Skip to content

ดีเดย์อัพเกรด Ethereum เตือนระเบิดลูกใหญ่ตลาดคริปโตฯ

11 เม.ย. 2566 | 16:15น.
ดีเดย์อัพเกรด Ethereum เตือนระเบิดลูกใหญ่ตลาดคริปโตฯ

จับตาการอัพเกรด Ethereum Shanghai 12 พ.ค.2566 หวั่นแรงถอน-เทขายมหาศาล จากการปลดล็อกสภาพคล่องเฉียด 4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐสู่ตลาด กูรูชี้ การปลดล็อก ETH อาจเกิดความเสี่ยงเชิงระบบเป็นลูกโซ่ต่อโหนดของบล็อกเชนอีเธอเรียม

วันที่ 11 เมษายน 2566 ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานสถานการณ์ในตลาดคริปโตเคอร์เรนซี แม้ว่าสภาพตลาดในเช้าวันนี้จะอยู่ในแนวโน้มที่ดี นำโดยบิตคอยน์ ที่ราคาเติบโตทะลุ 30,000 เหรียญสหรัฐ หรือ 1ล้านบาทไปแล้วหลังจากเคลื่อนไหวในกรอบ 27,000-28,000 เหรียญสหรัฐมานานนับเดือน

อย่างไรก็ตาม มีสัญญาณเตือนจากวงการคริปโตเคอร์เรนซีว่าเฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบครั้งใหญ่จาก Ethereum ซึ่งเป็นคริปโตเคอร์เรนซีที่มีส่วนแบ่งเป็นอันดับ 2 ในตลาดคริปโตฯ รองจากบิตคอยน์

การอัพเกรดนั้นเรียกว่า Shanghai fork ซึ่งช่วยให้ผู้ตรวจสอบธุรกรรม (Node Validator) สามารถถอนเหรียญ ETH ที่ล็อกกับระบบ (Stake) ไว้ ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2020 ปัจจุบันมีเหรียญ ETH ที่ล็อกไว้กับเครือข่ายอีเธอเรียมอยู่ราว 18ล้านอีเธอร์ (18,000,000 ETH) มูลค่ารวมเฉียด 4หมื่นล้านสหรัฐ

ตั้งแต่ธันวาคม 2020 หรือ ตลอด 2 ปีมานี้ เหรียญ ETH ที่ถูกล็อกไว้ไม่สามารถเคลื่อนย้ายไปใช้งานหรือขายได้เลย จนกระทั่งมีการอัพเกรด The Merge ที่รวมเครือข่ายที่ล็อกเหรียญไว้กับเครือข่ายหลักเข้าด้วยกันเป็นเครือข่ายเดียว จากนั้นจะมีการอัปเกรด Shanghai ที่จะแล้วเสร็จในวันที่ 12 เมษายน ที่จะถึงนี้

Coin Metrics รายงานว่า มี ETH ประมาณ 18 ล้านอีเธอร์ ถูก Stake ไว้ในระบบ มูลค่าปัจจุบันราว 3.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ  จากจำนวนนี้ คาดว่ามี 1.2 ล้านอีเธอร์ (มูลค่าราว 2.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ) จะถูกถอนออกจากระบบ Stake ภายใน 5 วันหลังจากการอัปเกรด Shanghai

Bloomberg รายงานว่า การปลดปล่อยสภาพคล่องดังกล่าวอาจจะทำให้เกิดแรงกระเพื่อมไปทั่วตลาด และจะกระตุ้นให้มีการโยกย้ายเหรียญ Ethereum อย่างกว้างขวาง รวมถึงการกระตุ้นให้เกิดความต้องการใหม่ๆ จากนักลงทุนเมื่อโทเค็นถูกปลดล็อก

แต่ก็ยังมีความคลุมเครือหรือความเสี่ยงอีกมาก ทั้งแนวโน้มด้านกฎระเบียบที่คลุมเครือ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ (SEC) ได้ออกมาเตือนในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาว่า บริการ Stake ที่เสนอโดยแพลตฟอร์มการซื้อขายบางแห่งถือเป็นการขายหลักทรัพย์ที่ผิดกฎหมาย 

“Henry Elder” หัวหน้าฝ่ายการเงินแบบกระจายอำนาจของ Wave Digital Assets กล่าวว่า ตลาดกำลังปั่นป่วน ขณะที่หลายฝ่ายพยายามวิเคราะห์ว่าการถอน Ethereum ออกมามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นหรือไม่อย่างไร ในมุมมองของเขาเห้นว่าจะมีการถอน ETH จำนวนมาก”

