เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กรมโรงงานฯรับลูกคุมดาต้าฯ เข้าบัญชี 108 ต้องขอใบ รง.4-ทำอีไอเอ
Economic กรมโรงงานฯรับลูกคุมดาต้าฯ เข้าบัญชี 108 ต้องขอใบ รง.4-ทำอีไอเอ
ยื้อโยกย้ายซี 10 “คลัง” จับตาสรรพากร-ชิงสรรพสามิตเดือด
Finance ยื้อโยกย้ายซี 10 “คลัง” จับตาสรรพากร-ชิงสรรพสามิตเดือด
เศรษฐกิจโลกใกล้ถึง ‘จุดแตก’? หมดแรง ‘ดูดซับ’ ส่งออกจากจีน
World เศรษฐกิจโลกใกล้ถึง ‘จุดแตก’? หมดแรง ‘ดูดซับ’ ส่งออกจากจีน
ร้อยมรดกเมือง เชื่อมสายน้ำ ปรับโฉมเกาะรัตนโกสินทร์
Economic ร้อยมรดกเมือง เชื่อมสายน้ำ ปรับโฉมเกาะรัตนโกสินทร์
BOYY ฉลองปีที่ 20 เปิด ‘Boyyish’ ดันพอร์ตแฟชั่น มุ่งตลาดออนไลน์
Biz Movement BOYY ฉลองปีที่ 20 เปิด ‘Boyyish’ ดันพอร์ตแฟชั่น มุ่งตลาดออนไลน์
รร.ทุ่งสง ชนะประกวดหนังสั้น ‘จำได้มั้ย…แม่ชอบกินอะไร ?’
SD รร.ทุ่งสง ชนะประกวดหนังสั้น ‘จำได้มั้ย…แม่ชอบกินอะไร ?’
ชัดแล้ว! กกต.จ่อแถลงผล “คดีฮั้ว สว.” 229 คน พรุ่งนี้
Politics ชัดแล้ว! กกต.จ่อแถลงผล “คดีฮั้ว สว.” 229 คน พรุ่งนี้
GEELY STARRAY EM-R คันใหญ่ นั่งสบาย ถูกใจสาย ‘คุ้มค่า’
Automotive GEELY STARRAY EM-R คันใหญ่ นั่งสบาย ถูกใจสาย ‘คุ้มค่า’
โพลชี้ ‘ม็อบ‘ การเมืองตอนนี้ยังไม่ใช่คำตอบ เศรษฐกิจ-คดีฮั้ว สว.สะสมแรงกดดัน
Politics โพลชี้ ‘ม็อบ‘ การเมืองตอนนี้ยังไม่ใช่คำตอบ เศรษฐกิจ-คดีฮั้ว สว.สะสมแรงกดดัน
พยากรณ์อากาศ 7 วัน (12 – 18 ก.ย. 69) มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักมากบางแห่ง กทม. 60-80%
News พยากรณ์อากาศ 7 วัน (12 – 18 ก.ย. 69) มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักมากบางแห่ง กทม. 60-80%
ดูทั้งหมด

เงินทุนไหลเข้า บาทแข็งค่ากว่าสกุลอื่นในภูมิภาค

10 พ.ค. 2566 | 18:30น.
THB

สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 10 พฤษภาคม 2566 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (10/5) ที่ระดับ 33.68/70 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (9/5) ที่ระดับ 33.65/67 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยในคืนที่ผ่านมาดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย จากการที่นายจอห์น วิลเลียมส์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ สาขานิวยอร์ก ได้กล่าวว่า

ทางธนาคารกลางยังคงต้องอาศัยตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในการกำหนดทิศทางการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งเพื่อให้การส่งผ่านอัตครดอกเบี้ยสามารถควบคุมเงินเฟ้อได้ และยังไม่เห็นเหตุผลที่ FED จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ โดยนายวิลเลียมส์คาดการณ์ว่ายังคงต้องใช้เวลาอีก 2 ปีเพื่อให้เงินเฟ้อสหรัฐกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายที่ 2%

อีกทั้งยังคาดการณ์ว่าอัตราการว่างงานมีแนวโน้มที่จะพุ่งขึ้นแตะระดับ 4.0-4.5% จากปัจจุบันที่อยู่ที่ระดับ 3.4% ซึ่งต่ำที่สุดในรอบ 54 ปี อีกทั้งยังมีวิกฤตทางภาคธนาคารที่ทำให้ FED นำมาเป็นปัจจัยในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย นอกจากนี้ ทางฝั่งโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐยังคงอยู่ในระหว่างหารือเกี่ยวกับการปรับเพิ่้มเพดานหนี้สหรัฐ

