เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ร้อยมรดกเมือง เชื่อมสายน้ำ ปรับโฉมเกาะรัตนโกสินทร์
Economic ร้อยมรดกเมือง เชื่อมสายน้ำ ปรับโฉมเกาะรัตนโกสินทร์
‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
News ‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
กทม.จับคู่ ‘บ้าน-คนกรุง’ ช่วยอสังหาฯระบายสต๊อก 
Real Estate กทม.จับคู่ ‘บ้าน-คนกรุง’ ช่วยอสังหาฯระบายสต๊อก 
“บางจาก” ยันผลทดสอบ ‘ท่อส่งน้ำมัน’ ถนนเชื้อเพลิงไม่พบรอยรั่ว
Economic “บางจาก” ยันผลทดสอบ ‘ท่อส่งน้ำมัน’ ถนนเชื้อเพลิงไม่พบรอยรั่ว
ต่ออายุข้าราชการ เชื่อมอายุรัฐบาล
Columns ต่ออายุข้าราชการ เชื่อมอายุรัฐบาล
คุยกับเศรษฐา : แก้วิกฤตข้อมูลน้ำได้ ก็แก้ปัญหาน้ำได้
Columns คุยกับเศรษฐา : แก้วิกฤตข้อมูลน้ำได้ ก็แก้ปัญหาน้ำได้
แบงก์ชี้มิจฉาชีพพุ่งเป้านักศึกษามากขึ้น เตือนกลโกงรูปแบบใหม่
Finance แบงก์ชี้มิจฉาชีพพุ่งเป้านักศึกษามากขึ้น เตือนกลโกงรูปแบบใหม่
ประคับประคองเศรษฐกิจ
Columns ประคับประคองเศรษฐกิจ
COM7-SPVI-CPW-ADVANC-TRUE รับอานิสงส์ iPhone 18 จับตาแรงซื้อรอบเปลี่ยนเครื่อง
Finance COM7-SPVI-CPW-ADVANC-TRUE รับอานิสงส์ iPhone 18 จับตาแรงซื้อรอบเปลี่ยนเครื่อง
ราคาทองวันนี้ (12 ก.ย. 69) ดีดขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (12 ก.ย. 69) ดีดขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,050 บาท
ดูทั้งหมด

บุญทรงโวยอายัดบัญชีเมีย คสช.เชื่อ1สค.คุมได้ ทนายลุ้นศาลปค. ทุเลายึดทรัพย์ปู “พณ.”ขายข้าวต่อ แถลงโต้8โกดัง

30 ก.ค. 2560 | 10:35น.

คสช.ยันไม่ห่วงวันที่ 1 ส.ค. วันที่ “ปู” แถลงปิดคดีจำนำข้าว ระบุการ ข่าวยังไม่มีแนวโน้มสร้าง ความรุนแรงเชื่อตำรวจเอาอยู่ ย้ำใช้รถรับส่งมวลชนมีความผิด ส่วน”ไก่อู”ฮึ่มฮั่มคนชักชวนปลุกระดม ลั่นคสช.ไม่ปล่อยแน่ ส่วนเพื่อไทยเตือน ยิ่งบีบคั้นคนยิ่งมากันเยอะ อดีตแกนนำนปช.ชี้ห้ามเท่ากับผลักคนไปอยู่ฝั่ง”ยิ่งลักษณ์”มากขึ้น ย้ำไม่จัดตั้งมวลชน ทนายความปูลุ้นศาลปกครองสั่งทุเลายึดทรัพย์ “บุญทรง”โวยเมียถูกอายัดบัญชีเงินฝาก จ่อฟ้องกลับกรมบังคับคดี-กรมการค้าต่างประเทศ รัฐสภาคุมเข้ม วันสปท.ส่งมอบงานนายกฯวันที่ 31 ก.ค.

