เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘เงินผิดกฎหมาย’ กัดกร่อนเศรษฐกิจ เปิด AMLAC ต้านฟอกเงิน-คอร์รัปชัน นานาพันธมิตรพร้อมหนุน
Finance ‘เงินผิดกฎหมาย’ กัดกร่อนเศรษฐกิจ เปิด AMLAC ต้านฟอกเงิน-คอร์รัปชัน นานาพันธมิตรพร้อมหนุน
ราคาทองวันนี้ (15 ต.ค. 69) ขยับลง 200 บาท รูปพรรณบาทละ 66,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (15 ต.ค. 69) ขยับลง 200 บาท รูปพรรณบาทละ 66,550 บาท
ยักษ์ค้าปลีกระดมอีเวนต์ รับ ‘IMF-WorldBank 2026’
Business ยักษ์ค้าปลีกระดมอีเวนต์ รับ ‘IMF-WorldBank 2026’
ค่าเงินบาทวันนี้ (15 ต.ค. 69) เปิดตลาด 33.61 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (15 ต.ค. 69) เปิดตลาด 33.61 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
จุลพันธ์ ลั่น การล้มเลือกตั้ง บอร์ด สปส. ไม่อยู่ในแนวคิด ยันนักการเมืองร่วมชวนเลือกตั้งไม่ผิด
Politics จุลพันธ์ ลั่น การล้มเลือกตั้ง บอร์ด สปส. ไม่อยู่ในแนวคิด ยันนักการเมืองร่วมชวนเลือกตั้งไม่ผิด
ส.อ.ท. ขอสินเชื่อหมื่นล้าน เร่งฟื้น SMEs โดนน้ำท่วม
Economic ส.อ.ท. ขอสินเชื่อหมื่นล้าน เร่งฟื้น SMEs โดนน้ำท่วม
ศึกร้านอาหาร 5.7 แสนล้านเดือด  ‘โอ้กะจู๋-คามุ-มากุโระ’ รุกย่อไซซ์-หั่นราคา
Business ศึกร้านอาหาร 5.7 แสนล้านเดือด  ‘โอ้กะจู๋-คามุ-มากุโระ’ รุกย่อไซซ์-หั่นราคา
Time for Thailand…คว้าโอกาสได้มั้ย
Finance Time for Thailand…คว้าโอกาสได้มั้ย
หุ้นท่องเที่ยว-โรงแรมตีปีกรับอานิสงส์ประชุม ‘IMF-WB’
Finance หุ้นท่องเที่ยว-โรงแรมตีปีกรับอานิสงส์ประชุม ‘IMF-WB’
พยากรณ์อากาศ (15 ต.ค.) ภาคเหนือ ตะวันตกของภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้ และ กทม. ยังมีฝน 40-60% 
Economic พยากรณ์อากาศ (15 ต.ค.) ภาคเหนือ ตะวันตกของภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้ และ กทม. ยังมีฝน 40-60% 
ดูทั้งหมด

‘เงินผิดกฎหมาย’ กัดกร่อนเศรษฐกิจ เปิด AMLAC ต้านฟอกเงิน-คอร์รัปชัน นานาพันธมิตรพร้อมหนุน

15 ต.ค. 2569 | 09:10น.

IMF เปิดตัวกองทุน AMLAC ในงานประชุม IMF–World Bank 2026 รวมความช่วยเหลือด้านการป้องกันการฟอกเงิน ต่อต้านทุจริต และธรรมาภิบาลไว้ในกลไกเดียว หวังปิดช่องโหว่ที่กระทบเสถียรภาพเศรษฐกิจ นามิเบีย-ศรีลังกาชี้ บททดสอบสำคัญไม่ใช่แค่ออกกฎหมาย แต่ต้องบังคับใช้ให้เห็นผล

ผู้สื่อข่าวรายงานจากศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 ว่า กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เปิดตัว Anti-Money Laundering and Anti-Corruption Thematic Fund หรือ AMLAC ในเวที “Broadening Capacity Development Support for IMF Members” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างการประชุม IMF–World Bank 2026 เพื่อขยายความช่วยเหลือด้านการพัฒนาขีดความสามารถแก่ประเทศสมาชิก

