เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“การบินไทย” ทุ่มพัฒนาโปรดักส์ยกระดับประสบการณ์การเดินทาง ไล่เติมเส้นทางบิน CLMV-ยุโรป
Business “การบินไทย” ทุ่มพัฒนาโปรดักส์ยกระดับประสบการณ์การเดินทาง ไล่เติมเส้นทางบิน CLMV-ยุโรป
‘เวียตเจ็ท’ โละฝูงบินแอร์บัส มุ่งสู่โบอิ้ง 737 หวังลดต้นทุน
Business ‘เวียตเจ็ท’ โละฝูงบินแอร์บัส มุ่งสู่โบอิ้ง 737 หวังลดต้นทุน
ลุยฟื้นฟู “เคหะชุมชนทุ่งสองห้อง”สร้างคอนโดติดรถไฟฟ้าสายสีแดง 3,800 ยูนิต
Real Estate ลุยฟื้นฟู “เคหะชุมชนทุ่งสองห้อง”สร้างคอนโดติดรถไฟฟ้าสายสีแดง 3,800 ยูนิต
วีระยุทธ ชี้ภาษีอย่างเดียวไม่พอ จี้รื้อ Local Content ฟื้นยานยนต์ไทย
Economic วีระยุทธ ชี้ภาษีอย่างเดียวไม่พอ จี้รื้อ Local Content ฟื้นยานยนต์ไทย
เจรจา 2 ฝ่าย เห็นร่วม ออกสูตร “ค่ารอบกลาง” ไรเดอร์
Tech เจรจา 2 ฝ่าย เห็นร่วม ออกสูตร “ค่ารอบกลาง” ไรเดอร์
หุ้นไทยเด้ง 20 จุด ปิด 1,583 รับผลเฟดตามคาด DELTA-บิ๊กแคปหนุน
Finance หุ้นไทยเด้ง 20 จุด ปิด 1,583 รับผลเฟดตามคาด DELTA-บิ๊กแคปหนุน
เงินบาทอ่อนค่าแตะระดับอ่อนสุดในรอบ 1 เดือนครึ่งที่ 33.43 บาท/ดอลลาร์ รับสัญญาณ “เฟด”
Finance เงินบาทอ่อนค่าแตะระดับอ่อนสุดในรอบ 1 เดือนครึ่งที่ 33.43 บาท/ดอลลาร์ รับสัญญาณ “เฟด”
คลังเคาะแล้ว ได้แน่อีก 2 เดือน เงินไทยช่วยไทยพลัส 60/40
Finance คลังเคาะแล้ว ได้แน่อีก 2 เดือน เงินไทยช่วยไทยพลัส 60/40
ส่องกฎหมายแอลกอฮอล์ หลัง “ลิซ่า” พูดถึงเบียร์ไทย แบรนด์ไทยทำอะไรได้บ้าง
News ส่องกฎหมายแอลกอฮอล์ หลัง “ลิซ่า” พูดถึงเบียร์ไทย แบรนด์ไทยทำอะไรได้บ้าง
Gastech 2026 ปิดฉาก ดีลพลังงานทะลุ 4 หมื่นล้านดอลลาร์
Economic Gastech 2026 ปิดฉาก ดีลพลังงานทะลุ 4 หมื่นล้านดอลลาร์
ดูทั้งหมด

แมคโคร-โลตัสส์ หนุนสถานะ CPALL แข็งแกร่ง-เรตติ้งหุ้นกู้ A+

25 ม.ค. 2566 | 10:03น.
โบรกฯ วิเคราะห์ผลหุ้น "MAKRO-CPALL-CPF" หลังปรับโครงกลุ่มซีพี

ทริสเรทติ้งคงอันดับเครดิตองค์กร-หุ้นกู้ “CPALL” ที่ระดับ “A+” พร้อมจัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน วงเงินไม่เกิน 1.2 หมื่นล้านบาท ที่ “A+” แนวโน้ม “stable” สะท้อนสถานะบริษัทสุดแกร่ง ชี้ “แมคโคร-โลตัสส์” แรงเสริมสำคัญ

วันที่ 25 มกราคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทริสเรทติ้งแจ้งว่า ได้คงอันดับเครดิตองค์กร ตลอดจนหุ้นกู้มีหลักประกันและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันของบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL ที่ระดับ “A+” พร้อมทั้งคงอันดับเครดิตหุ้นกู้ด้อยสิทธิลักษณะคล้ายทุน ไม่มีประกันและไถ่ถอนเมื่อเลิกกิจการ (hybrid debentures) ของบริษัทที่ระดับ “A-”

ในขณะเดียวกัน ทริสเรทติ้งยังจัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดใหม่ในวงเงินไม่เกิน 1.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งไถ่ถอนภายใน 12 ปีของบริษัทที่ระดับ “A+” ด้วยเช่นกัน โดยบริษัทจะนำเงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้ครั้งนี้ไปใช้ชำระคืนหนี้เงินกู้และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงาน ส่วนแนวโน้มอันดับเครดิตยังคง “stable” หรือ “คงที่”

