กรอบบนยังถูกจำกัดบริเวณ 1,400 จุด
คอลัมน์ เติมคยามคิดพิชิตการลงทุน
เอกภาวิน สุนทราภิชาติ บล.ไทยพาณิชย์
สวัสดีครับท่านผู้อ่าน ตลาดหุ้นไทยบ้านเราเริ่มฟื้นตัวขึ้นหลังจากที่ลงไปแถวบริเวณ 1,300 จุด โดยปัจจัยหนุนหลักมาจากตัวเลขเศรษฐกิจประจำเดือนมิถุนายนที่ฟื้นตัวต่อเนื่องทั้งในประเทศจีน สหรัฐ และยุโรป
โดยจีนมีตัวเลขภาคบริการประจําเดือนมิถุนายน หรือ Caixin Service PMI ที่สำรวจโดย Markit ออกมาที่ 58.4 จุดมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ค่อนข้างมากที่ 53.2 จุด และเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2553
ทางด้านสหรัฐตัวเลขภาคบริการประจําเดือนมิถุนายน หรือ ISM Non-Manufacturing PMI ตัวเลขออกมาที่ 57.1% สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ค่อนข้างมากที่ 50.1% กิจกรรมทางเศรษฐกิจด้านบริการขยายตัวจาก 41% ขึ้นมาเป็น 66% คําสั่งซื้อใหม่ขยายตัวจาก 41.9% มาเป็น 61.6% การจ้างงานขยายตัวจาก 31.8% มาเป็น 43.1%
ส่วนทางฝั่งยุโรป มียอดค้าปลีกในกลุ่มยูโรโซนเดือนพฤษภาคมเมื่อเทียบกับเดือนเมษายนก็ขยายตัวได้ดีเช่นกันที่ 17.8% ซึ่งดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 15.0%
ทั้งนี้ ปัจจัยภายนอกที่เป็นบวกได้สร้างsentiment เชิงบวกต่อ SET ให้ปรับตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม ถ้าหากดูเฉพาะปัจจัยภายในบ้านเรายังดูไม่โดดเด่น และคาดว่ายังเผชิญปัจจัยลบจากเรื่องต่าง ๆ เช่น
1) การกลับมาระบาดระลอก 2 ของโควิด-19 โดยเฉพาะสหรัฐที่มีตัวเลขผู้ติดเชื้อกลับมาเพิ่มขึ้นจำนวนมาก (4-5 หมื่นคนต่อวัน เทียบ 3 หมื่นคนต่อวันในช่วงเดือน เม.ย.) สร้างความกังวลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และอาจทำให้ตัวเลขเศรษฐกิจในเดือน ก.ค.ชะลอตัว
2) ยังต้องระวังความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและจีนที่อาจกระทบต่อข้อตกลงทางการค้า
3) SET เหนือระดับ 1,400 จุด มีมูลค่าที่ตึงตัว โดยหากอิงกำไรในปีหน้าSET จะเทรดอยู่ที่ P/E ระดับเกือบ 18.0 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยบริเวณ 15.0-16.0 เท่า
4) แนวโน้มผลการดำเนินงานใน Q2/63 จะโดนผลกระทบโดยตรงจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยเฉพาะกลุ่มแบงก์ที่จะเริ่มรายงานผลการดำเนินงานใน Q2/63 มีความเสี่ยงต่อผลการดำเนินงานที่จะออกมาแย่กว่าที่ตลาดคาด
5) กำไรยังฟื้นตัวได้ช้า โดยคาดว่ากำไรสุทธิในปี”64 จะยังคงตํ่ากว่ากำไรสุทธิในปี”62 (SET index เฉลี่ย/สิ้นปี”62 อยู่ที่ 1,640/1,560 จุด ทำให้ไม่สมเหตุสมผล หาก SET จะขึ้นมาเคลื่อนไหวถึงบริเวณนี้) โดยคาดว่า valuation หุ้นวัฏจักร (cyclical stock) จะถูกปรับลดลง(derate) เพราะ upside จากการปรับเพิ่ม ROE มีจำกัด ขณะที่หุ้น defensive จะถูก rerate เพิ่มขึ้นเพราะ ROE เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ปัจจัยกดดันทั้งหมดที่กล่าวมาทำให้คาดว่าการฟื้นตัวของ SET จะถูกจำกัดบริเวณ 1,400-1,420 จุด และหลังจากนั้นมีโอกาสกลับมาปรับตัวลงอีกครั้งบริเวณ 1,300 จุด ด้านกลยุทธ์การลงทุนผมแบ่งเป็นพอร์ตลงทุน และพอร์ตเก็งกำไร โดยพอร์ตซื้อลงทุนให้ซื้อสะสมหุ้นบริเวณ 1,280-1,300-1,320 จุด โดยมีหุ้นแนะนำ ได้แก่ หุ้น Defensive คือ ADVANC BCH และหุ้น tactical ที่มีคุณภาพกำไรดีและตํ่ากว่ามูลค่าคือ ERW, IVL, HANA
ส่วนพอร์ตเก็งกำไรควรควบคุมความเสี่ยง โดยกำหนดจุด stop loss ทุกครั้งโดยมีหุ้นแนะนำ ได้แก่ 1) CPF ราคาหมูไก่ในประเทศปรับตัวดีขึ้นหลังปลด lockdown หมูเวียดนามดีขึ้น หลัง ASF กลับมาระบาดในเวียดนามเหนือ คาดกำไร 2Q/63 น่าจะยังเติบโตโดดเด่น
2) IVL อุปสงค์ของ PET สำหรับใช้ผลิตบรรจุภัณฑ์แบบใช้ครั้งเดียวยังแข็งแกร่ง จากความกังวลของการแพร่ระบาดโควิด-19 รวมทั้ง 2Q/63 คาดกำไรดีขึ้น QOQ จากสเปรด PET ดีขึ้น
3) ADVANC ได้รับประโยชน์มากสุดจากการแข่งขันที่ลดลงในระบบเติมเงินเพราะมีสัดส่วนผู้ใช้บริการระบบเติมเงินสูงที่สุด พร้อมลุ้นงบฯ 3Q/63 อาจมี surprise เชิงบวก 4) CKP คาดการณ์ชะลอตัวของ ศก.ไม่กระทบต่อโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าต่ำสุดเมื่อเทียบกับการผลิตไฟฟ้าแหล่งอื่น คาดปริมาณน้ำจะกลับสู่ระดับปกติใน 2H/63
และ 5) BANPU ตั้ง บ.ย่อย ประกอบธุรกิจยานพาหนะไฟฟ้า แนวโน้มธุรกิจถ่านหินคาดว่าจะฟื้นตัวช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ธุรกิจไฟฟ้ามีแรงหนุนจากการเปิดโรงไฟฟ้าใหม่ที่จีนช่วง 4Q/63
…แล้วพบกันใหม่ฉบับหน้าครับ ด้วยรักและหวังดี