กองทุนดังกล่าวต่อยอดจากงานสนับสนุนด้านการป้องกันการฟอกเงินและการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย (AML/CFT) ที่ IMF ดำเนินมาหลายปี โดยนำงานต่อต้านการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาลเข้ามาอยู่ในกรอบความช่วยเหลือเดียวกัน แทนการรับมือแต่ละปัญหาแยกส่วน

‘เงินผิดกฎหมาย’ กัดกร่อนเศรษฐกิจ

Dan Katz รองกรรมการผู้จัดการ IMF กล่าวว่า “กระแสเงินผิดกฎหมาย การทุจริต และการฉ้อโกง” ส่งผลมากกว่าความเสียหายจากอาชญากรรมทางการเงิน เพราะสิ่งเหล่านี้บั่นทอนความเข้มแข็งของสถาบัน ความเชื่อมั่นของประชาชน และความสามารถของรัฐบาลในการรับมือแรงกระแทกทางเศรษฐกิจ

Katz ระบุว่า ตามประมาณการที่นำเสนอในเวที ผลกระทบจากการทุจริตอาจทำให้อัตราการเติบโตของ GDP ที่แท้จริงต่อหัวลดลง 3% เป็นเวลาสูงสุด 2 ปี ขณะที่มีการประเมินว่าทั่วโลกมีการฟอกเงินปีละ 4–6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 134–202 ล้านล้านบาท ขนาดของปัญหาทำให้การเสริมความโปร่งใสทางการเงินต้องเชื่อมกับนโยบายเศรษฐกิจและการสร้างสถาบันที่เข้มแข็ง

AMLAC ไม่ได้เป็นเพียงการลงทุนในความเชี่ยวชาญทางเทคนิค แต่เป็นการลงทุนในสถาบันที่เข้มแข็งขึ้น ความสามารถในการรับมือความเสี่ยง และผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น”  Katz กล่าว

Katz กล่าวว่า IMF เห็นความเชื่อมโยงของปัญหาเหล่านี้ผ่านทั้งงานติดตามเศรษฐกิจ การให้ความช่วยเหลือทางการเงิน และการพัฒนาขีดความสามารถของประเทศสมาชิก ช่องโหว่ด้านธรรมาภิบาลอาจกระทบฐานะการคลัง การลงทุน เสถียรภาพการเงิน และความไว้วางใจของสาธารณะ ขณะที่เทคโนโลยีใหม่ทำให้รูปแบบภัยทางการเงินเปลี่ยนเร็วขึ้น การให้ความช่วยเหลือจึงต้องต่อเนื่องและปรับตัวตามความเสี่ยง

Yan Liu ที่ปรึกษาด้านกฎหมายและผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมาย IMF อธิบายว่า AMLAC วางแนวทางทำงานไว้ 4 ด้าน ได้แก่ การบูรณาการ งานต่อต้านฟอกเงินกับธรรมาภิบาลและการต่อต้านทุจริต ความร่วมมือ ระหว่างหน่วยงานในประเทศ องค์กรระหว่างประเทศ และ IMF การติดตามผลที่ตรวจสอบได้ และ ความยืดหยุ่น ในการออกแบบความช่วยเหลือให้ทันความเสี่ยงใหม่ เช่น สินทรัพย์เสมือนและการสนับสนุนทางการเงินแก่การแพร่ขยายอาวุธ

Liu ยกตัวอย่างประเทศศรีลังกา ซึ่งนำผลประเมินธรรมาภิบาลไปใช้กำหนดทิศทางการปฏิรูป ขณะที่งานในบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาแสดงให้เห็นความจำเป็นของการประสานธนาคารกลาง หน่วยข่าวกรองทางการเงิน หน่วยงานกำกับธนาคาร และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องให้ทำงานไปสู่เป้าหมายเดียวกัน

นามิเบียเล่าทางออกจากบัญชีเทา

ในช่วงแลกเปลี่ยนประสบการณ์ประเทศสมาชิกอย่างนามิเบีย มีตัวแทนคือ Ebson Uanguta ผู้ว่าการธนาคารกลางนามิเบีย ขึ้นกล่าวว่า รายงานประเมินของประเทศในปี 2563 พบจุดอ่อนทั้งด้านกรอบกฎหมายและประสิทธิผลของการบังคับใช้ ซึ่งนามิเบียถูกจัดให้อยู่ในบัญชีเทาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ เมื่อปี 2567

