เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ระบบบำนาญไทยพร้อมแค่ไหน? เปิดผลจัดอันดับโลกและ 4 โจทย์ที่ต้องเร่งแก้
Economic ระบบบำนาญไทยพร้อมแค่ไหน? เปิดผลจัดอันดับโลกและ 4 โจทย์ที่ต้องเร่งแก้
ปลุกเศรษฐกิจอุดรฯ 365 วัน ‘ศุภจี’ เชื่อมทะเลบัวแดง-ข้าว-ค้าปลีกท้องถิ่น
Economic ปลุกเศรษฐกิจอุดรฯ 365 วัน ‘ศุภจี’ เชื่อมทะเลบัวแดง-ข้าว-ค้าปลีกท้องถิ่น
CPF ชู 3 ทายาทธุรกิจเกษตร เปลี่ยนประสบการณ์รุ่นก่อนสู่ฟาร์มยุคใหม่
Economic CPF ชู 3 ทายาทธุรกิจเกษตร เปลี่ยนประสบการณ์รุ่นก่อนสู่ฟาร์มยุคใหม่
Meta เพิ่มฟีเจอร์ ‘ผู้ช่วย’ ครีเอเตอร์ เสิร์ฟไอเดียทำคอนเทนต์-คิดบทตอบคอมเมนต์แฟนคลับ
Tech Meta เพิ่มฟีเจอร์ ‘ผู้ช่วย’ ครีเอเตอร์ เสิร์ฟไอเดียทำคอนเทนต์-คิดบทตอบคอมเมนต์แฟนคลับ
“วุ้นเส้นต้นสน” ปลื้มผลงานออกบูธ “Makro HORECA 2026” ลุยต่อยอดความสำเร็จ
Biz Movement “วุ้นเส้นต้นสน” ปลื้มผลงานออกบูธ “Makro HORECA 2026” ลุยต่อยอดความสำเร็จ
“สยามพิวรรธน์”โชว์ความสำเร็จกลยุทธ์ผนึกพันธมิตรจีนดันยอดขาย Golden Week โต 2 เท่า
Business “สยามพิวรรธน์”โชว์ความสำเร็จกลยุทธ์ผนึกพันธมิตรจีนดันยอดขาย Golden Week โต 2 เท่า
ออมสินเปิดตัว ‘ใบสลากออมสินรูปแบบพิเศษเพื่อคนพิเศษ’ เริ่มต้น 100 บาท ขายแล้ววันนี้
Finance ออมสินเปิดตัว ‘ใบสลากออมสินรูปแบบพิเศษเพื่อคนพิเศษ’ เริ่มต้น 100 บาท ขายแล้ววันนี้
เปิดประวัติ “ชยุธ โลหกิจ” ติดโผรั้งเก้าอี้อธิบดีกรมทางหลวงคนใหม่
Politics เปิดประวัติ “ชยุธ โลหกิจ” ติดโผรั้งเก้าอี้อธิบดีกรมทางหลวงคนใหม่
ราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,300 บาท
‘กรุงไทย’ เปิดเกมรับหุ้น AI ผันผวน แนะสะสมหุ้นคุณภาพ-ถือทอง 5-10%
Finance ‘กรุงไทย’ เปิดเกมรับหุ้น AI ผันผวน แนะสะสมหุ้นคุณภาพ-ถือทอง 5-10%
ดูทั้งหมด

ประยุทธ์ จันทร์โอชา : 8 ปีที่ครอบครัวเปลี่ยนไป และโอกาสที่สูญหาย  

24 ส.ค. 2565 | 00:28น.

โดย วัชชิรานนท์ ทองเทพ

ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

ความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่างในสังคมประชาธิปไตยเป็นเรื่องธรรมดา แต่การไม่ยอมรับความแตกต่างทางความคิดของคนแต่ละกลุ่มอาจจะทำให้เกิดความขัดแย้ง เช่นที่เกิดขึ้นในไทยตลอดหลายสิบปี

แม้การถกเถียงกันอย่างเปิดกว้างทั้งในระดับสังคมที่เป็นวงกว้าง และระดับย่อยอย่างครอบครัว อาจจะนำไปสู่การยอมรับเหตุผลและความคิดของกันและกัน แต่ยังมีคนอีกจำนวนหนึ่งที่เลือกนิ่งเงียบและปล่อยให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์