โดยปัจจุบันเพดานหนี้อยู่ที่ระดับ 31.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หากไม่มีการปรับเพดานหนี้จะทำให้ทางสหรัฐอาจเผชิญกับการผิดนัดชำระหนี้ในวันที่ 1 มิถุนายนได้ ทั้งนี้การเพิ่มเพดานหนี้จะทำให้รัฐบาลต้องปรับลดงบประมาณรายจ่ายลง แต่อย่างไรก็ตาม การหารือยังคงไม่ได้ข้อสรุป และจะมีการประชุมอีกครั้งในวันศุกร์ที่ 12 พฤษภาคม โดยในวันนี้ตลาดยังคงจับตารอดูตัวเลขเงินเฟ้อรายเดือนประจำเดือนเมษายน โดยในเดือนมีนาคม เงินเฟ้อที่อยู่ที่ระดับ 0.1% ซึ่งในเดือนนี้คาดการณ์ว่าเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้น 0.4%

ในส่วนของเงินเฟ้อเมื่อเทียบรายปีคาดว่าจะขยายตัวที่ 5.0% สำหรับปัจจัยภายในประเทศ เงินบาทแข็งค่ามากกว่าสกุลเงินอื่นในภูมิภาค เนื่องจากมีกระแสเงินไหลเข้าทั้งในตลาดพันธบัตรและตลาดหุ้น โดยตลาดพันธบัตรมีเงินไหลเข้าเมื่อวันอังคาร (9/5) ราว 2.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นการเข้าซื้อมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน โดยภายในเดือนพฤษภาคมมีการเข้าซื้อพันธบัตรไปกว่า 5 หมื่นล้านบาท จากการที่นักลงทุนมองว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มที่ดีขึ้น จากการฟื้นตัวทางด้านการท่องเที่ยว

โดยทางรัฐบาลคาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้าไทยประมาณ 2 ล้านคนในเดือนพฤษภาคมทางด้าน SCB EIC ได้มีการคาดการณ์ว่า ไทยอาจมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งละ 0.25% สู่ระดับ Teminal rate ที่ 2.5% เพื่อให้บรรลุกรอบเงินเฟ้อเป้าหมาย เนื่องจากเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 33.62-33.74 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 33.66/68 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (9/5) ที่ระดับ 1.0971/73 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (9/5) ที่ระดับ 1.0981/83 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ตามการแข็งค่าขึ้นของดอลลาร์สหรัฐ โดยทางเยอรมันได้มีการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภครายเดือนประจำเดือนเมษายนอยู่ที่ 0.4% ทรงตัวจากในเดือนมีนาคมที่อยู่ที่ระดับ 0.4% เช่นกัน ทางฝั่งสำนักงานกำกับดูแลทางการเงินของธนาคารกลางเยอรมนีได้กล่าวว่า

เนื่องจากความผันผวนของสภาวะเศรษฐกิจในขณะนี้ อาจทำให้ภาคอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ของเยอรมันประสบปัญหา เนื่องจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับสูงเป็นระยะเวลานาน ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางธนาคาร เนื่องจากธนาคารจะต้องแบกรับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0948-1.0982 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0956/57 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (9/5) ที่ระดับ 135.16/18 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (9/5) ที่ระดับ 134.82/84 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ตามการแข็งค่าขึ้นของดอลลาร์สหรัฐ ทางด้านนายคาซึโอะ อูเอดะ ประธานธนาคารกลางญี่ปุ่นได้กล่าวว่า ญี่ปุ่นมีแนวโน้มที่จะหยุดนโยบาย Yield curve control หากเงินเฟ้อของญี่ปุ่นอยู่ที่ระดับ 2% อย่างยั่งยืน

ทางด้านโกลแมนแซกส์คาดว่า ญี่ปุุ่นจะยกเลิกนโยบาย Yield curve control ในเดือนกรกฎาคม ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่้อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 135.11-135.34 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 135.19/20 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐประจำเดือนเมษายน (10/5), ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของจีนประจำเดือนเมษายน (11/15), ผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) (11/5), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ (11/5), ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้นประจำเดือนพฤษภาคมจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน (12/5)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -10.5/-10.25 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -15.7/-13.40 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ค่าเงินบาท เงิน