เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไปรษณีย์ไทยโชว์พลัง ‘ซูเปอร์ดาต้า’ พลิกบทบาทสู่ Lifestyle Logistics
Tech ไปรษณีย์ไทยโชว์พลัง ‘ซูเปอร์ดาต้า’ พลิกบทบาทสู่ Lifestyle Logistics
‘Spider-man: Brand New Day’ รายได้ทะลุ  3.3 หมื่นล้าน! ครองใจ Gen Z ชีวิต Coming of Age
Business ‘Spider-man: Brand New Day’ รายได้ทะลุ 3.3 หมื่นล้าน! ครองใจ Gen Z ชีวิต Coming of Age
ราคาทองวันนี้ (6 ส.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,550 บาท รูปพรรณบาทละ 67,600 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (6 ส.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,550 บาท รูปพรรณบาทละ 67,600 บาท
Pfizer เร่งพัฒนา ยาลดความอ้วน ‘berobenatide’ เทียบชั้น tirzepatide
Business Pfizer เร่งพัฒนา ยาลดความอ้วน ‘berobenatide’ เทียบชั้น tirzepatide
ส่องบิ๊กโปรเจกต์ 7.2 พันล้าน ‘อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด’ ปลุกความมั่นคงน้ำ EEC แต่ชนข้อกังวลสิ่งแวดล้อม
Politics ส่องบิ๊กโปรเจกต์ 7.2 พันล้าน ‘อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด’ ปลุกความมั่นคงน้ำ EEC แต่ชนข้อกังวลสิ่งแวดล้อม
ท่องเที่ยวเปลี่ยนเกมสู่ ‘Better Living’ BDMS ปั้นโมเดลเวลเนสกลางกรุง
Business ท่องเที่ยวเปลี่ยนเกมสู่ ‘Better Living’ BDMS ปั้นโมเดลเวลเนสกลางกรุง
วันแม่ ปี 2569 เงินสะพัด 1.11 หมื่นล้าน โตแผ่ว 0.7% คนรัดเข็มขัด-ลดเที่ยวต่างจังหวัด
Economic วันแม่ ปี 2569 เงินสะพัด 1.11 หมื่นล้าน โตแผ่ว 0.7% คนรัดเข็มขัด-ลดเที่ยวต่างจังหวัด
TITLE อวดรายได้ครึ่งปีแรก โต 377% จ่อโอนบิ๊กโปรเจ็กต์รับไฮซีซั่น ผนึก IHG เปิดตัว 3 โรงแรม
Real Estate TITLE อวดรายได้ครึ่งปีแรก โต 377% จ่อโอนบิ๊กโปรเจ็กต์รับไฮซีซั่น ผนึก IHG เปิดตัว 3 โรงแรม
พาณิชย์ผนึก สกสว. ปลดล็อกงานวิจัยสู่ธุรกิจ ดัน IP ไทยเชื่อมทุน ปั้นนวัตกรรมสร้างรายได้
Economic พาณิชย์ผนึก สกสว. ปลดล็อกงานวิจัยสู่ธุรกิจ ดัน IP ไทยเชื่อมทุน ปั้นนวัตกรรมสร้างรายได้
ดัชนีแข่งขัน SMEs ไตรมาส 2 ลดเหลือ 45.1 จุด ต้นทุน-หนี้สินกดดันธุรกิจรายย่อย
Economic ดัชนีแข่งขัน SMEs ไตรมาส 2 ลดเหลือ 45.1 จุด ต้นทุน-หนี้สินกดดันธุรกิจรายย่อย
ดูทั้งหมด

ชัยวุฒิแถลง คนร้ายเจาะข้อมูล 55 ล้านคน อาจมีเหตุจูงใจนำข้อมูลไปขาย

07 เม.ย. 2566 | 16:08น.
ชัยวุฒิ

ชัยวุฒิเผย คนร้ายเจาะข้อมูล 55 ล้านคน อาจมีเหตุจูงใจนำข้อมูลไปขาย มั่นใจถ้าอยู่ในไทยจับได้แน่นอน

วันที่ 7 เมษายน 2566 ที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) แถลงความคืบหน้า ร่วมกับ พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) พลอากาศตรีอมร ชมเชย เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) และ นายศิวรักษ์ ศิวโมกษธรรม เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.)

