เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘สุดซอยพลังงาน’ หอบหลักฐานยื่น กขค. ฟันเพิ่มอีก 5 คลังน้ำมัน กักตุนเก็งกำไร
Economic ‘สุดซอยพลังงาน’ หอบหลักฐานยื่น กขค. ฟันเพิ่มอีก 5 คลังน้ำมัน กักตุนเก็งกำไร
แสนสิริ เปิดจอง “ฮับ หัวหิน” คอนโดพร้อมอยู่ รับแรงส่งมอเตอร์เวย์ M82 ราคา 1.19 ล้าน 12-13 ก.ย.นี้
Real Estate แสนสิริ เปิดจอง “ฮับ หัวหิน” คอนโดพร้อมอยู่ รับแรงส่งมอเตอร์เวย์ M82 ราคา 1.19 ล้าน 12-13 ก.ย.นี้
เปิดยอดใช้ TH-AI Passport ใน 3 วันเฉลี่ยใช้งานคนละ 2.7 คำสั่งต่อผู้ลงทะเบียน
Tech เปิดยอดใช้ TH-AI Passport ใน 3 วันเฉลี่ยใช้งานคนละ 2.7 คำสั่งต่อผู้ลงทะเบียน
60 วัน ‘ชัชชาติ สมัย 2’ แก้สารพันปัญหา ชู ‘ราชดำเนินโมเดล’ จัดระเบียบคนไร้บ้าน
Politics 60 วัน ‘ชัชชาติ สมัย 2’ แก้สารพันปัญหา ชู ‘ราชดำเนินโมเดล’ จัดระเบียบคนไร้บ้าน
ราคาทองวันนี้ (4 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 600 บาท รูปพรรณขายออก 70,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (4 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 600 บาท รูปพรรณขายออก 70,550 บาท
‘คงกระพัน’ เปิดแผน ปตท. รับมือวิกฤตพลังงาน กระจายแหล่งจัดหา
Economic ‘คงกระพัน’ เปิดแผน ปตท. รับมือวิกฤตพลังงาน กระจายแหล่งจัดหา
เซ็นทรัล พาร์ค กางแผนปี’70 มุ่ง Bangkok’s World Stage ชิงนักท่องเที่ยวต่างชาติ
Business เซ็นทรัล พาร์ค กางแผนปี’70 มุ่ง Bangkok’s World Stage ชิงนักท่องเที่ยวต่างชาติ
เปิดจองพันธบัตร ‘ออมพลัส’ 7 ก.ย.นี้ ดอกเบี้ยสูงสุด 2.8%
Finance เปิดจองพันธบัตร ‘ออมพลัส’ 7 ก.ย.นี้ ดอกเบี้ยสูงสุด 2.8%
จัดเต็มงานแฟร์ “MARRY ME AT MARRIOTT” ชวนคู่รักเนรมิตงานแต่งในฝันทั่วไทย
Biz Movement จัดเต็มงานแฟร์ “MARRY ME AT MARRIOTT” ชวนคู่รักเนรมิตงานแต่งในฝันทั่วไทย
กรุงศรี จับมือ MUFG เชื่อมโยงธุรกิจไทย-ญี่ปุ่น ร่วมเป็นคู่ค้า
Finance กรุงศรี จับมือ MUFG เชื่อมโยงธุรกิจไทย-ญี่ปุ่น ร่วมเป็นคู่ค้า
ดูทั้งหมด

ถอดไกด์ไลน์ใหม่ WHO สารให้ความหวานแบบไหนไม่ควรกิน

17 พ.ค. 2566 | 16:26น.
สารให้ความหวาน

องค์การอนามัยโลก (WHO) เผยไกด์ไลน์ใหม่ แนะเลี่ยงการใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาลบางชนิดในการคุมน้ำหนักหรือลดความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หลังวิจัยพบไม่ได้ผล และอาจเสี่ยงโรคหลอดเลือด

วันที่ 17 พฤษภาคม 2566 องค์การอนามัยโลก เผยคำแนะนำใหม่สำหรับการใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาล โดยไม่แนะนำให้ใช้เพื่อควบคุมน้ำหนัก หรือลดความเสี่ยงเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)