พท.ไปให้กำลังใจปู-ไม่ได้ชุมนุม

วันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรมว.ศึกษาธิการ และแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงมาตรการรับมือมวลชนของรัฐบาลคสช. ที่จะเดินทางมาให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ในการแถลงปิดคดี รับจำนำข้าว ในวันที่ 1 ส.ค.นี้ ว่า การที่ประชาชนทั่วไปจะไปร่วมให้กำลังใจน.ส. ยิ่งลักษณ์ ไม่ใช่เรื่องที่เป็นปัญหา เพราะพวกเขาต่างรู้สึกเห็นอกเห็นใจในตัวอดีตนายกฯที่ทำให้พวกเขาได้รับประโยชน์จากโครงการรับจำนำข้าว ทุกนัดไต่สวนที่ผ่านมามวลชนก็ไปสนับสนุนให้กำลังใจ ร่วมรับฟังการไต่สวนคดีที่ต้องทำอย่างเปิดเผยกันอย่างเรียบร้อย การออกคำสั่งห้ามมวลชนต่างหากที่เป็นเรื่องแปลก เป็นการสร้างเงื่อนไขขึ้นมาทั้งที่ไม่มีความจำเป็นและเงื่อนไขเหล่านี้ก็อาจเป็นการสร้างปัญหา การออกมาให้ข่าวจากทางรัฐบาลว่าการรวมกลุ่มเดินทางไปให้กำลังใจ น.ส. ยิ่งลักษณ์ ที่ศาลอาญา ทั้งวันแถลงปิดคดีในวันที่ 1 ส.ค. และวันนัดอ่านคำพิพากษาวันที่ 25 ส.ค. อาจเจอกับกฎหมายห้ามชุนนุมและกฎหมายอาญาม.116 นั้น ต้องถามกลับว่ามันเป็นการชุมนุมตรงไหน มวลชนหลักพันคนไม่ได้มากถึงกับสร้างความไม่เรียบร้อยให้กับรัฐบาลเลย

ชี้ยิ่งบีบบังคับคนยิ่งแห่มา

ด้านนายสมคิด เชื้อคง อดีตส.ส.อุบล ราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตนจะไปให้กำลังใจน.ส.ยิ่งลักษณ์ ในการแถลงปิดคดีวันที่ 1 ส.ค.เช่นเดิมเหมือนทุกครั้ง เหมือนสมาชิกพรรค อดีตส.ส. รัฐมนตรีรายอื่นๆ คาดว่าจะไปร่วมให้กำลังใจราว 50-60 คน ส่วนประชาชนทั่วไปก็คงจะยังมาร่วมให้กำลังใจไม่น้อยไปกว่าการไต่สวนนัดสุดท้ายเมื่อวันที่ 21 ก.ค. ราว 1,000 คน ไม่มีการจัดตั้งขนคนมาร่วมแต่เป็นการมาด้วยใจต่างคนต่างมา เพื่อร่วมกันแสดงออกถึงความรู้สึกในความเห็นใจต่อน.ส.ยิ่งลักษณ์ สำหรับมาตรการจากฝ่ายความมั่นคงของรัฐบาลคสช. ที่อ้างจะนำกฎหมายชุมนุมและกฎหมายอาญาม.116 มาบังคับใช้นั้น เป็นการคิดและสรุปเอาเองว่าการร่วมให้กำลังใจน.ส.ยิ่งลักษณ์จะเป็นจลาจล เพราะที่ผ่านมาการไต่สวนทุกนัดที่พี่น้องไปร่วมให้กำลังใจเต็มไปด้วยบรรยากาศที่ดีไม่มีเหตุรุนแรง ทำไมรัฐบาลถึงไม่ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ

“คสช.จะตื่นตูมออกมาใช้คำสั่งบีบบังคับประชาชนไปถึงไหน ทุกคนต่างคนต่างมาไม่มีการจัดตั้ง ต่างใช้สิทธิเสรีภาพของตนเองในการตัดสินใจ การขังคุกนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช. การออกหมายจับนายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย โดยหวังห้ามปรามข่มขู่ คิดว่าคนจะกลัวแล้วมากันน้อยนั้นสะท้อนถึงการข่าวและงานความมั่นคงที่ไม่มีประสิทธิ ภาพ คงไม่ได้ผลอะไร หนำซ้ำจะยิ่งมากันเยอะกว่าเก่าเพราะไม่มีมนุษย์คนไหนชอบการบีบบังคับ” นายสมคิดกล่าว