เช่นเดียวกับครอบครัวของขวัญที่เปิดเผยกับบีบีซีไทยว่า ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองก่อนรัฐประหารปี 2557 ชีวิตครอบครัวของเธอก็ตกอยู่ภายใต้ความขัดแย้งทางความคิดในเรื่องนี้ ทั้ง ๆ ที่อยู่ใต้ชายคาเดียวกัน

คุณแม่ลูกสองรายนี้ขอสงวนชื่อและนามสกุลจริงเนื่องจากเกรงว่าจะได้รับผลกระทบในด้านการงานเพราะทั้งเธอและสามีเป็นข้าราชการของหน่วยงานรัฐแห่งหนึ่ง แต่เธอต้องการบอกเล่าเรื่องราวที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ ซึ่งเธอมองว่า “ให้รอคอย 10 ปี ก็ไม่มีวันสายเพราะอยากให้เขามาเป็นฝ่ายเดียวกัน”

พื้นที่ปลอดภัยทางการเมืองภายในบ้าน

เราสนทนากับขวัญผ่านโปรแกรมซูมในค่ำวันที่ 11 ส.ค.หนึ่งวันก่อนวันแม่แห่งชาติ ระหว่างการสัมภาษณ์เธอยังคงทำหน้าที่แม่ไม่ได้ขาด เพราะลูกสาวยังไม่หายป่วยจากอาการล้ำไส้อักเสบ นั่งอยู่ใกล้ ๆ

เธอเล่าว่าการเลี้ยงลูกขณะที่ตัวเธอเองและสามีมีแนวความคิดทางการเมืองต่างกันอย่างสุดขั้วเป็นสิ่งที่ไม่ง่ายเลย ทั้งสองพยายามกันเด็ก ๆ ให้อยู่ในพื้นที่ปลอดภัยทางการเมืองในบ้านเพื่อให้พวกเขาเติบโตมาด้วยชุดข้อมูลที่ได้กลั่นกรองและเลือกเอง กับมีโอกาสเรียนรู้พัฒนาศักยภาพให้อยู่รอดในสังคมที่กำลังเปลี่ยนไปได้

“ดูเหมือนจะเป็นข้อตกลงระหว่างกันระหว่างสามีกับฉัน คือเซฟโซน คือการเลี้ยงลูก เพราะเราไม่อยากสร้างพื้นที่ปะทะ (war zone) ทางความคิดทางการเมืองให้ลูกไม่ว่าจะเป็นด้านใด แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเมื่อเกิดบทสนทนาระหว่างพ่อและแม่อาจจะทำให้ลูกตั้งคำถาม แต่ฉันจะบอกว่าโตแล้วจะเล่าให้ฟัง หรือไม่ก็อยากให้เขาหาอ่านหาข้อมูลเอง” ขวัญอธิบาย แถว ๆ นี้อาจบอกอายุลูกหน่อยไหมจะได้รู่วาโตพอถามได้แล้ว

ม็อบนกหวีด

ที่มาของภาพ, AFP/Getty Images

ตัดภาพกลับไปในช่วงปี 2556-2557 จุดพลิกผันที่สำคัญทางการเมืองมาจากความพยายามผ่านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน พ.ศ. …. หรือในขณะนั้นเรียกกันว่า “ฉบับเหมาเข่ง-สุดซอย” ของรัฐบาล น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ถูกกล่าวหาว่าทุจริตเรื่องจำนำข้าว และใช้อำนาจไม่ชอบ ออกกฎหมาย “ล้างมลทิน” ให้พวกพ้อง จนนำไปสู่การลุกฮือของประชาชนส่วนหนึ่งจนสามารถกดดันให้รัฐบาลถอนร่าง พ.ร.บ. ฉบับดังกล่าวออกไปได้

ทว่า ฝ่ายแกนนำประท้วงนำโดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ มองว่า รัฐบาลต้องรับผิดชอบด้วยการลาออกเพื่อเลือกตั้งใหม่ และนำ “มวลมหาประชาชน” เคลื่อนพลบุกทำเนียบรัฐบาล ก่อนที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะประกาศยุบสภา และตามมาด้วยปฏิบัติการ “ชัตดาวน์กรุงเทพฯ”

ทหารยืนประจำการบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยในคืนวันที่ 22 พ.ค. 2557 หลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ในขณะนั้น กระทำการรัฐประหารและประกาศเคอร์ฟิวซึ่งมีผลตั้งแต่เวลา 22.00 น. ของวันเดียวกัน

ที่มาของภาพ, Getty Images

ความขัดแย้งทางการเมืองบนท้องถนนของสองขั้วความคิดทั้งที่สนับสนับสนุนและต่อต้านรัฐบาลยืดเยื้อหลายเดือนตั้งแต่ช่วงปลายปี 2556 จนถึงต้นปี 2557  ความรุนแรงที่เกิดขึ้นเปิดทางให้กองทัพ นำโดยพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ในขณะนั้น นำคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.) ยึดอำนาจก่อรัฐประหารในวันที่ 22 พ.ค. 2557

ขวัญย้อนเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครอบครัวก่อนที่ประเทศไทยกลับมาลงเอยด้วยรัฐประหารครั้งที่ 13 ซ้ำรอยประวัติศาสตร์การเมืองว่า ไม่เพียงสามีของเธอเท่านั้นที่มองว่า การขับเคลื่อนของมวลมหาประชาชนในครั้งนั้นน่าจะนำไปจุดมุ่งหมายเดียวกันคือการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง แต่ยังมีเพื่อน ๆ ในที่ทำงานก็มีความเห็นคล้อยตามกันไป พวกเขาไปร่วมแสดงออกผ่านการชุมนุม รับข่าวสารข้อมูลจากแกนนำผ่านสื่อช่องทางต่าง ๆ ที่เธอมองว่าเป็นข้อมูลฝ่ายเดียว

ภาพ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา

“ลำพังแค่ความคิดทางการเมืองของฉันกับสามีต่างกัน เพราะฉันไม่เห็นด้วยกับการเข้าร่วมการเคลื่อนไหวของเขาแล้ว สิ่งที่หนักใจก็คือเขาได้นำลูกคนโตประมาณสองขวบไปร่วมการประท้วงด้วย ขณะที่ฉันเองต้องดูแลลูกคนเล็กที่ยังแบเบาะอยู่” เธอเล่า

เผชิญความจริง

เมื่อถามว่ามีวิธีบริหารความสัมพันธ์และพยุงครอบครัวภายใต้ความขัดแย้งนี้อย่างไร ข้าราชการลูกสองบอกว่า เธอเลือกที่จะไม่พูด แต่จะปล่อยให้เวลาและความจริงเป็นเครื่องพิสูจน์และช่วยทำให้เขาเข้าใจในจุดยืนทางการเมืองของเธอ เพราะในเวลานั้นทั้งสองไม่สามารถประนีประนอมความคิดเห็นทางการเมืองที่ต่างกันสุดขั้วได้ แต่ยังประคับประคองความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันไว้

และในที่สุดเสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความไม่โปร่งใสเรื่องการดำเนินโครงการของรัฐภายใต้การบริหารราชการของ คสช. ก็นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในตัวสามี และเขาก็ไม่ลังเลที่จะแสดงความรู้สึกผ่านการเลือกตั้ง

“จากภาพเดิมที่สามีเคยแสดงความยินดีหลังจาก พล.อ. ประยุทธ์ ยึดอำนาจและให้สัญญาว่าจะปฏิรูปประเทศ แต่เวลาผ่านมา สิ่งที่เผชิญกับสิ่งที่คาดกลับสวนทางกัน ทำให้สามีเลือกที่จะลงคะแนนเสียงเลือกตั้งให้เพื่อนของเขาที่ลงสมัครพรรคหนึ่งแทน แต่ไม่ใช่พรรคที่หนุนหัวหน้า คสช.” เธอเล่า

รัฐบาลประยุทธ์สมัยที่ 2

แม้ขวัญและสามี ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งให้พรรคการเมืองคนละพรรค ที่ไม่ได้สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าทั้งจะมองการเมืองไปในทิศทางเดียวกัน เธอเห็นว่าสามียังมีความคิดค่อนไปในทางอนุรักษนิยม ส่วนเธอเรียกตัวเองว่าเป็นพวกหัวก้าวหน้า สิ่งเดียวที่ทั้งคู่เห็นตรงกันคือ การบริหารงานของรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ สมัยที่สองก็ไม่แตกต่างจากสมัยเดิม

