เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
หุ้นไทยวันนี้ลุ้นเด้ง! รับ IMF อัพ GDP โบรกฯ ชู 4 ธีมหุ้นน่าสะสม
Finance หุ้นไทยวันนี้ลุ้นเด้ง! รับ IMF อัพ GDP โบรกฯ ชู 4 ธีมหุ้นน่าสะสม
สู้มือ สู้เท้า ทันเกม ทันใจ เอกภพ โฆษกรัฐบาลสาย ‘เพรสซิ่ง’
Politics สู้มือ สู้เท้า ทันเกม ทันใจ เอกภพ โฆษกรัฐบาลสาย ‘เพรสซิ่ง’
กลุ่มทิสโก้โชว์กำไรไตรมาส 3 โต 4.3% งวด 9 เดือนพุ่ง 5.7% รายได้ทุกธุรกิจหลักไปได้ดี
Finance กลุ่มทิสโก้โชว์กำไรไตรมาส 3 โต 4.3% งวด 9 เดือนพุ่ง 5.7% รายได้ทุกธุรกิจหลักไปได้ดี
คำขอนิรโทษ ‘ทักษิณ’ ถึงมืออนุฯกลั่นกรองแล้ว ก่อนชง คกก.สร้างเสริมสังคมสันติสุข
Politics คำขอนิรโทษ ‘ทักษิณ’ ถึงมืออนุฯกลั่นกรองแล้ว ก่อนชง คกก.สร้างเสริมสังคมสันติสุข
ราคาน้ำมันดิบผันผวน หลังตลาดคาดข้อตกลงส่งออกน้ำมันดีเซลจากรัสเซียช่วยเพิ่มอุปทาน
Economic ราคาน้ำมันดิบผันผวน หลังตลาดคาดข้อตกลงส่งออกน้ำมันดีเซลจากรัสเซียช่วยเพิ่มอุปทาน
ราคาทองวันนี้ (14 ต.ค. 69) ร่วงลง 400 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (14 ต.ค. 69) ร่วงลง 400 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,900 บาท
กฟผ.ขีดเส้นปี’70 ตัดสินใจลุย SMR ดันโซลาร์ลอยน้ำรับดาต้าเซ็นเตอร์
Economic กฟผ.ขีดเส้นปี’70 ตัดสินใจลุย SMR ดันโซลาร์ลอยน้ำรับดาต้าเซ็นเตอร์
เมื่อจีนตื่นทอง
World เมื่อจีนตื่นทอง
จับตาชง ครม. ของบลุย ‘ไทยช่วยไทย ธงฟ้าลดค่าครองชีพ’ ตั้ง ‘อธิบดีกรมอุตุ’
Politics จับตาชง ครม. ของบลุย ‘ไทยช่วยไทย ธงฟ้าลดค่าครองชีพ’ ตั้ง ‘อธิบดีกรมอุตุ’
ค่าเงินบาทวันนี้ (14 ต.ค. 69) เปิดตลาด 33.58 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (14 ต.ค. 69) เปิดตลาด 33.58 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
ดูทั้งหมด

หุ้นไทยวันนี้ลุ้นเด้ง! รับ IMF อัพ GDP โบรกฯ ชู 4 ธีมหุ้นน่าสะสม

14 ต.ค. 2569 | 10:02น.

บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ คาด SET วันนี้ฟื้นตัวทดสอบ 1,590 จุด รับ IMF เพิ่มเป้า GDP ไทยเป็น 2.1% จับตางบแบงก์ Q3 แนะดักเก็บหุ้นกำไรเด่น-รับฟื้นฟูน้ำท่วม-ท่องเที่ยว

บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ (14 ต.ค. 2569) คาดดัชนีหุ้นไทย (SET Index) มีโอกาสฟื้นตัวในลักษณะแกว่งขึ้น (Sideways-up) โดยมีแนวรับที่ 1,560 และ 1,555 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1,585 และ 1,590 จุด หลังได้รับปัจจัยสนับสนุนจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 ขึ้นเป็น 2.1% จากเดิม 1.9%

อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของตลาดหุ้นไทยอาจยังอยู่ในกรอบจำกัด เนื่องจากเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยต่างประเทศ โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น หลังกลุ่มฮูตีโจมตีซาอุดีอาระเบีย ซึ่งอาจกระทบต่ออุปทานพลังงานโลก ประกอบกับความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตะวันออกกลาง หลังอิหร่านขู่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในอ่าวเปอร์เซีย หากสหรัฐเปิดฉากโจมตีรอบใหม่ ขณะที่กระแสเงินทุนต่างชาติยังขาดแรงสนับสนุน

