เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
มอบรางวัล Thailand Real Estate Agent Awards 2026 ยกระดับนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ไทย
Real Estate มอบรางวัล Thailand Real Estate Agent Awards 2026 ยกระดับนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ไทย
ธนาคารโลก ดัน Small AI ในประเทศกำลังพัฒนา สร้างงาน เพิ่มมูลค่า
World ธนาคารโลก ดัน Small AI ในประเทศกำลังพัฒนา สร้างงาน เพิ่มมูลค่า
ฮอนด้า ยกเลิกชื่อ e:HEV ใช้ชื่อ “Honda Hybrid” เริ่มปี 2027
Automotive ฮอนด้า ยกเลิกชื่อ e:HEV ใช้ชื่อ “Honda Hybrid” เริ่มปี 2027
เปิดวงคุย “AI – แรงงาน” บนเวที IMF-WBG 2026 ปธน. สิงคโปร์ ชี้ คนชั้นกลางเสี่ยงสุด
Tech เปิดวงคุย “AI – แรงงาน” บนเวที IMF-WBG 2026 ปธน. สิงคโปร์ ชี้ คนชั้นกลางเสี่ยงสุด
ราคาทองวันนี้ (12 ต.ค. 69) คงที่ รูปพรรณขายออก 67,350 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (12 ต.ค. 69) คงที่ รูปพรรณขายออก 67,350 บาท
พนักงาน Thai PBS ค้านเปลี่ยนแหล่งงบฯ หนุนปฏิรูปองค์กร-เพิ่มธรรมาภิบาล
Politics พนักงาน Thai PBS ค้านเปลี่ยนแหล่งงบฯ หนุนปฏิรูปองค์กร-เพิ่มธรรมาภิบาล
อนุทิน คุย Temasek Trust สนใจร่วมมือรัฐบาล-ธุรกิจไทย พัฒนาโครงการอนาคต
Politics อนุทิน คุย Temasek Trust สนใจร่วมมือรัฐบาล-ธุรกิจไทย พัฒนาโครงการอนาคต
เอกนิติ โชว์วิสัยทัศน์การใช้ AI ของไทย บนเวทีประชุม IMF-World Bank
Economic เอกนิติ โชว์วิสัยทัศน์การใช้ AI ของไทย บนเวทีประชุม IMF-World Bank
คิกออฟ ! ไทยเจ้าภาพประชุม IMF-World Bank “เอกนิติ” คาดเงินสะพัด 2,250 ล้าน-สร้างโอกาสดึงดูด FDI
Economic คิกออฟ ! ไทยเจ้าภาพประชุม IMF-World Bank “เอกนิติ” คาดเงินสะพัด 2,250 ล้าน-สร้างโอกาสดึงดูด FDI
“IMF–World Bank” หนุนหุ้นเด่น 2 ธีม รับเงินสะพัด 2 พันล้าน-FDI
Finance “IMF–World Bank” หนุนหุ้นเด่น 2 ธีม รับเงินสะพัด 2 พันล้าน-FDI
ดูทั้งหมด

จับชีพจรการฟื้นตัว ด้วยพัฒนาการ “ค่าจ้าง”

14 ส.ค. 2565 | 10:55น.
จับชีพจรการฟื้นตัว
คอลัมน์ : ร่วมด้วยช่วยคิด

ผู้เขียน : ดร.มณฑลี กปิลกาญจน์, พรชนก เทพขาม, ดร.นครินทร์ อมเรศ ธปท. 
พัชยา เลาสุทแสน สนง.สถิติแห่งชาติ

ระดับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจพิจารณาได้ในหลายมิติควบคู่ไปกับตัวชี้วัดที่หลากหลาย เครื่องชี้มหภาคสะท้อนผ่านตัวเลขการขยายตัวของ GDP ทั้งในด้านอุปสงค์ อาทิ การบริโภคและการลงทุน และในด้านอุปทานผ่านกิจกรรมในสาขาเศรษฐกิจต่าง ๆ ขณะที่ตัวเลขความเชื่อมั่นทั้งจากผู้ประกอบการและประชาชนก็แสดงถึงทิศทางเศรษฐกิจได้

อีกเครื่องชี้ซึ่งมีบทบาทสำคัญในฐานะข้อต่อที่จะเชื่อมโยงผลบวกจากเศรษฐกิจที่ดีขึ้นในภาพรวมไปยังกำลังซื้อของหน่วยเศรษฐกิจย่อยในระดับครัวเรือน คือ ตัวเลขการขยายตัวของ “ค่าจ้าง” จึงขอเชิญทุกท่านมาร่วมกันจับชีพจรการฟื้นตัว ด้วยตัวเลขสถิติดังกล่าว

ก่อนอื่นขอเกริ่นถึงโครงสร้างตลาดแรงงานไทยว่ามีสัดส่วนของเกษตรกร ผู้ประกอบอาชีพ อิสระ และลูกจ้างธุรกิจขนาด SMEs ต่อกำลังแรงงานอยู่มาก ทำให้การติดตามประเมินภาวะของค่าจ้างด้วยข้อมูลทะเบียนทางการทำได้ค่อนข้างจำกัด

อย่างไรก็ดี สำนักงานสถิติแห่งชาติได้จัดทำแบบสำรวจภาวะการมีงานทำของประชากรรายไตรมาสต่อเนื่องมากว่า 3 ทศวรรษ โดยสำรวจตัวอย่างกว่า 2 แสนคนต่อไตรมาส จึงเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการประเมินการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

โดยปกติตลาดแรงงานไทยจะมีพัฒนาการไปตามลำดับ คือ ในระยะแรกของการฟื้นตัว ผู้ประกอบการจะเพิ่มจำนวนชั่วโมงการทำงานของลูกจ้างโดยเฉพาะการทำงานล่วงเวลา ก่อนที่จะมีความเชื่อมั่นมากขึ้นจนทดแทนการทำงานล่วงเวลาด้วยการจ้างงานเพิ่ม