คสช.เชื่อสถานการณ์ไม่รุนแรง

แหล่งข่าวคสช.ระบุถึงการประเมินสถานการณ์ในวันที่ 1 ส.ค. ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะแถลงปิดคดีจำนำข้าว ว่า คสช.ประเมินเอาไว้แล้วว่ายังไม่มีภาพความเคลื่อนไหวอะไรที่นำไปสู่ความรุนแรง เป็นเพียงข้อมูลว่าน่าจะมีมวลชนมาให้กำลังใจแต่เชื่อว่าจะอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ด้วยความเรียบร้อย หัวหน้าคสช.เคยเตือนเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่าการเคลื่อนย้ายมวลชนและผู้สนับสนุนการใช้รถในการเคลื่อนย้ายมวลชน อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย โดยทาง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหม ก็เคยเตือนแล้วว่าให้มวลชนที่จะเดินทางมาให้กำลังใจ ติด ตามข่าวที่บ้าน ซึ่งก็ถือเป็นการเตือนจากผู้ใหญ่ของบ้านเมือง

แหล่งข่าวคสช.ระบุ ช่วงนี้มีเหตุอุทกภัยน้ำท่วมทางภาคเหนือและภาคอีสาน น่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่ประชาชนต้องดูแลบ้านของตนเอง ส่วนคนที่จะเดินทางมาให้กำลังใจน่าจะเป็นมวลชนที่อยู่ปริมณฑลหรือในกรุงเทพฯ ซึ่งมั่นใจว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถดูแลได้อย่างดี ทางศาลก็มีระบบการดูแลรักษาความปลอดภัยอยู่แล้ว ส่วนบริเวณด้านนอกศาลก็เป็นเรื่องของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ใช้กรอบกฎหมายปกติในการดูแลประชาชน ไม่น่าที่จะมีอะไรที่ไม่เรียบร้อยเกิดขึ้น

วอนอย่ากดดันตำรวจ-ศาล

คสช.ได้ประชาสัมพันธ์และแจ้งข้อมูลข่าวสารไปแล้วว่า ไม่ได้ห้ามแต่สิ่งใดที่ผิดต่อกฎหมายก็ไม่ควรทำ ซึ่งวันนั้นโรงเรียนเปิดรวมถึงสภาพอากาศก็อาจมีการเปลี่ยนแปลง ทั้งแดดออก บางช่วงก็ฝนตก อาจทำให้เกิดความไม่สะดวกในการจราจรและการเดินทาง แต่การที่จะเดินทางมาให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ก็ขอความร่วมมือว่าถ้ามาแล้วก็ไม่ใช่มาในลักษณะมวลชน มากดดันการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจและศาล สิ่งนี้ได้ขอความร่วมมือผ่านสื่อมวลชนอยู่ตลอดเวลา เพื่อทำความเข้าใจและขอความร่วมมือ

ทั้งนี้แหล่งข่าวคสช. ยังระบุถึงการประเมินสถานการณ์วันที่ 25 ส.ค. ซึ่งเป็นวันอ่านคำพิพากษาคดีจำนำข้าวว่า ต้องประเมินเมื่อสถานการณ์ใกล้เข้ามาอีกครั้ง

วัฒนายันไม่ผิดมาตรา 116

วันเดียวกัน นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุที่ พล.ต.อ. ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. มอบหมายให้ตำรวจสันติบาลแจ้งความต่อกอง ปราบปราม ให้ดำเนินคดีกับตนข้อหาความ ผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 กล่าวหาว่าได้โพสต์เฟซบุ๊กลักษณะยุยงให้เกิดความปั่นป่วน อีกทั้งยังวิพากษ์วิจารณ์ คสช. นั้น ข้อความที่โพสต์คือการแสดงความเห็นว่าการไปให้กำลังน.ส.ยิ่งลักษณ์ ถือเป็นเสรีภาพ ส่วนที่มีการเชิญชวนประชาชนก็ไม่ผิดกฎหมาย เพราะไม่ได้ชวนมาเปลี่ยนแปลงกฎหมายหรือล้มรัฐบาล หรือสร้างความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่อง หรือทำผิดกฎหมาย แต่เป็นการชวนมาเพื่อให้กำลังใจ ซึ่งเป็นกิจกรรมตามประเพณีอันเป็นข้อยกเว้นของกฎหมายการชุมนุมสาธารณะ และที่อ้างว่ามีการวิพากษ์วิจารณ์ คสช.ก็เป็นการแสดงความคิดเห็นต่อการทำงานของบุคคลสาธารณะที่กินเงินเดือนจากภาษีของประชาชน ถือเป็นเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญเช่นกัน จึงไม่เป็นความผิดตามมาตรา 116 ตามที่กล่าวหา

