– ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง หลังจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบในสหรัฐฯ เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นผลมาจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่า 10 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลในช่วง 60 วันที่ผ่านมา โดยตลาดคาดการณ์ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐฯ อาจแตะระดับ 10 ล้านบาร์เรลต่อวันในเร็วๆ นี้
– สถาบันปิโตรเลียมด้านพลังงานสหรัฐฯ (API) ประกาศตัวเลขน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.2 ล้านบาร์เรล ปิดที่ 419.5 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ถึง 126,000 บาร์เรล ขณะที่ตัวเลขกำลังการกลั่นปรับตัวลดลง 0.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน ประกอบกับปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบในสหรัฐฯ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับลดลง 385,000 บาร์เรลต่อวัน คงเหลืออยู่ที่ 8 ล้านบาร์เรลต่อวัน ส่งผลให้ตลาดคาดการณ์ความต้องการใช้น้ำมันดิบปรับลดลง
+/- อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2557 ส่งผลให้นักลงทุนคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดการณ์

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ จากการคาดการณ์อุปทานที่อาจเพิ่มสูงขึ้นในภูมิภาค ขณะที่อุปสงค์ยังคงทรงตัว
ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ จากอุปทานที่เพิ่มขึ้นจากอินเดีย แม้ว่าอุปทานในเอเชียเหนือปรับตัวลดลงก็ตาม
ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 63 – 68 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 67 – 72 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
ปัจจัยที่น่าจับตามอง
ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ คาดจะลดลงอย่างต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 11 หลังความต้องการใช้น้ำมันยังคงอยู่ในระดับสูงและปริมาณการนำเข้าคาดจะอยู่ในระดับจำกัด โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ในช่วง 10 สัปดาห์ที่ผ่านมาปรับลดลงกว่า 47.41 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ระดับ 411.6 ล้านบาร์เรล ขณะที่ ปริมาณน้ำมันดิบคงคลัง ณ จุดส่งมอบ คุชชิ่ง ปรับลดลงมาอยู่ที่ระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปีที่ 39.2 ล้านบาร์เรล
จับตามองกำลังการผลิตของประเทศเวเนซุเอลา หลังกำลังการผลิตน้ำมันดิบได้ลดลงมากกว่า 0.6 ล้านบาร์เรลต่อวันจากปี 2559 มาอยู่ที่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 30 ปี โดยเวเนซุเอลาได้เผชิญหน้ากับราคาน้ำมันตกต่ำตั้งแต่ในปี 2557 และภาวะเงินเฟ้อที่สูง ส่งผลให้ไม่สามารถชำระหนี้สินที่ได้ยืมจากต่างประเทศได้
ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐฯ มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงกว่า 10 ล้านบาร์เรลต่อวัน หลังสภาพอากาศหนาวเย็นผิดปกติได้สิ้นสุดลง ส่งผลให้ผู้ผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐฯ สามารถกลับมาเริ่มขุดเจาะได้ตามปกติ