นามิเบียจึงจัดทำแผนปฏิบัติการระดับชาติ โดยอาศัยความมุ่งมั่นทางการเมืองและการทำงานร่วมกันของหน่วยงานรัฐ ตั้งแต่ผู้กำหนดนโยบาย หน่วยงานกำกับดูแล หน่วยข่าวกรองทางการเงิน ตำรวจ อัยการ ไปจนถึงหน่วยงานที่มีหน้าที่รายงานธุรกรรม

ระหว่างดำเนินการ ประเทศได้แก้ไขกฎหมาย 9 ฉบับ และออกกฎหมายใหม่อีก 4 ฉบับ พร้อมปรับปรุงการกำกับดูแล ข้อมูลผู้ถือประโยชน์ที่แท้จริง การสืบสวน และการดำเนินคดี

Uanguta กล่าวว่า ความช่วยเหลือทางเทคนิคจาก IMF มีส่วนช่วยเปลี่ยนเป้าหมายเชิงนโยบายให้เป็นการปฏิรูปที่หน่วยงานต่างๆ สามารถนำไปปฏิบัติใช้ได้จริง ทำให้นามิเบียหลุดพ้นจากรายชื่อบัญชีเทาเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 แต่ผลดังกล่าวไม่ใช่เหตุผลที่ทำให้ประเทศต้องหยุดพัฒนาระบบต่อๆ ไปแต่อย่างใด

การพ้นจากบัญชีเทาไม่ใช่เป้าหมายสุดท้ายของเรา เป้าหมายที่แท้จริงคือการสร้างระบบป้องกันการฟอกเงินและระบบการเงินที่เข้มแข็ง ยืดหยุ่น และน่าเชื่อถือยิ่งขึ้นไป”  Uanguta กล่าว

เขาสรุปบทเรียนว่า การแก้กฎหมายเพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ หากขาดการประสานงาน ทรัพยากร บุคคล เทคโนโลยี และความร่วมมือระยะยาวของพันธมิตร

ศรีลังกาเตรียมพร้อม รับการประเมินรอบใหม่

ด้าน Nandalal Weerasinghe ผู้ว่าการธนาคารกลางประเทศศรีลังกา กล่าวว่า ประเทศเคยเผชิญการอยู่ในบัญชีเทามาแล้วเช่นกัน และกำลังเตรียมรับการประเมินรอบใหม่ โดยผลประเมินธรรมาภิบาลที่ IMF จัดทำในปี 2566 ช่วยทำให้ประเทศศรีลังกามองเห็นช่องว่างและกำหนดลำดับงานปฏิรูปได้ชัดเจนขึ้น

มาตรการที่ศรีลังกาดำเนินการครอบคลุมทั้งด้านกฎหมายต่อต้านทุจริต การบริหารการคลังภาครัฐ การตรวจเงินแผ่นดิน การกำกับดูแลธนาคาร และการเปิดเผยข้อมูลผู้ถือประโยชน์ที่แท้จริง รวมถึงการปรับปรุงกฎหมายด้านการรายงานธุรกรรม การป้องกันการฟอกเงิน และการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย

อย่างไรก็ตาม Weerasinghe ระบุว่า การประเมินไม่ได้ดูเพียงว่าประเทศมีกฎหมายหรือหน่วยงานรองรับครบหรือไม่ แต่ต้องดูด้วยว่ามาตรการเหล่านั้นสร้างผลในทางปฏิบัติได้ถึงเพียงใดต่างหาก

การมีกฎหมายอย่างเดียวไม่เพียงพอ เราต้องทำให้กฎหมายนั้นใช้การได้ และแสดงให้เห็นประสิทธิผลของการบังคับใช้” 

ต้านทุจริตช่วยดึงทุนเอกชน

การเปิดตัว AMLAC ได้รับคำมั่นสนับสนุนจากหลายประเทศ โดยผู้แทนฝรั่งเศสประกาศเพิ่มเงินสนับสนุนจาก 8 แสนยูโร หรือประมาณ 30 ล้านบาท เป็น 1.5 ล้านยูโร หรือประมาณ 57 ล้านบาท พร้อมระบุว่า การกำหนดมาตรฐานระหว่างประเทศจำเป็นต้องมีความช่วยเหลือทางเทคนิคควบคู่กัน เพื่อให้ประเทศต่าง ๆ นำมาตรฐานไปปฏิบัติได้