กรณีมีแฮกเกอร์รายหนึ่งที่ใช้ชื่อ “9near” อ้างว่าสามารถแฮกข้อมูลส่วนบุคคลของคนไทยได้จำนวน 55 ล้านราย บนเว็บไซต์ Bleach Forums โดยอ้างว่าได้มาจากหน่วยงานรัฐแห่งหนึ่งของประเทศไทย และโพสต์ตัวอย่างไฟล์ซึ่งมีชื่อ นามสกุล ที่อยู่ วันเกิด เบอร์โทรศัพท์ และเลขประจําตัวประชาชน รวมทั้งมีการโพสต์ลักษณะข่มขู่หน่วยงานและประชาชนในวงกว้าง

รู้ตัวคนร้ายแล้ว

นายชัยวุฒิกล่าวว่า ซึ่งที่เราติดตามก็ล็อกเป้าคนร้ายได้แล้ว ยืนยันกับประชาชนได้ว่า รัฐบาลมีมาตรการป้องกันเรื่องเหล่านี้อยู่แล้ว หน่วยงานไหนที่มีช่องโหว่ เราก็พยายามทำให้ดีที่สุด ฝากไปถึงคนร้าย พวกแฮกเกอร์ต่าง ๆ ที่เข้ามาดูดข้อมูล ที่ทราบเบื้องต้นก็หาเหตุจูงใจได้ 2-3 เรื่อง อาจจะเป็นเรื่องเพื่อเอาข้อมูลไปขายให้กับมิจฉาชีพ เอาข้อมูลของประชาชนไปทำข้อมูลอย่างมิชอบ

ก็อาจจะเป็นการทำเพื่อดิสเครดิตหน่วยงาน เพื่อหวังผลต่าง ๆ หรืออาจจะคึกคะนองอยากจะมีชื่อเสียงด้วย ยังไม่มีความชัดเจนว่าเอาข้อมูลไปขายให้ใครบ้าง และก็จะติดตามต่อไป

เวลาคนร้ายเจาะข้อมูล ทางด้านเจ้าหน้าที่ของเราสามารถตามตัว สอบสวนจนหาตัวคนร้ายได้แน่นอน ถ้าอยู่ในแผ่นดินไทยเราจับคุณได้แน่นอน ซึ่งในวันนี้ก็ดำเนินการไปแล้ว

จากกระแสข่าวที่ระบุว่าข้อมูลหลุดจากแอปพลิเคชั่น “หมอพร้อม” นั้น กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ที่ดูแลข้อมูลมีข้อมูลประชาชนเยอะ และเป็นหน่วยงานเป้าหมายของแฮกเกอร์ อย่างไรก็ตาม ให้ความเป็นธรรมกับแอปหมอพร้อม เพราะขณะนี้ยังไม่สามารถจับตัวคนร้ายเพื่อมาสอบสวนว่าได้นำข้อมูลทั้งหมดมาจากแหล่งใด เพราะอาจจะมีการนำข้อมูลมาจากแหล่งอื่นได้เช่นกัน

“เรียนตามตรงข้อมูลได้ถูกหลุดออกไปแล้วจำนวนเท่าไหร่ยังไม่ทราบ แต่เป็นจำนวนมากแน่นอน ซึ่งตามกฎหมายผู้นำข้อมูลออกไปเผยแพร่จะมีความผิด จึงอยากเตือนว่าหากนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)” นายชัยวุฒิกล่าว

ชัยวุฒิ

ทั้งนี้ สำหรับข้อมูลที่ถูกนำมาเปิดเผย 55 ล้านราย เบื้องต้นเป็นข้อมูลทั่วไปคือชื่อ-นามสกุล บัตรประจำตัวประชาชน วัน เดือน ปี เกิด ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ ตรงนี้จะมีส่วนที่คาดการณ์ว่าน่าจะหลุดมาจากแหล่งข้อมูลใด อย่างไรก็ตาม ลักษณะข้อมูลดังกล่าวสามารถเก็บได้จากหลายแหล่ง ดังนั้น จึงต้องมีการตรวจสอบเพิ่มเติมและต้องจับตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีเพื่อได้ข้อมูลที่แน่ชัด

สำหรับผู้เสียหายที่ถูกละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต สามารถแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตามกฎหมาย พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ (PDPA) ไว้เพื่อเป็นหลักฐานว่าข้อมูลถูกนำไปใช้อย่างผิดกฎหมาย ซึ่งเจ้าน้าที่ตำรวจจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สำหรับโทษที่เกี่ยวข้องกับกรณี 9near จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โทษสูงสุด จําคุก 5 ปี และการนําข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้อย่างผิดกฎหมาย เข้าข่ายผิด พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) อาจถูกจําคุก 1 ปี หรือปรับ 1 ล้าน บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ต่อ 1 กรรม หรือต่อผู้เสียหาย 1 คนได้

“จากการแฮกข้อมูลดังกล่าวทําให้คนร้ายอาจถูกลงโทษจําคุกเป็นร้อยปีได้ ขึ้นกับข้อเท็จจริง และข้อมูลที่นําไปใช้กระทําผิดกฎหมาย หรือเผยแพร่ทําให้ผู้อื่นเสียหาย” นายชัยวุฒิกล่าว