และในที่สุดเมื่อเห็นสัญญาณการฟื้นตัวเต็มที่จะพบการขยายตัวของทั้งการจ้างงานและการเพิ่มชั่วโมงการทำงาน ซึ่งเมื่อคัดเลือกเฉพาะกลุ่มแรงงานนอกภาคเกษตร ที่มีตัวอย่างเกินกลุ่มละ 10 คน และมีค่าจ้างเฉลี่ยขยายตัวครึ่งแรก ปีนี้เทียบกับปีก่อน 8,827 ตัวอย่าง ครอบคลุมแรงงาน 2.92 ล้านคน แบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่ม

กลุ่มที่เติบโตเข้มแข็ง มีการจ้างงานและจำนวนชั่วโมงทำงานขยายตัวไปในทิศทางเดียวกันกับค่าจ้าง ส่วนใหญ่เกิดจากการที่ผู้ประกอบการกลับมาดำเนินกิจกรรมได้ตามปกติและได้ประโยชน์จากการบริโภคและการใช้บริการหลังผ่อนคลายมาตรการควบคุม

โดยกิจกรรมที่มีค่าจ้างขยายตัวส่วนใหญ่ทั้งภาครัฐและเอกชนเติบโตดีครอบคลุมแรงงานกว่าครึ่งหนึ่งของกลุ่มตัวอย่าง โดยเฉพาะภาคบริการ ร้านอาหาร ร้านค้าและโรงแรม อาทิ บริกรร้านอาหารวุฒิมัธยมศึกษาตอนต้นหรือน้อยกว่าในพื้นที่ กทม. และปริมณฑล ได้รับค่าจ้างเฉลี่ยเดือนละ 12,000 บาท และมีค่าจ้างแรงงานจบใหม่เฉลี่ยเดือนละ 14,300 บาท สูงกว่าที่แรงงานเดิมได้รับ สะท้อนการแข่งขันของนายจ้างในการดึงดูดแรงงาน

กลุ่มที่มีแนวโน้มเติบโต เพิ่มการจ้างงานและลดจำนวนชั่วโมงทำงานลง สะท้อนถึงความมั่นใจของผู้ประกอบการที่มีต่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจจึงจ้างลูกจ้างประจำเพิ่มขึ้น อาทิ การจ้างงานพนักงานโรงงานอาหารวุฒิมัธยมศึกษาตอนต้นหรือน้อยกว่าในพื้นที่นอกเขต กทม. ปริมณฑล และจังหวัด EEC โดยให้ค่าจ้างเฉลี่ยเดือนละ 16,100 บาท และ 12,000 บาท สำหรับแรงงานจบใหม่

กลุ่มที่มีความไม่แน่นอนสูง ลดการจ้างงาน แต่เพิ่มจำนวนชั่วโมงทำงาน ส่วนใหญ่เป็น “ลูกจ้างรายวัน” ที่มีทักษะไม่สูงและทำงานในตำแหน่งปฏิบัติการ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณทั้งด้านบวกว่า กำลังปรับเปลี่ยนรูปแบบการจ้างงาน จากชั่วคราวไปเป็นประจำ หรือสะท้อนปัญหาการขาดแคลนแรงงาน

เนื่องจากแรงงานออกไปทำงานประจำที่มีความมั่นคงมากกว่าเมื่อมีทางเลือกในช่วงที่ตลาดแรงงานตึงตัวมากขึ้น อาทิ ช่างก่อสร้างรายวันที่มีการศึกษาระดับมัธยมต้นหรือต่ำกว่าในพื้นที่ต่างจังหวัด ซึ่งมีค่าจ้างเฉลี่ยอยู่ที่เดือนละ 8,900 บาท และ 7,400 บาท สำหรับแรงงานจบใหม่

ตัวเลขค่าจ้างที่ขยายตัวกระจายในหลากหลายกลุ่มแรงงานทั้งในมิติวุฒิการศึกษา สาขาวิชา ประเภทงาน กิจกรรมเศรษฐกิจ และพื้นที่ แสดงถึงความตึงตัวในด้านค่าจ้างควบคู่ไปกับอัตราการว่างงานที่ลดลง ซึ่งสะท้อนความตึงตัวในด้านปริมาณแรงงาน จึงเป็นแรงส่งด้านบวกที่มีต่ออุปสงค์ภายในประเทศ

อย่างไรก็ดี ต้องไม่ลืมเช่นกันว่าภาวะตลาดที่ตึงตัวเร็วอาจนำมาซึ่งปัญหาการขาดแคลนแรงงานและการเพิ่มภาระต้นทุนค่าจ้างของภาคธุรกิจ ซึ่งอาจจะวนกลับมาส่งผ่านผลกระทบ ด้วยการขึ้นราคาสินค้าและบริการได้เช่นกัน

นอกจากนี้ การที่ภาคบริการจำนวนหนึ่งเพิ่มค่าจ้างเพื่อจูงใจแรงงานอายุน้อยที่มีทักษะไม่สูงนัก อาจส่งผลเสียต่อการพัฒนาทักษะแรงงานเหล่านี้ในระยะยาว การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจในระยะต่อจากนี้ จึงไม่อาจให้น้ำหนักกับการกระตุ้นอุปสงค์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องเพิ่มบทบาทการยกระดับ ศักยภาพทางเศรษฐกิจในระยะยาว เพื่อให้การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจเป็นไปได้อย่างยั่งยืน ภายใต้สถานการณ์เศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศที่ยังมีความไม่แน่นอนอยู่อีกมาก