,700 จุดได้
ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุนในไตรมาส 4 แนะนำไม่ไล่ซื้อหุ้นในช่วงที่ตลาดปรับตัวขึ้น แต่ให้รอจังหวะตลาดปรับตัวลงแรงเพื่อทยอยสะสมหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานสนับสนุน
สำหรับหุ้นเด่น แบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มปศุสัตว์ BTG และ TFG ได้แรงหนุนจากราคาเนื้อสัตว์ฟื้นตัวและต้นทุนอาหารสัตว์ลดลง
กลุ่มท่องเที่ยวเลือก AWC และ ERW รับช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวปลายปี ส่วนกลุ่มค้าปลีกเลือก CRC และ COM7 จากแนวโน้มการจับจ่ายใช้สอยที่เพิ่มขึ้นในช่วงปลายปี
กลุ่มสินค้าเกษตรแปรรูปเลือก STA และ TVO ซึ่งอาจได้รับประโยชน์จากความเสี่ยงของสภาพอากาศ ขณะที่กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากเงินลงทุนต่างชาติเลือก AMATA และ STECON จากการย้ายฐานการผลิตและการลงทุน Data Center ในภูมิภาค
โดยภาพรวมทรีนีตี้ยังมองตลาดหุ้นไทยในช่วงที่เหลือของปีมีโอกาสฟื้นตัว แต่ด้วยความไม่แน่นอนจากปัจจัยต่างประเทศ นักลงทุนควรรอจังหวะตลาดอ่อนตัวเพื่อสะสมหุ้น มากกว่าการไล่ซื้อในช่วงที่ดัชนีปรับตัวขึ้น