คนร้ายปิดโทรศัพท์ ยังจับกุมตัวไม่ได้

ด้านพล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท.) กล่าวว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ 14 มีนาคม ที่ผ่านมา เราเริ่มดำเนินการสอบสวนมาตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม เป็นต้นมา เราสืบสวนจนรู้ตัวคนร้าย ออกหมายจับคนร้ายไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 เมษายน

ในข้อหา นำข้อมูลที่เป็นเท็จนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ทำให้ตื่นตระหนกต่อประชาชนตามมาตรา 14(2) เราออกหมายจับ หลังจากวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เราก็ติดตามจับกุม ซึ่งคนร้ายเองก็ปิดโทรศัพท์หลบหนีไป พอมาข่าววันนี้ ที่จริงแล้ว เราก็ยืนยันว่า ที่สามารถเป็นข่าวได้คือ ยืนยันว่า ผู้ต้องหาที่เราออกหมายจับเนี่ย เดิมคิดว่าเป็นบุคคลธรรมดา

หลังจากตรวจสอบภายหลังพบว่า เป็น จ่าสิบโท ส่วนสังกัดภารกิจในหน่วยงานเขาเนี่ย ไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีเลย ก็ยังเชื่อว่าเป็นเรื่องของส่วนบุคคลที่อยากแสดงด้วยอยากแสดงว่าเรามีข้อมูลของคนไทย 55 ล้านรายชื่อ แล้วนะ ใครสนใจบ้าง เจตนาเขาเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา เราต้องได้ตัวเขาและก็สอบสวนเขา แต่ตอนนี้ยังไม่สามารถจับกุมตัวได้

ตอนนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ทำหนังสือไปยังต้นสังกัดของเขาเรียบร้อยแล้ว ในประเด็นที่ 1 ว่า ยังรับราชการอยู่หรือไม่ ประเด็นที่ 2 เราสอบถามว่า ถ้ายังรับราชการอยู่ขอให้ส่งตัวมาให้ทางการสอบสวน

ถ้าจับคนร้ายได้ มีความชัดเจนมากขึ้น

ด้าน พล.อ.ต.อมร ชมเชย เลขาธิการ สกมช. กล่าวว่า เราพยายามตรวจสอบ ดูในเรื่องของรูรั่วช่องโหว่ ทั้งระบบที่อาจจะเกี่ยวข้อง เรารอดำเนินการตรวจสอบแล้วก็ช่องโหว่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และก็ข้อมูล ต้องการความชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง ว่าตัวระบบดังกล่าวเกี่ยวข้องกับส่วนใด หรือเป็นการทำที่มีคนเข้ามาเกี่ยวข้องในการกระทำข้อมูลดังกล่าว ถ้าได้ผู้ต้องหาคงมีความชัดเจนที่มากขึ้น

คนร้ายเป็นทหาร ยศสิบโท

ด้านพลอากาศตรีอมร ชมเชย เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) กล่าวว่า “สำหรับผู้กระทำความผิดกรณีนี้ เป็นทหาร ยศจ่าสิบโท ทั้งนี้ จากข้อมูลชี้ว่าแฮกเกอร์คนนี้เป็นคนมีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์”
ส่วน พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) กล่าวว่า “ขณะนี้ยังไม่ทราบวัตถุประสงค์การทำงานของแฮกเกอร์อย่างแน่ชัด ครั้งแรกแฮกเกอร์อ้างว่าจะทำการขายข้อมูล ต่อมาได้เผยแพร่ข้อมูลของผู้มีชื่อเสียง และทำการในลักษณะข่มขู่ จากนั้นก็มีการให้ข้อมูลในลักษณะดิสเครดิตพรรคการเมืองและหน่วยงานรัฐ”
“ผมเชื่อว่าถ้าได้ผู้กระทำความผิด จะสามารถรู้ถึงเจตนาของผู้กระทำความผิดได้” พล.ต.ท.วรวัฒน์กล่าว
นายชัยวุฒิกล่าวในตอนท้าย “โทษที่เกี่ยวข้องกับกรณี 9near จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ โทษสูงสุด จําคุก 5 ปี และการนําข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้อย่างผิดกฎหมาย เข้าข่ายผิด พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล อาจถูกจําคุก 1 ปี หรือปรับ 1 ล้านบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ต่อ 1 กรรม หรือต่อผู้เสียหาย 1 คน ได้ ซึ่งทําให้คนร้ายอาจถูกลงโทษจําคุกเป็นร้อยปีได้ขึ้นกับข้อเท็จจริง และข้อมูลที่นําไปใช้กระทําผิดกฎหมายหรือเผยแพร่ทําให้ผู้อื่นเสียหาย”