ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ แถลงนโยบายหรือสเตทออฟเดอะยูเนียนต่อสภาคองเกรส เมื่อค่ำวันที่ 30 มกราคมตามเวลาในสหรัฐ โดยประกาศความสำเร็จของการเข้าสู่ช่วงเวลาอันสำคัญของอเมริกาใหม่ และว่าไม่เคยมีช่วงเวลาไหนที่จะดีไปกว่านี้สำหรับการเริ่มต้นที่จะใช้ชีวิตในความฝันแบบอเมริกัน (อเมริกัน ดรีม)
ในเนื้อหาของคำกล่าวที่ได้มีการเผยแพร่ออกมาก่อน ทรัมป์ระบุด้วยว่ารัฐบาลของเขาได้สร้างอเมริกาที่ปลอดภัย แข็งแรง และน่าภาคภูมิใจขึ้น พร้อมกับเรียกร้องให้คนในชาติรวมตัวกันเป็นทีมเดียว เป็นน้ำหนึ่งใจเดียว และเป็นครอบครัวเดียวกัน
ทรัมป์ยังร้องขอความร่วมมือระหว่างสองพรรค ซึ่งแทบจะไม่เกิดขึ้นในช่วงปีแรกที่เขาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทรัมป์ได้เพิกถอนการให้การปกป้องผู้ลี้ภัย ซึ่งเดินทางเข้าสหรัฐอย่างผิดกฎหมายในฐานะเด็กและเยาวชน ที่เป็นนโยบายในยุคของอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา
ทรัมป์กล่าวว่าชุมชนที่ประสบปัญหาโดยเฉพาะอย่างยิ่งชุมชนของผู้อพยพจะได้รับการช่วยเหลือโดยนโยบายผู้อพยพ ซึ่งจะให้ความสำคัญกับผลประโยชน์สูงสุดของแรงงานและครอบครัวชาวอเมริกัน โดยเขาพร้อมที่จะเปิดกว้างในการร่วมมือกับสมาชิกของพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครต เพื่อปกป้องพลเมืองของเราไม่ว่าจะมีพื้นฐาน สีผิว หรือนับถือศาสนาใดก็ตาม และพร้อมจะยุติความแตกแยกทางการเมืองลง
สำหรับประเด็นด้านนโยบายต่างประเทศ ทรัมป์ระบุว่าดินแดนเกือบทั้งหมดของซีเรียและอิรักซึ่งครั้งหนึ่งเคยถูกควบคุมโดยกองกำลังรัฐอิสลามหรือไอเอสได้รับการปลดปล่อยให้เป็นอิสระ อย่างไรก็ดียังมีงานอีกมากที่จะต้องทำต่อไปเพื่อที่จะมีชัยชนะเหนือกองกำลังติดอาวุธ และสหรัฐจะยังคงต่อสู้ต่อไปจนกว่าไอเอสจะพ่ายแพ้
นับตั้งแต่ทรัมป์ก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ ดัชนีดาวโจนส์ได้เพิ่มขึ้นราว 33% ขณะที่อัตราการว่างงานในสหรัฐอยู่ในระดับต่ำที่สุดในรอบ 17 ปี ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสหรัฐกำลังการฟื้นตัวจากการถดถอยครั้งใหญ่ของเศรษฐกิจซึ่งเกิดขึ้นในทศวรรษผ่านมา
อย่างไรก็ดีกัลลัปโพลเปิดเผยว่าทรัมป์มีคะแนนเฉลี่ยในการสำรวจความเห็นเกี่ยวกับความยอมรับในการทำงานเมื่อปี 2560 ที่ผ่านมาที่ 38% ซึ่งถือเป็นค่าเฉลี่ยของการทำงานปีแรกของประธานาธิบดีสหรัฐที่ต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ นับตั้งแต่ที่กัลลัปโพลเคยทำการสำรวจมา
ที่มา : มติชนออนไลน์