ทั้งนี้ อันดับเครดิตยังคงสะท้อนถึงสถานะทางธุรกิจที่แข็งแกร่งของบริษัท ซึ่งมาจากปัจจัยสนับสนุนต่าง ๆ อาทิ การเป็นผู้นำในธุรกิจร้านค้าสะดวกซื้อในประเทศไทย การมีเครือข่ายร้านค้าที่แข็งแกร่งและครอบคลุมทั่วประเทศ และการมีธุรกิจสนับสนุนที่เข้มแข็ง

นอกจากนี้ ความสามารถในการแข่งขันของบริษัทยังได้รับแรงเสริมจากสถานะที่แข็งแกร่งของบริษัทย่อยคือ บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) (MAKRO) ซึ่งเป็นผู้นำในธุรกิจค้าส่งสินค้าประเภทอาหาร รวมทั้งบริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด (LOTUSS) และ Lotus’s Stores (Malaysia) Sdn. Bhd. ซึ่งเป็นผู้ประกอบการไฮเปอร์มาร์เก็ตรายใหญ่ภายใต้แบรนด์ “Lotus’s” ทั้งในประเทศไทยและประเทศมาเลเซียอีกด้วย

ขณะที่ผลการดำเนินงานของบริษัทเป็นไปตามประมาณการของทริสเรทติ้ง โดยในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทมีรายได้จากการดำเนินงานรวม 6.3 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 56.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน บริษัทมีกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) เพิ่มขึ้น 62.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนโดยมาอยู่ที่ระดับ 5.4 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ รายได้และ EBITDA ของบริษัทที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญนั้น มีสาเหตุหลักมาจากการรวมงบการเงินของ บริษัท ซี.พี. รีเทล ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (CPRD) ซึ่งรวมถึงผลการดำเนินงานของ Lotus’s ในประเทศไทย และประเทศมาเลเซีย เข้ามาในเดือนตุลาคม 2564 ผนวกกับการฟื้นตัวของธุรกิจค้าปลีกและธุรกิจพื้นที่ให้เช่าของบริษัท

แม้ว่าภาระหนี้ของบริษัทจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 4.2 แสนล้านบาท ณ เดือน ก.ย. 2565 จากระดับ 2.8 แสนล้านบาท ในปี 2563 แต่อัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อเงินทุนของบริษัทก็ลดลงมาอยู่ที่ระดับ 59.5% ณ เดือน ก.ย. 2565 จากระดับ 75.3% ในปี 2563 อันเป็นผลจากการรวมงบการเงินดังที่กล่าวแล้วข้างต้น ในขณะที่อัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อ EBITDA เพิ่มขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ระดับ 6 เท่า จากระดับ 5.7 เท่า ในปี 2563

ในอนาคตข้างหน้า ทริสเรทติ้งคาดว่า ผลการดำเนินงานของบริษัทน่าจะค่อย ๆ ฟื้นตัวขึ้น ตามการฟื้นตัวของธุรกิจในภาคการท่องเที่ยว และการที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจต่าง ๆ กลับสู่สภาวะปกติ

ทั้งนี้ สมมุติฐานกรณีพื้นฐานของทริสเรทติ้งคาดการณ์ว่า อัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อ EBITDA ของบริษัทจะแกว่งตัวอยู่ที่ระดับ 5.8 เท่า ในปี 2565 และจะลดลงต่ำกว่า 5 เท่า ภายในปี 2567 ในขณะที่อัตรา

ส่วนหนี้สินทางการเงินต่อเงินทุนของบริษัท น่าจะลดลงมาอยู่ที่ระดับประมาณ 58% ในระหว่างปี 2565-2567
รวมถึงทริสเรทติ้งประเมินว่า สภาพคล่องทางการเงินของบริษัทจะอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ในช่วง 12 เดือนข้างหน้า โดย ณ สิ้นเดือน ก.ย. 2565 แหล่งเงินทุนของบริษัทประกอบด้วย เงินสดในมือจำนวน 4.5 หมื่นล้านบาท

และทริสเรทติ้งยังคาดว่า เงินทุนจากการดำเนินงานของบริษัทในปี 2566 จะอยู่ที่ระดับประมาณ 5.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งทริสเรทติ้งประเมินว่า เงินสดในมือและกระแสเงินสดจากการดำเนินงานของบริษัท มีเพียงพอสำหรับใช้ในการชำระหนี้ที่จะครบกำหนด จำนวนประมาณ 2.6 หมื่นล้านบาท และค่าใช้จ่ายตามแผนลงทุนอีกประมาณ 2.9 หมื่นล้านบาท

ตามข้อกำหนดทางการเงินของตราสารหนี้ที่ระบุให้บริษัทต้องดำรงอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อทุน (ไม่รวมหนี้สินตามสัญญาเช่า) ให้ต่ำกว่า 2 เท่านั้น ณ เดือน ก.ย. 2565 บริษัทมีอัตราส่วนดังกล่าวอยู่ที่ 1 เท่า ซึ่งทริสเรทติ้งคาดว่า บริษัทน่าจะสามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดทางการเงินดังกล่าวได้ตลอดช่วงระยะเวลาประมาณการ