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ตลาดเริ่มกลับมาให้น้ำหนักกับการประกาศผลประกอบการไตรมาส 3/2569 ของบริษัทจดทะเบียน โดยเฉพาะกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่จะทยอยรายงานผลประกอบการระหว่างวันที่ 14-21 ต.ค.นี้ เริ่มจากบริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO ซึ่งจะเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญต่อทิศทางการลงทุนระยะสั้น

ขณะเดียวกัน IMF ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจไทยปี 2569 เป็น 2.1% และคาดว่าจะขยายตัวในระดับเดียวกันในปี 2570 โดยได้รับแรงสนับสนุนจากวัฏจักรการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการฟื้นตัวของห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีโลก สอดคล้องกับมุมมองของผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ประเมินเศรษฐกิจไทยปีนี้เติบโต 2.3% จากแรงขับเคลื่อนด้านการส่งออกและการลงทุนภาคเอกชน

ปัจจัยดังกล่าวเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ DELTA, HANA และ KCE ซึ่งมีโอกาสได้รับประโยชน์จากการขยายตัวของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง

นอกจากนี้ ยังต้องติดตามทิศทางราคาน้ำมัน หลังกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (OPEC) ปรับเพิ่มคาดการณ์ความต้องการใช้น้ำมันโลกปี 2570 เป็น 108.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน เพิ่มขึ้น 2.25 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากความต้องการสะสมสต็อกน้ำมันสำรอง ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับข้อจำกัดด้านอุปทานพลังงานโลก ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน ได้แก่ PTTEP, TOP และ SPRC

ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีที่ปรับลดลงมาอยู่บริเวณ 5.2% ประกอบกับการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 3.75-4.00% ในการประชุมเดือน ต.ค. อาจช่วยลดแรงกดดันด้านต้นทุนทางการเงิน โดยเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มการเงิน ได้แก่ TIDLOR, SAWAD และ MTC รวมถึงกลุ่มโรงไฟฟ้า GULF, GPSC และ BGRIM

ทั้งนี้ นักลงทุนยังต้องติดตามการประกาศดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือน ก.ย.ของสหรัฐในวันที่ 14 ต.ค. หากเงินเฟ้อชะลอตัวลง อาจช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยและสนับสนุนบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นโลก

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะนำเลือกซื้อหุ้นรายตัว (Selective Buy) โดยเน้นทยอยสะสมเมื่อราคาปรับตัวลง (Buy on Dip) ผ่าน 4 ธีมลงทุนที่มีปัจจัยสนับสนุนเฉพาะตัว ธีมแรก หุ้นที่คาดว่าผลประกอบการไตรมาส 3/2569 จะเติบโตแข็งแกร่ง โดยหุ้นที่คาดว่ากำไรเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ได้แก่ KKP, DELTA, PTTEP และ TRUE ส่วนหุ้นที่คาดว่ากำไรเติบโตจากไตรมาสก่อน ได้แก่ KTB, BBL และ TU

ธีมที่สอง หุ้นที่พึ่งพารายได้จากเศรษฐกิจภายในประเทศเป็นหลัก ซึ่งมีแนวโน้มทนทานต่อความผันผวนจากปัจจัยต่างประเทศ ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ CPN และ CRC กลุ่มการแพทย์ BCH และ PR9 รวมถึงกลุ่มสื่อสาร TRUE

ธีมที่สาม หุ้นที่ได้รับประโยชน์จากการฟื้นฟูหลังสถานการณ์น้ำท่วม โดยคาดว่าความต้องการวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ซ่อมแซมที่อยู่อาศัยจะเพิ่มขึ้นภายหลังระดับน้ำลดลง รวมถึงความชัดเจนของมาตรการเยียวยาจากภาครัฐ ได้แก่ HMPRO, GLOBAL และ DCC

และธีมสุดท้าย หุ้นท่องเที่ยวและค้าปลีกที่ได้รับประโยชน์จากการเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวช่วงไตรมาส 4/2569 ประกอบกับการประชุม IMF-World Bank ระหว่างวันที่ 12-18 ต.ค. ซึ่งมีผู้เข้าร่วมงานจำนวนมาก โดยหุ้นที่ได้รับปัจจัยสนับสนุน ได้แก่ ERW, CENTEL, AOT, CPN และ CRC