“สิ่งที่ผมทำไม่เป็นความผิดจึงขอบอกประชาชนอีกครั้งว่าวันที่ 1 ส.ค. และ 25 ส.ค. ใครประสงค์จะไปให้กำลังใจนายกฯยิ่งลักษณ์ ก็ไปได้ไม่ผิดกฎหมาย ผมจะไปทั้งสองวันยกเว้นถูกจับและไม่ได้รับอนุญาตให้ประกันตัวก็จะส่งกำลังใจจากห้องขัง” นายวัฒนา กล่าว

นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีตส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวจะมีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ วันที่ 25 ส.ค.ที่จะมีการพิพากษาคดีจำนำข้าว ว่า ตนเดินทางไปให้กำลังใจน.ส.ยิ่งลักษณ์ ในการร่วมพิจารณาคดีหลายครั้ง มีประชาชนมาให้กำลังใจทุกครั้ง จากการพูดคุยประชาชนมีทั้งที่รวมกลุ่มกันมาและเดินทางมาเอง ทุกคนต่างมาด้วยใจ เพราะคนเหล่านี้เลือก น.ส.ยิ่งลักษณ์เข้ามาบริหารประเทศ รัฐบาลจึงไม่ต้องเป็นห่วงว่าจะเกิดเหตุการณ์วุ่นวาย ที่รัฐบาลกังวลถึงความสงบเรียบร้อยนั้นถือเป็นหน้าที่ที่จะรักษาความปลอดภัย แต่อยากให้เข้าใจประชาชนมากันหลายครั้งแล้ว ทุกครั้งก็สงบเรียบร้อยดี ทำตามข้อปฏิบัติ ส่วนที่มีข่าวเรื่องส่งเจ้าหน้าที่ไปทำความเข้าใจเพื่อไม่ให้เดินทางมานั้น ส่วนตัวคิดว่าสุดท้ายถ้าเขาจะมาก็คงหาวิธีมาจนได้ ในเมื่อใจอยากจะมา

นปช.ย้ำไม่จัดตั้งมวลชน

นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานที่ปรึกษานปช. กล่าวกรณีฝ่ายความมั่นคงเตือนมวลชนที่จะไปให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในวันที่ 25 ส.ค. ซึ่งศาลจะพิพากษาคดีโครงการรับจำนำข้าวว่า ท่าทีของฝ่ายความมั่นคงจะทำให้คนกลุ่มหนึ่งรู้สึกกลัวแต่อีกกลุ่มหนึ่งรู้สึกโกรธ โมโห ตนเชื่อว่ายิ่งห้ามมากเท่าไรมวลชนก็จะเห็นด้วยกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ มากเท่านั้น แม้ก่อนหน้านี้บางส่วนจะไม่เห็นด้วยกับโครงการรับจำนำข้าวแต่เมื่อเห็นว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถูกกระทำ คะแนนนิยมของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยิ่งเพิ่มขึ้นอย่างมาก วันนี้เสมือนว่าคสช.ได้นำแท่นมาให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยืนอย่างโดดเด่นขึ้นในสายตาชาวโลก ทางที่ดีฝ่ายความมั่นคงไม่ควรห้ามเพราะที่แล้วมาคนที่ไปให้กำลังใจไม่ถือว่ามากเกินไป และขอยืนยันว่าจะไม่มีการจัดตั้งมวลชนเพื่อไปให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ อย่างแน่นอน

นางธิดากล่าวว่า ถึงวันนี้ในสายตาของผู้สนับสนุนมอง น.ส.ยิ่งลักษณ์ เปลี่ยนสถานะจากนักการเมืองเป็นนักต่อสู้เพื่อหลักนิติธรรม ซึ่งจะเป็นแกนหลักในการนำมวลชนที่สนับ สนุนประชาธิปไตยและความเป็นธรรมให้โดดเด่นขึ้น อยากฝากไปถึงมวลชนว่าการสนับสนุนนักการเมืองไม่ว่าฝ่ายใดก็ตามถือว่าเป็นสิทธิ์ และขอให้ใช้ความระมัดระวังในการแสดงความคิดเห็น เพราะฝ่ายความมั่นคงได้ขู่แล้วการมาให้กำลังใจมากๆ ได้ แต่ขอให้แสดงพลังแบบปัจเจกบุคคล ไม่ควรแสดงออกด้วยการรวมกลุ่ม ไม่ควรใช้ไมไครโฟน และควรระวังคำพูดอย่าให้กลายเป็นการชุมนุมทางการเมือง

