เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มมากกว่า 1% จากความคาดหวังต่อการลดกำลังผลิตน้ำมันดิบต่อเนื่องหลังปี’61

24 ม.ค. 2561 | 09:55น.

+ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 1% หลังตลาดคาดการณ์ถึงการต่อระยะเวลาการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบของผู้ผลิตในกลุ่มโอเปกและนอกกลุ่มโอเปกต่อเนื่องไปภายหลังปี 2561 จากข้อตกลงปัจจุบันที่จะสิ้นสุดในเดือน ธ.ค. 2561

+ อุปทานน้ำมันดิบในตลาดตึงตัวขึ้น หลังกำลังการผลิตน้ำมันดิบของประเทศเวเนซุเอล่าปรับลดสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 30 ปี จากปัญหาเศรษฐกิจ โดยการผลิตน้ำมันดิบของเวเนซุเอล่าในปี 2560 อยู่ที่ระดับ 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 2.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน และมีแนวโน้มที่จะปรับลดลงต่อในปี 2561

+ ราคาน้ำมันดิบได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประกาศปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2561 โดยเป็นการบ่งชี้ถึงอุปสงค์ของน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น

– ภายหลังตลาดปิดการซื้อขาย สถาบันปิโตรเลียมด้านพลังงานสหรัฐฯ (API) รายงานตัวเลขปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้น 4.8 ล้านบาร์เรล สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ที่อยู่ในระดับดี โดยมีความต้องการนำเข้าน้ำมันเบนซินจากประเทศเคนยาและคูเวต

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศเคนยา ประกอบกับอุปทานที่ปรับลดจากการส่งออกน้ำมันดีเซลลดลงของประเทศญี่ปุ่น

ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 61 – 66 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 66 – 71 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

จับตาการส่งสัญญาณในการโจมตีการขุดเจาะน้ำมันดิบครั้งใหม่ในประเทศไนจีเรีย หลังกลุ่มติดอาวุธในไนจีเรียพร้อมที่จะโจมตีการขุดเจาะน้ำมันดิบนอกชายฝั่งทะเล หลังที่ก่อนหน้านี้ได้โจมตีท่อขนส่งน้ำมันดิบอย่างต่อเนื่องในไนจีเรียในช่วงปี 2558 ที่ผ่านมา

ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นเหนือระดับ 50 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับจุดคุ้มทุนเฉลี่ยในการลงทุนผลิตน้ำมันของผู้ผลิตน้ำมันดิบจากหินชั้นดินดาน (Shale oil) ในสหรัฐฯ โดยแนวโน้มการปรับเพิ่มขึ้นของปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ สะท้อนได้จากจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบสหรัฐฯ ที่อาจปรับเพิ่มขึ้นในระยะข้างหน้า