กรมอุตุนิยมวิทยา 7 วันข้างหน้า ชี้ฝนหลัก ๆ ยังมาจากอิทธิพลของร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง-อีสานตอนบน ขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังปานกลางถึงค่อนข้างแรง ฝนยังตกหนัก 60-80% ของพื้นที่ ช่วง 26-30 ก.ย.นี้ ระบุหลัง 1-5 ต.ค. ฝนจะเริ่มลดลง ส่วน “พายุบัวลอย” ทิศทางยังไม่แน่นอน คาดเข้าเวียดนาม 27 ก.ย.นี้ ต้องติดตามใกล้ชิด
กรมอุตุนิยมวิทยา อัพเดตผลการพยากรณ์ฝนสะสม 10 วันล่วงหน้า ระหว่างวันที่ 26 ก.ย.-5 ต.ค. 2568 จากแบบจำลอง TMD-WRFDA, init. 2025092512 ว่าช่วงวันที่ 26-30 ก.ย. 2568 ฝนหลัก ๆ จะมาจากอิทธิพล ร่องมรสุม พาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง-อีสานตอนบน + มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ปานกลาง-ค่อนข้างแรง
โดยพื้นที่เสี่ยงภัยฝนหนักถึงหนักมาก ได้แก่ จังหวัดพิษณุโลก เพชรบูรณ์ เลย ชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา บุรีรัมย์ อำนาจเจริญ อุบลราชธานี จันทบุรี ตราด บางพื้นที่เสี่ยงเจอน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขา ลุ่มต่ำ ชุมชนเมือง ส่วนลุ่มน้ำเจ้าพระยา ระดับน้ำยังเพิ่มสูง ต้องเฝ้าระวัง ส่วนภาคใต้เริ่มมีฝนมากขึ้น แต่ยังน้อยกว่าภาคอื่น
อัพเดตพายุรากาซา-บัวลอย
- พายุ “รากาซา” สลายตัวแล้ว
- พายุ “บัวลอย (BUALOI)” ศูนย์กลางยังอยู่ฟิลิปปินส์ (26 ก.ย.) คาดลงทะเลจีนใต้คืนวันนี้-เช้าวันที่ 27 ก.ย.เคลื่อนทางตะวันตกเฉียงเหนือเลียบชายฝั่งเวียดนาม → อ่าวตังเกี๋ย ทิศทางยังไม่แน่นอน เพราะติดทั้งภูมิประเทศและมวลอากาศเย็น
- ช่วงนี้ยังมีการก่อตัวของพายุถี่ขึ้น ควรติดตามสถานการณ์ต่อเนื่อง
- ต้องติดตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด
- ช่วง 1-5 ต.ค. 2568 ปริมาณฝนทั่วประเทศเริ่มลดลงบ้าง
(ข้อมูลนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลง ใช้เพื่อการติดตามและวางแผนรับมือช่วงปลายฤดูฝน)

คาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า
กรมอุตุนิยมวิทยายังคาดหมายอากาศทั่วไป 7 วันข้างหน้า หรือระหว่างวันที่ 26 กันยายน-2 ตุลาคม 2568 ว่า ในช่วงวันที่ 26-30 ก.ย. ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่เนื่องจากร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง
สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยยังคงมีกำลังปานกลางถึงค่อนข้างแรง โดยทะเลอันดามันตอนบน มีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ส่วนในช่วงวันที่ 1-2 ต.ค. ประเทศไทยมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง เนื่องจากร่องมรสุมมีกำลังอ่อนลง และจะเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคกลางและภาคตะวันออก ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยเริ่มกำลังอ่อนลง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
อนึ่ง พายุโซนร้อนกำลังแรง “บัวลอย” บริเวณประเทศฟิลิปปินส์ มีแนวโน้มจะเคลื่อนลงทะเลจีนใต้ตอนกลางในวันนี้ (26 ก.ย.) คาดว่าจะเคลื่อนเข้าสู่อ่าวตังเกี๋ย และจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบนในช่วงวันที่ 29-30 ก.ย. และจะอ่อนกำลังเป็นพายุดีเปรสชั่นต่อไป
สำหรับชื่อของพายุบัวลอย (BUALOI) ตามฐานข้อมูลที่มาและชื่อพายุเขตร้อนของกรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า เป็นชื่อขนมชนิดหนึ่ง ตั้งชื่อโดยประเทศไทย

กรมอุตุนิยมวิทยา : ข้อควรระวัง
ในช่วงวันที่ 26-30 ก.ย. ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่มต่ำ รวมทั้งเขตชุมชนเมือง ส่วนชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองตลอดช่วง สำหรับเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งในวันที่ 26 และในช่วงวันที่ 28-30 ก.ย. ไว้ด้วย

คาดหมายอากาศรายภาค
วันที่ 26 ก.ย.-2 ต.ค. 2568
ภาคเหนือ
ในช่วงวันที่ 26-27 ก.ย. และ 29 ก.ย. 1 ต.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70-80 ของพื้นที่ โดยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ส่วนวันที่ 28 ก.ย. และ 2 ต.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันออก ความเร็ว 5-15 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-34 องศาเซลเซียส
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ในช่วงวันที่ 26-30 ก.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ในช่วงวันที่ 26-28 ก.ย. ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ส่วนในช่วงวันที่ 1-2 ต.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ลมตะวันออก ความเร็ว 10-20 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-34 องศาเซลเซียส
ภาคกลาง
ในช่วงวันที่ 26-30 ก.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ในช่วงวันที่ 26-27 ก.ย. อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.
ส่วนในช่วงวันที่ 1-2 ต.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-35 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออก
ในช่วงวันที่ 26-30 ก.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70-80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ส่วนในช่วงวันที่ 1-2 ต.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 22-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-35 องศาเซลเซียส
ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก)
ในช่วงวันที่ 26-27 ก.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ในช่วงวันที่ 28-30 ก.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักบางพื้นที่ในช่วงวันที่ 28-29 ก.ย.
ในช่วงวันที่ 26-30 ก.ย.
ตั้งแต่จังหวัดสุราษฏร์ธานี ขึ้นมา : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร, ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราช ลงไป : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร, ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ส่วนในช่วงวันที่ 1-2 ต.ค.
มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-36 องศาเซลเซียส

ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก)
ในช่วงวันที่ 27-30 ก.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง
ส่วนในช่วงวันที่ 1-2 ต.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่
ในวันที่ 26 และในช่วงวันที่ 28-30 ก.ย.
ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ต ขึ้นมา ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร
ตั้งแต่จังหวัดกระบี่ ลงไป ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ส่วนวันที่ 27 ก.ย. และในช่วงวันที่ 1-2 ต.ค.
ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ต ขึ้นมา ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ตั้งแต่จังหวัดกระบี่ ลงไป ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-34 องศาเซลเซียส
กรุงเทพฯและปริมณฑล
ในช่วงวันที่ 26-30 ก.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70-80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
อุณหภูมิต่ำสุด 24-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.
ส่วนในช่วงวันที่ 1-2 ต.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-34 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-20 กม./ชม.


(ออกประกาศ 26 กันยายน 2568)