เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เปิดใจ ‘พญามังกรสวนสยาม’ ซมพิษท่วมหนัก-แบ่งมรดกทายาท
Business เปิดใจ ‘พญามังกรสวนสยาม’ ซมพิษท่วมหนัก-แบ่งมรดกทายาท
เปิดโผ 17 หุ้นกองหน้า รับไทยเจ้าภาพ IMF-World Bank ดึงเม็ดเงินลงทุนโลก
Finance เปิดโผ 17 หุ้นกองหน้า รับไทยเจ้าภาพ IMF-World Bank ดึงเม็ดเงินลงทุนโลก
ก.ล.ต.ไฟเขียวตั้ง Crypto ETF ในไทย เริ่ม 16 ต.ค.นี้ ลงทุน Bitcoin-Ethereum ห้ามใช้มาร์จิ้น
Finance ก.ล.ต.ไฟเขียวตั้ง Crypto ETF ในไทย เริ่ม 16 ต.ค.นี้ ลงทุน Bitcoin-Ethereum ห้ามใช้มาร์จิ้น
SET เปิดลบ 0.94 จุด น้ำมันแพง-บอนด์ยีลด์พุ่งกดดัน ชู 3 กลุ่มหุ้นแกร่งสวนตลาด
Finance SET เปิดลบ 0.94 จุด น้ำมันแพง-บอนด์ยีลด์พุ่งกดดัน ชู 3 กลุ่มหุ้นแกร่งสวนตลาด
ราคาทองวันนี้ (8 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,650 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (8 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,650 บาท
กทพ.ปรับลดวงเงินการเติมเงิน Easy Pass ขั้นต่ำเริ่มต้น 100 บาท ผ่าน App EXAT Portal ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
Economic กทพ.ปรับลดวงเงินการเติมเงิน Easy Pass ขั้นต่ำเริ่มต้น 100 บาท ผ่าน App EXAT Portal ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
คว้าโอกาสประชุมการเงินโลก
World คว้าโอกาสประชุมการเงินโลก
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (8 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (8 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
FETCO ลุ้นฟันด์โฟลว์ไหลกลับ SET ต่างชาติแค่ขายทำกำไร-ดัชนีเชื่อมั่นยัง ‘ร้อนแรงมาก’
Finance FETCO ลุ้นฟันด์โฟลว์ไหลกลับ SET ต่างชาติแค่ขายทำกำไร-ดัชนีเชื่อมั่นยัง ‘ร้อนแรงมาก’
ประกันผ่อนปรนชำระเบี้ย ระดมมาตรการช่วยลูกค้าน้ำท่วม
Finance ประกันผ่อนปรนชำระเบี้ย ระดมมาตรการช่วยลูกค้าน้ำท่วม
ดูทั้งหมด

มัมมี่ไม่ใช่การรักษาสภาพศพ ที่แท้ชาวอียิปต์โบราณจงใจสร้าง “เทวรูป”

08 ม.ค. 2566 | 19:41น.

ผู้เชี่ยวชาญด้านอียิปต์วิทยารุ่นใหม่จำนวนหนึ่งออกมากล่าวชี้ว่า คนทั้งโลกต่างเข้าใจผิดเกี่ยวกับจุดประสงค์ในการทำมัมมี่ของคนชั้นสูงกันมาเนิ่นนาน โดยแท้ที่จริงแล้ว ชาวอียิปต์โบราณมีเจตนาจะสร้าง “เทวรูป” จากร่างของฟาโรห์ผู้เปรียบเสมือน “เทพที่มีชีวิตอยู่ในโลกมนุษย์” (living god)  

การที่คนส่วนใหญ่เข้าใจว่า การทำมัมมี่คือการรักษาสภาพศพให้คงทนถาวร เพื่อที่ผู้วายชนม์จะสามารถฟื้นขึ้นหลังความตายอีกครั้งได้นั้น มาจากการตีความผิดของนักโบราณคดีรุ่นแรก ๆ ในยุควิกตอเรียน ซึ่งมีอคติเกี่ยวกับแนวคิดเรื่องความตาย ได้เผยแพร่ความเข้าใจที่ผิดว่าด้วยมัมมี่ออกไปอย่างกว้างขวาง โดยไม่มีหลักฐานยืนยันที่เป็นรูปธรรมรองรับ