Rüdiger von Kleist รองอธิบดีด้านการเงินระหว่างประเทศ กระทรวงการคลังประเทศเยอรมนี เปรียบงานของ IMF เป็นเหมือนโต๊ะสามขา ได้แก่ การติดตามภาวะเศรษฐกิจ โครงการช่วยเหลือทางการเงิน และความช่วยเหลือทางเทคนิค ซึ่งต่างมีความสำคัญต่อความมั่นคงของระบบเศรษฐกิจ ทางเยอรมนีขอประกาศสนับสนุนเพิ่มเติม 5 ล้านยูโร หรือประมาณ 189 ล้านบาท จนถึงปี 2572

หากต้องการการเติบโตที่ยั่งยืน ก็ต้องให้ภาคเอกชนเข้ามาลงทุน และการจะทำเช่นนั้นได้ต้องมีทั้งการป้องกันฟอกเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการต่อต้านทุจริต” 

ด้าน Frank Feighan ผู้รัฐมนตรีช่วยของไอร์แลนด์ กล่าวว่า อาชญากรรมทางการเงินไม่หยุดอยู่ที่พรมแดนประเทศ และอาจดึงทรัพยากรออกจากการลงทุนและบริการสาธารณะที่จำเป็น ไอร์แลนด์ประกาศคำมั่นรวม 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 101 ล้านบาท ในระยะ 6 ปี ครอบคลุมทั้งกองทุน AMLAC และกองทุนเดิม ไม่ใช่ยอดสนับสนุน AMLAC เพียงกองทุนเดียว

Hideaki Imamura ผู้แทนกระทรวงการคลังประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า ธรรมาภิบาลกับงาน AML/CFT แยกจากกันไม่ได้ เพราะระบบป้องกันอาชญากรรมทางการเงินต้องตั้งอยู่บนสถาบันที่เข้มแข็ง ญี่ปุ่นขอประกาศสนับสนุน AMLAC 3.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 118 ล้านบาท ในระยะ 5 ปี

ขณะที่อิตาลีประกาศคำมั่นสนับสนุน 3 ล้านยูโร หรือประมาณ 113 ล้านบาท โดยให้ความสำคัญกับความช่วยเหลือที่ตอบโจทย์ประเทศรายได้น้อยและประเทศเปราะบาง โดยเฉพาะในแอฟริกาตอนใต้ของทะเลทรายซาฮารา ส่วน Gilles Roth รัฐมนตรีคลังลักเซมเบิร์ก ประกาศคำมั่นเบื้องต้น 2.25 ล้านยูโร หรือประมาณ 85 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการเปิดตัวกองทุน

ในช่วงท้ายของเวที Steven Collet ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศเนเธอร์แลนด์ กล่าวว่า ประเทศต่างๆ จะระดมทรัพยากรเพื่อการพัฒนาได้ยาก หากรายได้ภาครัฐยังรั่วไหลผ่านกระแสเงินผิดกฎหมาย เนเธอร์แลนด์ขอประกาศสนับสนุน AMLAC 4 ล้านยูโร หรือประมาณ 151 ล้านบาท เพื่อช่วยประเทศสมาชิกคุ้มครองเงินสาธารณะ และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุน

ส่วน Christoph Baumann ผู้แทนจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ประจำคณะกรรมการบริหาร IMF กล่าวว่า จุดอ่อนด้านความโปร่งใสทางการเงินในประเทศหนึ่งอาจส่งผลข้ามพรมแดนได้ สวิตเซอร์แลนด์จึงสนับสนุนแนวทางที่เชื่อมงาน AML/CFT กับธรรมาภิบาลและการต่อต้านทุจริต พร้อมประกาศเงินสนับสนุนใหม่สำหรับระยะแรกของ AMLAC 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 134 ล้านบาท

ทั้งนี้ คำมั่นจากประเทศพันธมิตรบนเวทีดังกล่าว คำนวณแล้วมีจำนวนสะสมมากกว่าครึ่งหนึ่งของวงเงินที่จำเป็นต่อการเปิดตัว AMLAC แล้ว โดย IMF จะใช้ความร่วมมือนี้ตอบสนองความต้องการและความเสี่ยงใหม่ของประเทศสมาชิกได้อย่าสงรวดเร็วขึ้น