ในฐานะแม่เธอรู้สึกว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอพลาดโอกาสหลายอย่างในการให้สิ่งดี ๆ แก่ลูก ไม่ว่าจะเป็นนโยบายที่มีประโยชน์ของพรรคฝ่ายค้าน เช่น รัฐสวัสดิการ แนวความคิดที่ทันสมัย มีวิสัยทัศน์และแก้ปัญหาทันสถานการณ์ที่เธอมองว่าน่าจะทำให้ไทยพัฒนาไปได้มากกว่านี้ ทั้งในด้านสาธารณสุข เศรษฐกิจ ด้านสังคม โดยเฉพาะการศึกษาที่จะทำให้ลูก ๆ ของเธอสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพสังคมและสภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไปได้ในอนาคต

เจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังให้ความช่วยเหลือบุคคลไร้บ้านที่ต้องสงสัยว่าติดเชื้อโควิด-19 ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขสามารถกระจายการฉีดวัคซีนได้เพียง 27.09% ของเป้าหมายทั้งหมด 100 ล้านโดส

ที่มาของภาพ, Getty Images

“หากมีผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ เราอาจจะได้วัคซีนต้านโควิด-19 ได้รวดเร็วกว่านี้ ประชาชนไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนเพื่อรับความช่วยเหลือผ่านหลากหลายแอปพลิเคชัน เด็กนักเรียนคงไม่ออกมาประท้วงเรียกร้องเสรีภาพในการแต่งกาย หรือต้องท่องจำค่านิยม 12 ประการ” เธอกล่าว

ณ วันที่เราพูดคุยกับขวัญ เหลือเวลาอีกไม่กี่วันก่อนที่ พล.อ. ประยุทธ์ จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีครบ 8 ปี ท่ามกลางข้อถกเถียงและคำถามของสังคมว่านายทหารผู้นี้ “จะไปต่อหรือพอแค่นี้” และศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นผู้ให้คำตอบชี้ขาด

แต่สำหรับขวัญ เธอมองว่าเกือบ 8 ปีที่ผ่านมา การเลี้ยงลูกให้อยู่ภายใต้เซฟโซนทางการเมือง ท่ามกลางสภาพอดทนอดกลั้นภายในบ้านที่ยังเห็นต่างทางการเมืองกันอยู่ ณ วันนี้ “ยังไม่สายที่จะโอบกอดคนที่เห็นต่างให้มาเป็นพวกเรา”

“ขวัญจะเล่าเหตุการณ์หนึ่งให้ฟัง ระหว่างที่พรรคฝ่ายค้านกำลังอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล มี ส.ส.พรรคฝ่ายค้านคนหนึ่งลุกขึ้นอภิปรายซักถามถึงความไม่โปร่งใส่ในโครงการ (ของหน่วยงาน) ที่ขวัญและสามีสังกัด มันเป็นชุดข้อมูลที่ใคร ๆ ก็รู้ว่าเป็นความจริง เมื่อขวัญส่งคลิปให้แฟนดูทางแอปฯ ไลน์ เขาถึงขั้นปรบมือให้” เธอเล่าด้วยสายตายผ่อนคลาย

“ฉันกำลังได้สามีผู้เคยเป่านกหวีดกลับคืน หลังประยุทธ์จะอยู่ครบ 8 ปี”

ชัยชนะของชัชชาติ คือ สัญลักษณ์แห่งความหวังใหม่

ภาพนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ กระโดดชูมือในคืนวันเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) หลังทราบผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ เป็นวันที่ทั้งขวัญและสามีร่วมฉลองชัยชนะที่เกิดขึ้นจากการใช้สิทธิในฐานะพลเมืองของคนกรุงเทพฯ ครั้งแรกในรอบ 9 ปี

“ครั้งนี้เขาเลือกคุณชัชชาติค่ะ” ขวัญเล่าให้ฟัง

…….

ข่าว บีบีซี ไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ประชาชาติธุรกิจ เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา