กรุงศรีฯ ตั้งงบ 8.5 พันล้าน ลงทุนดิจิทัลเต็มสูบ ชี้แผน “เงินติดล้อ” ชัดเจนสิ้นปีนี้
ธนาคารกรุงศรี
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดแผนธุรกิจระยะกลาง 3 ปี ตั้งแต่ 64-66 ชูกลยุทธ์ 5 ด้านขับเคลื่อน พร้อมลุยลงทุนด้านดิจิทัล-ไอที ตั้งวงเงิน 8-8.5 พันล้านบาทต่อปี ตั้งเป้าโตสินเชื่อ 3-5% เน้นธุรกิจรายใหญ่ กดหนี้เสีย 2.7% แผน “เงินติดล้อ” ชัดเจนสิ้นปีนี้-กลางปี 65 ยันถือหุ้นไม่ต่ำกว่า 30% พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจภูมิภาค
นายเซอิจิโระ อาคิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ธนาคารได้จัดทำแผนธุรกิจระยะกลางฉบับใหม่ปี 2564-2566 โดยเน้นตอบสนองความต้องการของลูกค้าและการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ภายใต้กลยุทธ์การขับเคลื่อนธุรกิจ 5 ประการ
คือ 1.การปฏิรูปธุรกิจรายย่อยให้เป็นหนึ่งเดียว 2.การเสริมสร้างประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจด้านลูกค้าธุรกิจ 3.การสร้างระบบนิเวศของกรุงศรีเอง และการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจใหม่ 4.การขยายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาคอาเซียน และ 5.การสร้างรายได้จากธุรกิจใหม่

อย่างไรก็ดี การขับเคลื่อนกลยุทธ์ 5 ประการ จะต้องพัฒนาควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพทางด้านดิจิทัลและไอที ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญโดยแสวงหาเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพราะหลังจากนี้องค์กรจะขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ดังนั้น ธนาคารได้ให้ความสำคัญและลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยวางงบประมาณการลงทุนทางด้านไอทีและดิจิทัลเฉลี่ยราว 8,000-8,500 ล้านบาทต่อปี ซึ่งส่วนใหญ่จะลงทุนในด้าน Big Data ปัญญาประดิษฐ์ (AI) การสร้างระบบนิเวศเทคโนโลยี (Ecosystem) และ Open Banking Platform เพื่อต่อยอดและขยายไปสู่ตลาดต่างประเทศ
ขณะที่เป้าหมายทางการเงิน ธนาคารตั้งเป้าการเติบโตสินเชื่ออยู่ที่ 3-5% โดยจะเน้นการเติบโตในสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ราว 5-6% และสินเชื่อธูรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) และรายย่อยอยู่ที่ 3-4% โดยกรอบเป้าสินเชื่อขยายตัว 3-5% สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจและความไม่แน่นอน และเป็นเป้าหมายที่เติบโตได้ ภายใต้การควบคุมคุณภาพหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ไม่เกิน 2.7% และการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญในปีนี้อาจจะไม่สูงเท่ากับปี 2563 แต่เป็นระดับที่ค่อนข้างสูงอยู่ที่ 1.99% เพื่อรองรับความไม่แน่นอน เช่นเดียวกับธนาคารทั้งระบบยังคงตั้งสำรองอยู่ในระดับสูง
“การดำเนินธุรกิจในปี 2564 ภายใต้ภาวะความไม่แน่นอนจากการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ในประเทศไทย กรุงศรียังคงมุ่งให้ความสำคัญกับการให้ความช่วยเหลือลูกค้า การรักษาคุณภาพสินทรัพย์ให้แข็งแกร่งต่อเนื่อง และการบริหารค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะเดียวกัน ก็เดินหน้าสู่เส้นทางใหม่ตามแผนธุรกิจระยะกลางฉบับใหม่ เพื่อก้าวสู่การเป็นสถาบันการเงินไทยที่เป็นที่หนึ่งในใจลูกค้าทั่วทั้งอาเซียน ซึ่งพร้อมเป็นพันธมิตรที่คอยช่วยเหลือและเชื่อมโยงทุกความต้องการด้านการเงินทั้งภายในประเทศและต่างประเทศอย่างครอบคลุมทั่วภูมิภาค”
นางสาวดวงดาว วงศ์พนิตกฤต ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านการเงิน ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า สำหรับความคืบหน้า บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) หรือ NTL ซึ่งเป็นกิจการร่วมค้าของธนาคารที่ธนาคารถือหุ้น 50% และที่ Siam Asia Credit Access Ple Ltd (SACA) ถือหุ้น 50% อยู่ระหว่างการดำเนินการออกและเสนอขายหุ้นต่อประชาชนครั้งแรก (IPO) และจะนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) นั้น

ล่าสุด เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. 2563 ที่ผ่านมาได้ยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดยคาดว่าจะใช้เวลาในการอนุมัติ 6 เดือน ซึ่งภายหลัง ก.ล.ต.อนุมัติ บริษัทจะดำเนินการภายในเวลาอีก 1 ปี ดังนั้น คาดว่าระยะเวลาปิดรายการแล้วเสร็จน่าจะเห็นภายในสิ้นปีนี้ หรือกลางปี 2565 อย่างไรก็ดี ธนาคารจะลดส่วนการถือหุ้นให้อยู่ในระดับไม่ต่ำกว่า 30%
“หลังเรายื่นเสนอไปแล้ว 24 ธ.ค.ที่ผ่านมา ตอนนี้เราก็รอ ก.ล.ต.อนุมัติ คาดว่าต้นปีหรือกลางปีน่าจะชัดเจน ส่วนราคากำลังพิจารณา แต่คงไม่สามารถบอกได้ เพราะต้องดูความสนใจของตลาดด้วย”
นายไพโรจน์ ชื่นครุฑ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านกลยุทธ์และวางแผนกลยุทธ์องค์กร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า ธนาคารยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจไปยังภูมิภาคอาเซียน แม้ว่าจะมีความไม่แน่นอนสูงทางการเมืองในบางประเทศ แต่ธนาคารมองในภาพใหญ่และเป็นเป้าหมายในระยะยาว โดยมองว่าตลาดอาเซียนยังเป็นภูมิภาคที่เติบโตได้