เลี่ยงกลุ่มไม่ให้พลังงาน

สำหรับสารให้ความหวานแทนน้ำตาลที่ WHO “ไม่แนะนำให้ใช้” จะเป็นกลุ่มสารให้ความหวานที่ไม่ให้พลังงานทุกชนิด ไม่ว่าจะสังเคราะห์ขึ้นหรือมีอยู่ในธรรมชาติ อาทิ แอซีซัลเฟม โพแทสเซียม (acesulfame K), aspartame, แอดแวนเทม (advantame), ไซคลาเมต (cyclamates), นีโอเทม (neotame), ขัณฑสกร (saccharin), ซูคราโลส (sucralose), หญ้าหวาน (stevia) และอนุพันธ์ของหญ้าหวาน (stevia derivatives)

ทั้งนี้เนื่องจากผลวิจัยล่าสุดชี้ว่า การใช้สารให้ความหวานแบบไม่ให้พลังงานไม่มีผลในการลดระดับไขมันในร่างกายของทั้งเด็กและผู้ใหญ่ในระยะยาว ขณะเดียวกันผลการวิจัยยังเสนอว่า การใช้สารเหล่านี้ในระยะยาวอาจมีผลข้างเคียงในทางลบ เช่น เกิดความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรคหลอดเลือดหัวใจ และเพิ่มอัตราการเสียชีวิตในวัยผู้ใหญ่

อย่างไรก็ตาม คำแนะนำใหม่นี้ไม่รวมถึงสารให้ความหวานที่ให้พลังงาน อย่างกลุ่มน้ำตาลแอลกอฮอล์ (sugar alcohol) หรือ polyols อาทิ glycerol, erythritol, threitol, arabitol, xylitol, ribitol, mannitol, sorbitol, galactitol, fucitol, iditol, inositol, volemitol, isomalt, maltitol, lactitol, maltotrito, maltotetraitol, polyglycitol

และน้ำตาลแคลอรีต่ำอื่น ๆ รวมถึงการใช้สารให้ความหวานในกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวาน และไม่รวมการใช้ในสินค้าดูแลส่วนบุคคลหรือสินค้าดูแลผิว อย่างยาสีฟัน ครีมทาผิว และยา

แนะลดกินหวาน-ทานผลไม้

ฟรานเชสโก้ บรังก้า ผู้อำนวยการฝ่ายโภชนาการและความปลอดภัยของอาหาร องค์การอนามัยโลก อธิบายว่า การใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาลปกติ ไม่ช่วยเรื่องการลดน้ำหนักในระยะยาว ดังนั้นผู้บริโภคควรหาหนทางอื่นในการลดการบริโภคน้ำตาล อย่างทานอาหารที่มีน้ำตาลอยู่แล้ว เช่น ผลไม้ หรืออาหาร-เครื่องดื่มที่ไม่มีการเติมน้ำตาลเพิ่ม

“วิธีที่ดีที่สุดในการคุมน้ำหนักหรือลดความเสี่ยงโรค NCDs คือ ลดการทานหวานลง ซึ่งยิ่งเริ่มได้ตั้งแต่อายุยังน้อยก็ยิ่งดีต่อสุขภาพมากขึ้นเท่านั้น”

นอกจากนี้ องค์การอนามัยโลกยังย้ำว่า การที่หน่วยงานในแต่ละประเทศ จะนำข้อแนะนำนี้ไปใช้สร้างนโยบายต่าง ๆ อาจต้องมีการอภิปรายและปรับให้เข้ากับสภาพของแต่ละประเทศก่อน เช่น ปริมาณการบริโภคในกลุ่มอายุต่าง ๆ เนื่องจากความเชื่อมโยงระหว่างการบริโภคสารให้ความหวาน กับปัญหาสุขภาพที่พบในงานวิจัยที่เป็นที่มาของคำแนะนำนี้ อาจยังมีความคลาดเคลื่อนจากความแตกต่างของบุคคลที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง และความซับซ้อนของการใช้สารให้ความหวาน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

WHO