“ผู้ถือครอง ETH หลายรายอาจเพียงแค่โยกย้ายเหรียญไปมาระหว่างบริการ Staking ต่างๆ ตลอดจนย้ายเหรียญบนอุปกรณ์ หรือผู้ให้บริการ เพื่อควบคุมเหรียญหรือสินทรัพย์ของตน ซึ่งอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนกว่าจะนำ ETH ออกจากการ Stake ได้ เนื่องจากการถอนจะถูกจำกัดเพื่อรักษาความปลอดภัยของระบบ Ethereum

ขณะที่แพลตฟอร์ม Lido ซึ่งเป็นผู้ให็บริการ Stake เหรียญ ETH สำหรับรายย่อย มีสัดส่วนการถือครอง ETH ประมาณหนึ่งในสามของ ETH ที่ล็อกไว้กับระบบทั้งหมด คาดว่าจะเริ่มเปิดใช้งานการถอนในเดือนพฤษภาคมเท่านั้น

ปัญหาหรือความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นอีกประการ เกี่ยวข้องกับ “โหนด” หรือผู้ตรวจสอบธุรกรรมบนบล็อกเชนซึ่งเป็นส่วนสำคัญหรือเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักของบล็อกเชน

โหนดบางโหนดที่สนับสนุนบริการ Ether staking-wallet เมื่อเปิดใช้งานการถอน ผู้ดำเนินการโหนดจะต้องดึงคีย์ที่จำเป็นเพื่อปลดล็อกเงินฝากของผู้ใช้ หากพวกเขาใส่ผิดที่หรือไม่สามารถหาตำแหน่งได้ ด้วยเหตุผลบางประการ ความผิดพลาดนี้ส่งผลให้โหนดดังกล่าวล่มสลายได้ และนั่นอาจสร้างแรงกดดันต่อโทเค็นที่เกี่ยวข้องกับบริการเหล่านี้ 

และหากโหนดของบล็อกเชนจำนวนมากได้รับผลกระทบย่อมส่งผลเสียต่อเรือข่ายบล็อกเชนอีเธอเรียมทั้งหมดเป็นลูกโซ่

“ไม่มีใครรู้ว่าธนาคารล้มละลายจนกว่าผู้คนจะเริ่มถอนเงินมหาศาลออกมาใช้” Elder กล่าว

นาย “Mike Silagadze” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Ether.fi กล่าวว่า ยังมีความเสี่ยงที่โหนดจะถูกแฮ็กหรือถูกโกง รวมถึงพยายามที่จะระงับเงินของผู้ใช้เพื่อเรียกค่าไถ่ 

“คนส่วนใหญ่มีความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องว่าเมื่อการอัปเกรด Ethereum Shanghai เสร็จเเล้วความเสี่ยงในการ Stake จะลดลง จริง ๆ แล้วมันตรงกันข้าม ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ”

นักพัฒนา Ethereum ระบุว่า ผู้ให้บริการตรวจสอบธุรกรรมหรือโหนดจะถูกแฮ็กหรือทำคีย์หาย นั้นเกิดบ่อยมาก ซึ่ง Shanghai ก็ไม่ได้เพิ่มหรือลดความเสี่ยงนั้นลง เพราะมันเกิดได้เสมอ

นาย Ben Eddington หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ Teku ของบริษัท ConsenSys ซึ่งทำงานบนโครงสร้างพื้นฐานบล้อกเชน Ethereum ระบุว่า ภัยคุกคามที่เป็นไปได้มีอยู่แล้ว หากบุคคลที่สามได้รับคีย์ในการถอนเงินของผู้ให้บริการโหนด ผู้ให้บริการรายใหญ่ทุกรายควรให้ความสำคัญกับการรักษาความปลอดภัยของคีย์อย่างจริงจัง

เมื่อปัญหาเรื่องความปลอดภัยได้รับการแก้ไข ในที่สุดฟีเจอร์การถอนเงินอาจทำให้ ETH เป็นการลงทุนที่น่าดึงดูดยิ่งขึ้น ซึ่งดึงดูดนักลงทุนรายย่อยและนักลงทุนสถาบันที่มองหาผลตอบแทน อย่างไรก็ตาม มุมมองเรื่องผลตอบแทนส่วนใหญ่จะขึ้นอยู่กับหน่วยงานกำกับดูแลเกี่ยวกับคริปโตเคอรร์เรนซีและการ stake ของพื้นที่นั้นๆ ด้วย

อย่างไรก็ตาม การปลดปล่อยเหรียญ ETH จำนวนมากในระยะสั้น อาจจะทำให้ราคามีความผันผวนสูง จึงเตือนให้ระมัดระวังสภาพตลาดในช่วงเวลาดังกล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คริปโตเคอร์เรนซี บล็อกเชน