ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังค่าเงินดอลลาร์แข็งค่า แม้ว่าสต๊อกน้ำมันสหรัฐลดลง
วันที่ 20 เมษายน 2566 หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบ ดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเบรนต์และเวสต์เทกซัสปรับลด หลังตลาดถูกกดดันจากการแข็งค่าขึ้นของสกุลเงินดอลลาร์ ส่งผลต่อสัญญาน้ำมันดิบซึ่งกำหนดราคาเป็นสกุลเงินดอลลาร์นั้นมีราคาสูงขึ้น และไม่น่าดึงดูดสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่น ๆ
ทั้งนี้ เนื่องจากตลาดยังคงกังวลเกี่ยวกับธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่มีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน พ.ค. ซึ่งอาจส่งผลต่อสภาวะเศรษฐกิจถดถอยและกระทบต่อความต้องการใช้น้ำมัน
โดยราคาน้ำมันเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 19 เม.ย. 2566 อยู่ที่ 79.16 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น -1.70 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันเบรนต์อยู่ที่ 83.12 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น -1.65 เหรียญสหรัฐ
ปริมาณการส่งออกน้ำมันจากท่าเรือตะวันตกของรัสเซียในเดือน เม.ย. 66 คาดว่าจะปรับสูงขึ้นมากกว่า 2.4 ล้านบาร์เรล/วัน และแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2562 ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้จะประกาศลดกำลังการผลิตน้ำมันลง 500,000 บาร์เรล/วัน ก็ตาม
สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐ (EIA) รายงานสต๊อกน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 14 เม.ย. 66 ปรับตัวลดลง 4.6 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 466 ล้านบาร์เรล โดยลดลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับตัวลดลง 1.6 ล้านบาร์เรล
ราคาน้ำมันเบนซิน
ราคาน้ำมันเบนซินปรับตัวลดลงใกล้เคียงกับราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังตลาดได้รับแรงกดดันจากปริมาณการส่งออกน้ำมันเบนซินจากจีนที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมทั้งความต้องการใช้ในซาอุดีอาระเบียที่ปรับตัวลดลงในช่วงรอมฎอน
ราคาน้ำมันดีเซล
ราคาน้ำมันดีเซลปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังยังคงได้รับแรงกดดันจากปริมาณการส่งออกน้ำมันดีเซลจากจีน อ่าวเปอร์เซีย และอินเดียที่เพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงได้รับแรงหนุนหลังรัฐบาลเกาหลีใต้ขยายเวลาในการปรับลดภาษีน้ำมันค้าปลีกภายในประเทศออกไปจนถึงสิ้นเดือนสิงหาคม เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระผู้บริโภคจากราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงขึ้น
