เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
Biz Movement สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
Business เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
Real Estate ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
SD 14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
ดูทั้งหมด

4 ชาติยักษ์ซุ่มจับมือ สกัดอิทธิพล “เส้นทางสายไหม”

24 ก.พ. 2561 | 20:12น.

ในที่สุดก็ไม่อาจปล่อยให้โครงการเส้นทางสายไหมใหม่ หรือ One Belt, One Road (OBOR) ของจีนแผ่อิทธิพลไปทั่วเอเชียและทั่วโลกอย่างสะดวกดายแต่เพียงฝ่ายเดียว สำหรับ 4 ชาติยักษ์ใหญ่อย่างอเมริกา ญี่ปุ่น อินเดีย และออสเตรเลีย ซึ่งล่าสุดสื่อออสเตรเลียรายงานว่า ทั้ง 4 ชาติอาจร่วมพลังกันก่อตั้งโครงการโครงสร้างพื้นฐานเพื่อแข่งขันกับ OBOR และลดอิทธิพลของจีน

มีรายงานว่า ในการเยือนสหรัฐอเมริกาของ นายมัลคอล์ม เทิร์นบุลล์ นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มีวาระการหารือประเด็นดังกล่าวด้วย แต่เนื่องจากแผนการดังกล่าวอยู่ในระยะเริ่มต้น จึงยังไม่สุกงอมพอที่จะประกาศออกมาได้ แต่ก็อ้างว่าโครงการนี้ไม่ใช่ “คู่แข่ง” ของจีน เป็นแต่เพียง “ทางเลือก” หนึ่งนอกเหนือจาก OBOR เท่านั้น

ก่อนหน้านี้เดือนตุลาคมปีที่แล้ว นายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ได้ไปเยือนอินเดียและหารือกับ นายนเรนทรา โมดิ นายกรัฐมนตรีอินเดีย ชักชวนให้ร่วมมือกันสร้างถนนเชื่อมในอนุทวีปและเชื่อมท่าเรือในอินโด-แปซิฟิกเพื่อเป็นทางเลือกนอกเหนือจาก OBOR โดยนายทิลเลอร์สันผลักดันให้มีการสร้างถนนเชื่อมในบังกลาเทศและอัฟกานิสถานเพื่อที่จะดึงดูดให้ปากีสถานอยากเข้ามาร่วมด้วย เพราะสหรัฐมองว่าปากีสถานนั้นเป็นแหล่งหลบซ่อนของกลุ่มก่อการร้ายที่จะต้องกำจัด

สำหรับอินเดียนั้น ค่อนข้างจะต่อต้านOBOR มาแต่แรก เพราะเส้นทางหลักสายหนึ่งของ OBOR ตัดผ่านแคชเมียร์ซึ่งเป็นพื้นที่พิพาทระหว่างอินเดีย-ปากีสถาน

หลังจากพบปะผู้นำอินเดียแล้ว สหรัฐได้หารือ 4 ฝ่ายกับอินเดีย ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย ระหว่างไปร่วมประชุมอาเซียนและเอเชียตะวันออกซัมมิตที่ฟิลิปปินส์เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว เกี่ยวกับโครงการโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าว

ซึ่งแน่นอนว่าทำให้จีนไม่พอใจเพราะถือว่าชาติประชาธิปไตยกำลังรวมตัวกันเพื่อสกัดการรุกคืบของ OBOR ความเคลื่อนไหวของ 4 ชาติดังกล่าว ยังมีขึ้นหลังจากล่าสุดจีนได้วางแผนขยาย OBOR ไปถึงขั้วโลกเหนือด้วยการพัฒนาเส้นทางเดินเรือไปขั้วโลกเหนือ หรือ “เส้นทางสายไหมขั้วโลกเหนือ” หลังจากภาวะโลกร้อนทำให้น้ำแข็งละลาย

หากมองย้อนกลับไป จะเห็นว่าใน 4 ประเทศดังกล่าว ญี่ปุ่นเป็นชาติที่ออกแรงผลักดันแข็งขันที่สุดเพื่อสกัดอิทธิพลจีนในภูมิภาคนี้ เพราะนับแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สหรัฐเป็นผู้มีบทบาทนำในเอเชียในแง่ของงานดูแลความมั่นคง ส่วนญี่ปุ่นซึ่งมีบทบาทรองก็มุ่งไปทางด้านเศรษฐกิจ

ทว่านับจาก โดนัลด์ ทรัมป์ ขึ้นเป็นผู้นำสหรัฐ ได้เปลี่ยนนโยบายลดบทบาทสหรัฐในต่างประเทศ และที่สำคัญได้ถอนตัวจากความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (ทีพีพี) ทำให้ญี่ปุ่นไม่สามารถพึ่งพาบทบาทนำของสหรัฐทั้งในแง่ความมั่นคงและเศรษฐกิจเพื่อคานอำนาจจีน ดังนั้นจึงต้องพยายามแสดงบทบาทหลักแทน โดยในปี 2559 ญี่ปุ่นได้เปิดตัวโครงการที่จะเป็นทางเลือกแข่งกับ OBOR ซึ่งเรียกว่า “โครงสร้างพื้นฐานคุณภาพสูง” มูลค่าราว 2 แสนล้านดอลลาร์ โดยร่วมมือกับหลายประเทศ โดยเฉพาะอินเดีย

บทบาทของญี่ปุ่นยิ่งชัดขึ้น เมื่อจับมือกับอินเดียพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้า ทางรถไฟ และท่าเรือในศรีลังกา บังกลาเทศ พม่า และบนเกาะของอินเดีย เพราะญี่ปุ่นกังวลว่าอิทธิพลของจีนจะขยายไปกว่าแปซิฟิกตะวันตก โดยเฉพาะหลังจากศรีลังกาได้มอบท่าเรือฮัมบันโตตาให้กับจีนเพื่อใช้หนี้ที่ค้างชำระจีน

ญี่ปุ่นยังได้พยายามขยายอิทธิพลเศรษฐกิจไปยังยุโรปกลางและตะวันออกแข่งกับจีน ด้วยการเดินทางไปเยือนประเทศรอบทะเลบอลติกและประเทศยุโรปตะวันออกเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งประเทศเหล่านี้ล้วนเป็นเส้นทางที่ OBOR มุ่งเน้นเป็นพิเศษในปีที่ผ่านมาผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ญี่ปุ่นถูกบังคับให้ทำเกินตัวเกินไปในการชดเชยบทบาทของสหรัฐที่ขาดไป และไม่รู้ว่าจะยั่งยืนแค่ไหน

เพราะ “ชินโซ อาเบะ” จะไม่ได้เป็นนายกฯตลอดไป เศรษฐกิจญี่ปุ่นเองก็มีปัญหา หนี้สาธารณะสูง “ถ้าทรัมป์เป็นแค่คนป่วยชั่วคราว ญี่ปุ่นก็สามารถทำหน้าที่เป็นผ้าพันแผลผืนใหญ่ จนกว่าสภาวะจิตปกติจะกลับคืนสู่สหรัฐ” โรเบิร์ต ดูจาร์ริก ผู้อำนวยการสถาบันเอเชียศึกษาร่วมสมัย มหาวิทยาลัยเทมเปิล ญี่ปุ่น ระบุ โดยเชื่อว่าสภาวะจิตปกติได้กลับสู่สหรัฐแล้ว หลังจากสหรัฐเริ่มเคลื่อนไหวจับมือกับอีก 3 ชาติเพื่อสกัดการรุกคืบของ OBOR