รัฐบาลฮึ่มไม่ปล่อยคนชักชวน

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีนายวัฒนาโพสต์เฟซบุ๊กย้ำว่าการเชิญ ชวนประชาชนไปให้กำลังใจน.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ผิดกฎหมาย เพราะไม่ได้เชิญชวนมา ล้มรัฐบาล ว่า เรื่องนี้ต้องไปถามคสช.ว่าผิดกฎหมายหรือไม่ แต่สิ่งที่รัฐบาลอยากจะบอกกับประชาชนที่รักชอบนักการเมืองว่าถือเป็นสิทธิ แต่อยากขอให้อยู่ที่บ้านเพื่อให้กำลังใจเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของศาล ผิดก็ คือผิด ถูกก็คือถูก ต้องแยกอารมณ์ความรัก ความชอบ ไม่เอาอารมณ์เป็นที่ตั้ง เพราะถ้าเป็นแบบนี้จะเกิดความขัดแย้งไม่รู้จบ

“ฝากเตือนประชาชนอย่าปล่อยให้นักการเมืองชักจูงทำให้บ้านเมืองไม่สงบ รวมถึงอยากฝากเตือนคนชักชวนคนไปให้กำลังใจว่า เชื่อมั่นว่าคสช.จะไม่ปล่อยให้ทำอย่างนั้น เพราะจะทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย” พล.ท. สรรเสริญกล่าว

เตรียมพร้อมแถลงปิดคดี

นายนรวิทย์ หล้าแหล่ง ทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวถึงการเตรียมการก่อนศาลพิพากษาคดีรับจำนำข้าวว่า ได้เตรียม 2 ส่วนก่อนถึงวันพิพากษา 1.การแถลงปิดคดีด้วยวาจาในวันที่ 1 ส.ค.ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์จะแถลงปิดคดีด้วยตัวเอง ขณะนี้กำลังเตรียมข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพื่อแถลงปิดคดี 2.การแถลงปิดคดีด้วยลายลักษณ์อักษร ขณะนี้ทีมกฎหมายกำลังรวบรวมข้อมูลต่างๆ โดยเป็นข้อมูลการแก้ข้อกล่าวหาที่โจทก์ได้กล่าวหาเกี่ยวกับการดำเนินการโครงการ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่ได้เตรียมการภายหลังศาลมีคำพิพากษาเพราะต้องรอฟังคำพิพากษาก่อน จึงจะรู้ว่าควรดำเนินการอย่างไร ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ระบุว่าพร้อมต่อสู้คดีตามกระบวนการที่มีอยู่แม้รู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้ถูกกระทำ ไม่ได้รับความเป็นธรรมแต่ก็พร้อมต่อสู้ ส่วนที่กรมบังคับคดีดำเนินการยึดทรัพย์ในระหว่างที่ศาลจะมีคำพิพากษา ทำให้เกิดคำถามว่าความเหมาะสมและเป็นธรรมหรือไม่

“ปู”ลุ้นศาลปค.ทุเลาอายัดทรัพย์

นายนพดล หลาวทอง ทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวถึงการยื่นคำร้องต่อศาลปกครองให้ทุเลาการยึดทรัพย์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่า ขณะนี้ศาลปกครองได้รับคำร้องขอให้ทุเลาการยึดทรัพย์แล้ว โดยยังอยู่ในการพิจารณาของศาล หากศาลมีคำสั่งทุเลาการยึดและอายัดทรัพย์ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะต้องหยุดทั้งหมด แต่หากศาลยกคำร้องฝ่ายกฎหมายของ น.ส. ยิ่งลักษณ์ ก็จะหาช่องทางอื่นเพื่อดำเนินการต่อไป โดยต้องดูข้อมูล หลักการและเหตุผลประกอบกัน


บุญทรงฟ้องกลับ-ยึดทรัพย์เมีย

นายนพดลกล่าวว่า เชื่อว่าจะได้รับความเป็นธรรมจากศาลเนื่องจากศาลเคยวินิจฉัยแล้วว่าคำสั่งลักษณะนี้เป็นโดยมิชอบ แต่เนื่องจากการยื่นคำร้องขอทุเลาครั้งที่แล้วกรมบังคับคดียังไม่ดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์ศาลจึงไม่รับคำร้อง ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ของศาลมีอยู่ว่าการชะลอยึดทรัพย์จะมีผลต่อการบริหารราชการแผ่นดินหรือไม่ ขณะเดียวกับเราก็มองว่าการยึดและอายัดทรัพย์จะทำให้น.ส.ยิ่งลักษณ์เสมือนบุคคลล้มละลายก่อนที่ศาลฎีกาจะมีคำพิพากษา มีผลต่อเกียรติและศักดิ์ศรีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ อย่างมาก