GETTY IMAGES

Getty Images
หน้ากากทองของฟาโรห์ตุตันคามุน

นักโบราณคดีที่ได้ศึกษาวิจัยด้านอียิปต์วิทยาเป็นกลุ่มแรกนั้น มักได้แก่ชาวอังกฤษในปลายสมัยศตวรรษที่ 19 และช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ซึ่งพากันหมกมุ่นครุ่นคิดแต่เรื่องชีวิตหลังความตายตามบรรยากาศของยุคสมัย ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้หากพวกเขาจะบอกกับคนทั่วไปว่า การทำมัมมี่นั้นก็เพื่อให้ผู้วายชนม์ได้มีชีวิตหลังความตายที่ดี มีร่างกายและใช้ร่างกายเหมือนกับตอนที่อยู่ในโลกมนุษย์ทุกประการ

อย่างไรก็ตาม นักอียิปต์วิทยารุ่นใหม่ในปัจจุบันเริ่มเห็นต่างไปจากความรู้เดิมที่เคยปลูกฝังกันมา อย่างเช่นดร. แคมป์เบล ไพรซ์ จากพิพิธภัณฑ์แมนเชสเตอร์ของสหราชอาณาจักร ก็เป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญซึ่งสนับสนุนแนวคิดที่ว่ามัมมี่ของคนชั้นสูงคือเทวรูป

ดร. ไพรซ์มองว่า มีหลักฐานมากมายที่บ่งชี้ถึงกระบวนการทำให้พระศพของฟาโรห์และราชินี “คืนสู่ภาวะเทพที่แท้จริง” ซึ่งก็คือการทำให้ร่างไร้ชีวิตกลายเป็นรูปเคารพที่มีความสำคัญทางศาสนาและจิตวิญญาณ

ตัวอย่างที่ชัดเจนของแนวคิดใหม่นี้ ได้แก่หน้ากากทองคำที่ใช้วางทับลงบนหีบบรรจุร่างมัมมี่ของฟาโรห์และบรรดาพระราชวงศ์ โดยหน้ากากจะถูกประดิษฐ์ขึ้นให้มีความงามสมบูรณ์แบบตามอุดมคติคล้ายกับเทพ มากกว่าจะมุ่งทำให้เหมือนใบหน้าจริงของผู้วายชนม์ขณะที่ยังมีชีวิตอยู่

“มันเป็นความแตกต่างทางความคิดที่ซับซ้อนอย่างยิ่ง แต่ก็มีความสำคัญมาก แนวคิดเก่าที่ว่าวิญญาณจะกลับคืนสู่ร่างและทำให้ฟื้นคืนชีวิตขึ้นมาอีกครั้งนั้น ไม่ได้มีการแสดงออกอย่างชัดเจนในกระบวนการทำมัมมี่หรืองานศิลปะที่เกี่ยวข้องกับมัมมี่มากนัก มันไม่เหมือนกับที่คนทั่วไปจินตนาการเอาไว้” ดร. ไพรซ์กล่าว

ในเดือนกุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ พิพิธภัณฑ์แมนเชสเตอร์จะจัดนิทรรศการ “มัมมี่ทองคำแห่งอียิปต์” (Golden Mummies of Egypt) ซึ่งจะมีการจัดแสดงวัตถุโบราณที่เป็นหลักฐานสนับสนุนแนวคิดเรื่องมัมมี่คือเทวรูปเอาไว้ด้วย

GETTY IMAGES

Getty Images
ร่างมัมมี่ของพระนางฮัตเชปซุต ซึ่งทางการอียิปต์เปิดให้ชมเมื่อปี 2007

ข้อถกเถียงอีกประการหนึ่งซึ่งฝ่ายนักอียิปต์วิทยารุ่นใหม่ยกมาสนับสนุนแนวคิดของตน ได้แก่การที่มัมมี่ของชนชั้นปกครองระดับสูงบางร่างไม่ได้รับการทำศพอย่างพิถีพิถัน โดยขาดความใส่ใจในการถนอมรักษาสภาพศพอย่างเห็นได้ชัด ตัวอย่างเช่นพระศพของฟาโรห์ตุตันคามุนนั้น ติดแน่นอยู่กับพื้นด้านล่างของหีบศพเนื่องจากการทำมัมมี่แบบลวก ๆ

ดร. ไพรซ์ แสดงความเห็นว่า “ถ้าอ่านจากบันทึกของผู้ค้นพบสุสานที่เก็บพระศพ มันดูเหมือนว่ากระบวนการทำมัมมี่ผิดพลาดเสียหาย แต่คนโบราณที่รับหน้าที่ทำพระศพไม่รู้ตัวว่าได้ทำอะไรลงไป ดังนั้นร่างมัมมี่ของตุตันคามุนจึงไม่ได้รับการถนอมรักษาอย่างดีเท่าที่ควร”

