เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสปรับลง หลังดอลลาร์แข็งค่าขึ้นจากระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปีที่ทำไว้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

22 ก.พ. 2561 | 09:03น.

– ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสปรับตัวลดลง หลังดอลลาร์แข็งค่าขึ้นจากระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปีที่ทำไว้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทำให้ผู้เล่นที่ถือครองเงินสกุลอื่นเริ่มลดความสนใจในการถือครองน้ำมันดิบเนื่องจากมีราคาแพงขึ้น

– ขณะที่ตลาดหุ้นนิวยอร์กร่วงลง เนื่องจากความกังวลต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดไว้ หลังมีการเปิดเผยรายงานการประชุมนโยบายการเงินของวันที่ 30-31 ม.ค. โดยระบุว่าความแข็งแกร่งของแนวโน้มเศรษฐกิจในระยะใกล้นี้ จะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้เฟดเดินหน้าปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อไป

– ราคาน้ำมันดิบยังถูกกดดันจากการคาดการณ์ว่าปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ จะปรับเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 4 อีกราว 1.8 ล้านบาร์เรล เนื่องจากปริมาณการเพิ่มขึ้นของการผลิตน้ำมันดิบจากน้ำมันชั้นหินดินดาน (Shale Oil) ในสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

+ ภายหลังตลาดปิด สถาบันปิโตรเลียมด้านพลังงานของสหรัฐฯ (API) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐฯในสัปดาห์ก่อนหน้า ปรับตัวลดลง 907,000 บาร์เรล อยู่ที่ 420.3 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะปรับเพิ่มขึ้น โดยตลาดจับตาการเปิดเผยสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ จากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานสหรัฐฯ (EIA) ที่จะเปิดเผยในวันพรุ่งนี้

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังได้รับแรงกดดันจากอุปทานที่ยังคงล้นตลาดในภูมิภาค ถึงแม้ว่าจะได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์เพิ่มเติมจากประเทศญี่ปุ่นและศรีลังกาก็ตาม

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังได้รับแรงหนุนจากอุปทานที่มีแนวโน้มลดลงจากการปิดซ่อมบำรุงตามฤดูกาลของโรงกลั่นน้ำมันในภูมิภาค ประกอบกับมีอุปสงค์เพิ่มเติมจากประเทศศรีลังกา

ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 59 – 64 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 62-67 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น หลังผู้ผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐฯ ปรับเพิ่มการขุดเจาะน้ำมันดิบขึ้นอย่างต่อเนื่องจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นกว่าต้นทุนการผลิต โดย Baker Hughes รายงานจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบของสหรัฐฯ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 16 ก.พ. 61 ปรับเพิ่มขึ้นแตะระดับที่สูงสุดในรอบ 3 ปี

ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ คาดจะปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 4 ติดต่อกัน จากความต้องการใช้น้ำมันดิบที่ปรับลดลงในช่วงการปิดซ่อมบำรุงของโรงกลั่นในสหรัฐฯ ประกอบกับปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย EIA รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 9 ก.พ. ปรับเพิ่มขึ้น 1.8 ล้านบาร์เรล มาแตะระดับ 422.1 ล้านบาร์เรล

การผลิตน้ำมันดิบของกลุ่มโอเปกยังคงปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง หลังผู้ผลิตเดินหน้าปรับลดกำลังการผลิต โดยในเดือน ม.ค. ที่ผ่านมาความร่วมมือในการปรับลดกำลังการผลิตของกลุ่มโอเปกปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 137% ซึ่งสูงกว่าปีก่อนหน้าที่ 99% หลังซาอุดิอาระเบียเดินหน้าปรับลดกำลังการผลิต นอกจากนี้ ปริมาณการผลิตของเวเนซุเอลาปรับลดลงมาอยู่ที่ระดับต่ำสุดในรอบ 30 ปีที่ 1.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากผลกระทบของวิกฤตทางเศรษฐกิจและการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