นายนพดลกล่าวว่า เชื่อว่าการยึดทรัพย์หรือไม่ในระหว่างการพิจารณาคดีไม่มีผลต่อการบริหารราชการแผ่นดิน เนื่องจากไม่ใช่ทรัพย์สินที่มากจนไม่สามารถนำไปใช้จ่ายเกี่ยวกับงบประมาณแผ่นดินหรือทำให้ประเทศเกิดปัญหา น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นกังวลเพราะได้รับความเดือดร้อน และเงินที่ต้องใช้จ่ายถูกยึดไป ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่ากระบวนการยึดนั้นจะไปถึงไหน ซึ่งแน่นอนสภาพจะต้องแร้นแค้นและจะเอาเงินที่ไหนไปสู้คดี มองดูจะเห็นว่าไม่มีความชอบธรรมในการดำเนินการ เพราะนับตั้งแต่ปี 2539 ที่พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดประกาศใช้ จะเห็นว่านี่เป็นครั้งแรกที่มีการยึดทรัพย์เจ้าหน้าที่โดยไม่ต้องพึ่งคำพิพากษาของศาล กระบวนการนี้ความน่าเชื่อถือของน.ส.ยิ่งลักษณ์ จะต้องหมดไป

แจงสิทธิอุทธรณ์จำนำข้าว

นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการ สนช. หรือวิปสนช. กล่าวถึงการบังคับใช้ร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองว่า ตามขั้นตอนต้องรอไว้ 5 วันหลังจากผ่านที่ประชุมใหญ่สนช.ว่าจะมีผู้ยื่นร้องคัดค้านหรือไม่ เท่าที่ติดตามจากข่าว กรธ.มีมติไม่คัดค้านเนื้อหาไปแล้ว กรณีนี้ถือว่าครบกำหนดแล้วจึงเป็นอำนาจของนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช.ที่จะใช้ดุลพินิจลงนามเพื่อส่งร่างกฎหมายไปยังนายกฯ นำขึ้นทูลเกล้าฯ ตามขั้นตอนปกติต่อไป

นพ.เจตน์กล่าวว่า ส่วนกรณีหลายฝ่ายจับตามองสิทธิการยื่นอุทธรณ์ในคดีรับจำนวนข้าวที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตกเป็นจำเลย หากวันที่ 25 ส.ค.ที่ศาลนัดฟังคำพิพากษา ร่างพ.ร.บ.คดีอาญาของผู้ตำแหน่งทางการเมืองมีผลบังคับใช้แล้ว ตามกฎหมายคู่ความมีสิทธิยื่นอุทธรณ์ได้ภายใน 30 วัน นับแต่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษา โดยที่ประชุมใหญ่ฎีกา จะตั้งองค์คณะขึ้นมาอีกชุดหนึ่งจำนวน 9 คน ขึ้นทำหน้าที่พิจารณาคดีในชั้นอุทธรณ์ต่อไป แต่หากวันนั้นร่างพ.ร.บ.คดีอาญานักการเมืองยังไม่มีผลบังคับใช้ คู่ความก็สามารถยื่นอุทธรณ์ได้อยู่แล้วเพราะถือว่าเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ

นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรมว.พาณิชย์ และแกนนำพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการขอทุเลาการยึดทรัพย์คดีโครงการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ(จีทูจี) ว่า เมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา ตนให้ทนายไปยื่นคำร้องขอทุเลาการยึดทรัพย์ต่อศาลปกครองรอบใหม่แล้ว อยู่ระหว่างรอศาลมีคำสั่ง หวังว่าจะได้รับความเป็นธรรมจากการขอทุเลาการยึดทรัพย์ครั้งนี้ เพราะก่อนหน้ายังไม่สามารถทำได้เนื่องจากยังไม่มีคำสั่งยึดทรัพย์มา ขณะนี้ตนถูกอายัดบัญชีธนาคารทั้งสิ้น 8 บัญชี โดยนำเงินส่งให้กรมบังคับคดีทั้งหมด นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังอายัดบัญชีเงินฝากของภรรยาตนด้วยซึ่งเรื่องนี้ทำไม่ได้เพราะดำเนินการเกินอำนาจหน้าที่ สัปดาห์นี้ตนจะฟ้องอาญาต่อกรมบังคับคดีและกรมการค้าต่างประเทศ คนที่มาชี้ทรัพย์และยึดทรัพย์ของภรรยา