“นั่นเป็นเพราะว่า การสร้างรูปลักษณ์ของคนตายให้เหมือนตัวจริงตอนยังมีชีวิตอยู่ ชนิดที่ใครเห็นก็จำได้ทันทีนั้น ไม่ได้เป็นจุดมุ่งหมายหรือความตั้งใจของคนทำมัมมี่มาตั้งแต่แรก”

“ชาวอียิปต์โบราณถือว่ารูปเคารพนั้นมีความศักดิ์สิทธิ์สูงส่งเช่นเดียวกับองค์เทพ รวมไปถึงภาพวาดและภาพสลักที่ถือเป็นตัวแทนของเทพเจ้าด้วย โดยถือว่าโลกของภาพสัญลักษณ์เหล่านี้มีความศักดิ์สิทธิ์อยู่ในตัวของมันเอง”

บันทึกของอียิปต์โบราณยังระบุว่า เทวรูปในยุคนั้นได้รับการเจิมด้วยน้ำมันและน้ำหอม ในบางครั้งมีการห่อหุ้มเทวรูปด้วยผ้าลินินเหมือนกับการทำมัมมี่ ซึ่งขั้นตอนการมัดและพันด้วยผ้านี้อาจเป็นการถ่ายทอดอำนาจหรืออิทธิฤทธิ์ความเป็นเทพให้แก่รูปปั้นหรือรูปสลักนั้นก็เป็นได้

GETTY IMAGES

Getty Images
ฮาเวิร์ด คาเตอร์ กับโลงบรรจุพระศพฟาโรห์ตุตันคามุน เมื่อปี 1922

ส่วนการบรรจุอวัยวะภายในของผู้ตายลงในโถที่มีฝาปิดเป็นเศียรของเทพ (Canopic jars) ดร. ไพรซ์มองว่าเป็นการแช่อวัยวะเหล่านั้นให้อิ่มชุ่มด้วยพลังเทพของผู้วายชนม์ มากกว่าจะเป็นการดองรักษาสภาพอวัยวะเอาไว้เพื่อให้หยิบมาใช้สอยได้ง่ายในโลกหลังความตาย

แม้แนวคิดใหม่เรื่องจุดประสงค์ของการทำมัมมี่จะมีเหตุผลน่ารับฟัง แต่ก็มีนักอียิปต์วิทยาจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่เห็นด้วยนัก เช่นดร. สตีเฟน บักลีย์ นักโบราณคดีและนักเคมีวิเคราะห์จากมหาวิทยาลัยยอร์กของสหราชอาณาจักร เขาแสดงความเห็นว่าการถนอมรักษาสภาพศพนั้นเป็นจุดมุ่งหมายสำคัญของการทำมัมมี่ ซึ่งไม่อาจมองข้ามหรือปฏิเสธได้

ดร. บักลีย์บอกว่า “มัมมี่ของฟาโรห์หรือราชินีบางร่างดูเหมือนเทวรูปมากกว่าคนจริง เช่นมัมมี่ของตุตันคามุน, อาเมนโฮเทปที่สาม, และอาเคนาเตน แต่มัมมี่หลายร่างก็ดูเหมือนคนจริงที่กำลังนอนหลับอยู่มากกว่า เช่นมัมมี่ของทุตโมซิสที่สาม, ทุตโมซิสที่สี่, อาเมนโฮเทปที่สอง, และราชินีตีย์ (Tyi) ซึ่งแสดงว่าผู้ทำมัมมี่มีความใส่ใจถนอมรักษาศพให้เหมือนกับยังมีชีวิตอยู่”

“การวาดหรือสลักภาพเหมือนของผู้ตาย ยังรวมเอาตำหนิหรือความบกพร่องทางรูปลักษณ์บางประการไว้ด้วย เพื่อให้วิญญาณสามารถจำร่างของตนได้ เวลาที่กลับคืนสู่บ้านเดิมของตนเป็นครั้งคราว”

“แน่นอนว่าเจตนาในการทำมัมมี่ของชาวอียิปต์โบราณนั้น ไม่ได้อยู่ที่การรักษาสภาพศพให้คงทนถาวรเพียงอย่างเดียว แต่การปฏิเสธไม่ยอมรับอย่างสิ้นเชิงในวัตถุประสงค์หลักดังกล่าว เท่ากับมองผิดประเด็นไปมากทีเดียว” ดร. บักลีย์กล่าวสรุป

………

ข่าว บีบีซี ไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ประชาชาติธุรกิจ เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

งานวิจัย อียิปต์ โบราณคดี