‘มอร์นิ่งสตาร์’ แนะ 4 แนวทางกำกับดูแลการลงทุน ESG
08 ก.ค. 2563 | 07:30น.
บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากที่มอร์นิ่งสตาร์ได้เข้าควบรวมกิจการกับ “Sustainlytics” ซึ่งเป็นผู้นำในการวิเคราะห์ข้อมูล ESG มอร์นิ่งสตาร์ได้จัดทำรายงาน “Sharpening the Tools of the ESG Investor” เอกสารการแถลงข่าวภาษาอังกฤษสามารถดูได้ที่นี่ และสามารถดูรายงานฉบับเต็ม (ภาษาอังกฤษ) ได้ตามไฟล์ที่แนบมา
ในรายงานนี้เราได้พิจารณาว่า 1) ปัจจัยด้าน ESG มีความสำคัญต่อการลงทุนอย่างไรและต่อใครบ้าง; 2) นักลงทุนจะใช้ข้อมูล ESG อย่างไรและอะไรเป็นข้อจำกัด; 3) ผู้กำหนดนโยบายมีการสนับสนุนหรือเป็นอุปสรรคต่อการลงทุน ESG อย่างไร
ตัวอย่างข้อบกพร่องในการเปิดเผยข้อมูล ESG ที่พบในปัจจุบัน
- การเปิดเผยข้อมูล ESG มักจะเป็นช่วงเวลาที่ต่างกันกับการเปิดเผยข้อมูลทางการเงิน จึงทำให้เชื่อมโยงข้อมูลกันได้ยาก และไม่สามารถใช้ข้อมูลนั้นให้เป็นประโยชน์ได้เช่นเดียวกับการใช้ข้อมูลทางการเงินในการประเมินมูลค่าหลักทรัพย์
- ข้อมูล ESG จะเปลี่ยนไปเป็นแบบ machine-readable มากขึ้นเรื่อย ๆ เช่นเดียวกับข้อมูลทางการเงิน (ซึ่งมักจะเป็นรายงานที่นำไปต่อยอดได้) ความโปร่งใสของตลาดทุนจึงเป็นจุดสำคัญที่จะทำให้นักลงทุนเปรียบเทียบการลงทุนได้
- ผู้ออกตราสารทุน
- ผู้ออกตราสารที่มีการเปิดเผยปัจจัยด้าน ESG อย่างครบถ้วนสม่ำเสมอมีจำนวนต่ำกว่า 30% ของผู้ออกตราสารทั่วโลก
- บริษัทเอกชนมีการจัดทำรายงานความยั่งยืนจำนวนมากแต่มักจะเลือกตัวชี้วัดจากหลายองค์กร ทำให้รายงานเหล่านี้อาจไม่ประกอบด้วยข้อมูลที่เป็นนัยสำคัญที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจนั้น ๆ จึงไม่อาจเป็นส่วนช่วยให้นักลงทุนเข้าใจในความเสี่ยงของ ESG ที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ทั้งยังเป็นอุปสรรคต่อการเปรียบเทียบแต่ละบริษัทอีกด้วย
- ตราสารหนี้
- ตลาดตราสารหนี้มีการเปิดเผยข้อมูลที่แตกต่างกันและไม่สมบูรณ์ ในบางกรณีมีการให้เรตติ้ง ESG จากความเสี่ยง ESG ที่ผู้ออกตราสารเผชิญ หรือให้เรตติ้งจากการใช้เงินที่ได้จากการออกตราสารว่ามีการใช้ไปกับธุรกิจสีเขียวหรือไม่ การขาดความสอดคล้องกันของมาตรฐานส่งผลให้นักลงทุนยังไม่สนใจ green bonds ซึ่งน่าจะเป็นแนวทางการลงทุนที่สำคัญที่สุดที่ช่วยให้นักลงทุนสร้างผลกระทบเชิงบวกผ่านการลงทุนได้
- กองทุน
- บริษัทจัดการกองทุนมีการเปิดเผยข้อมูล ESG เกี่ยวกับสินทรัพย์ที่ถือครองในพอร์ตในแบบที่ต่างกัน Third party สามารถวิเคราะห์การถือครองสินทรัพย์และประเมินกองทุนได้อย่างยุติธรรมว่าเป็นกองทุนยั่งยืนหรือเป็นไปตามมาตรฐานด้าน ESG ที่กำหนด อย่างไรก็ตามวิธีการนี้อาจไม่ตรงกับคำจำกัดความของบริษัทจัดการที่ใช้ในการเลือกหลักทรัพย์หรือไม่สะท้อนกลยุทธ์ที่เกี่ยวข้อง หรือในบางกรณีอาจเกิดจากการเปิดเผยข้อมูลของผู้ออกตราสารเอง
ดังนั้นมอร์นิ่งสตาร์จึงเสนอแนะแนวทางดังนี้
| หลักปฏิบัติสำหรับการกำกับดูแลทั่วโลก |
| 1. ฝ่ายกำกับดูแลควรให้การสนับสนุนการใช้มาตรฐานจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีอยู่ รวมทั้งกำหนดให้ผู้ออกตราสารเปิดเผยข้อมูลตามมาตรฐานเหล่านั้นหากเป็นข้อมูลที่มีนัยสำคัญต่อบริษัทหรือผู้ที่เกี่ยวข้องในวงกว้าง |
| 2. ฝ่ายกำกับดูแลควรร่วมมือกันเพื่อให้นักลงทุนในแต่ละพื้นที่ สามารถเข้าถึงมาตรฐาน ESG ที่เปรียบเทียบกันได้ |
| 3. ฝ่ายกำกับดูแลควรให้เปิดเผยข้อมูล ESG มีช่วงเวลาสอดคล้องกับข้อมูลทางการเงิน |
| 4. ทางด้านกองทุนรวม ฝ่ายกำกับดูแลควรสร้างมาตรฐานขั้นต่ำเพื่อให้นักลงทุนทราบว่ากองทุนมีการคำนึงถึงปัจจัยด้าน ESG ในการลงทุนหรือไม่ หรือกองทุนมีการพิจารณาเกณฑ์ด้าน ESG, การประเมินด้านความยั่งยืน, หรือการประเมินการลงทุนเพื่อสร้างผลกระทบต่อส่วนรวมเป็นปัจจัยหลักในวิธีการลงทุน |
หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อผู้เชี่ยวชาญจากมอร์นิ่งสตาร์ หรือหากต้องการแสดงรายงานผ่านบทความกรุณาใช้ลิงก์นี้