นายบุญทรงกล่าวกรณีนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม พาดพิงนายบุญทรงถอนเงินจากบัญชี รวมถึงขายนาฬิกาเพื่อเลี่ยงการอายัดทรัพย์ว่า นพ.วรงค์ไม่รู้เรื่องอะไร และไม่ทราบไปเอาเรื่องจากไหนมาพูด อยากให้ นพ.วรงค์ อยู่เฉยๆ ดีกว่า ถ้าไม่รู้อะไรจริง ระหว่างนี้ตนขอมีสมาธิกับการยื่นคำแถลงปิดคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งศาลให้ส่งหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนวันที่ 15 ส.ค. และนัดอ่านคำพิพากษาในวันที่ 25 ส.ค.นี้

พณ.โต้8โกดัง-ไม่ระงับขายข้าว

วันที่ 29 ก.ค. นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เผยกรณีโกดังข้าว 8 แห่ง เรียกร้องรัฐบาลระงับการระบายข้าวโครงการรับจำนำข้าวปี 2556/2557 ว่า การระบายข้าวในสต๊อกรัฐตลอดกว่า 3 ปี ยึดวิธีการ หลักเกณฑ์ ที่คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) เห็นชอบมาตลอด ใช้หลักปฏิบัติเดียวกันกับทุกรายด้วย ความโปร่งใส แต่ก็ยังทำได้ไม่เร็วเท่าที่ควรเพราะตลาดข้าวทั่วไปมีขีดจำกัดในการรองรับปริมาณข้าว และข้าวแต่ละคลังมีรายละเอียดของชนิดและคุณภาพแตกต่างกัน นบข.จึงทบทวนหลักเกณฑ์การระบายมาเป็นระยะตามสถานการณ์ โดยต้นปี 2560 มีมติทบทวนและ ปรับแนวทางการระบาย มีการจัดกลุ่มข้าวเพื่อการระบายออกเป็น 3 กลุ่ม ตามเกณฑ์คุณภาพของข้าว กลุ่มที่ 1 ข้าวทั่วไปเพื่อการบริโภค กลุ่มที่ 2 ข้าวระบายเข้าสู่อุตสาหกรรมที่ไม่ใช่เพื่อการบริโภคของคน และกลุ่มที่ 3 ข้าวระบายเข้าสู่อุตสาหกรรมที่ไม่ใช่เพื่อการบริโภคของคนและสัตว์

นางดวงพร กล่าวว่า คลังข้าวทั้ง 8 แห่ง เมื่อจัดกลุ่มตามมติ นบข. มี 5 คลังที่เป็นข้าวกลุ่มที่ 2 เนื่องจากมีสัดส่วนข้าวผิดมาตรฐานมากปนอยู่เกิน 20% ได้แก่ คลังวรโชติ จ.อ่างทอง คลังถาวรโชคชัย จ.สระบุรี คลัง บจก.โรงสีไฟแสงไพฑูรย์ (2000) จ.นนทบุรี คลังกิจเจริญทรัพย์ จ.ลพบุรี หลัง 1/1 และ คลังกิจเจริญทรัพย์ จ.ลพบุรี หลัง 2 และมี 3 คลังจัดเป็นข้าวกลุ่มที่ 3 กำหนดสัดส่วนข้าวผิดมาตรฐานมากปนอยู่เกิน 80% และเป็นข้าวที่มีอายุการเก็บรักษาเกินกว่า 5 ปี ได้แก่ คลังกิจเจริญทรัพย์ จ.ลพบุรี หลัง 1 คลังกิจเจริญทรัพย์ จ.ลพบุรี หลัง 3 และ คลังโรงสีไฟเจริญประภา หลัง 2 จ.ลพบุรี

นางดวงพร กล่าวว่า คลังดังกล่าวถูก อคส.และ อ.ต.ก.ฟ้องดำเนินคดีเรื่องข้าวไม่ได้คุณภาพ และกระบวนการระบายข้าวในคลังดังกล่าวดำเนินการตามมติ นบข.เสร็จสิ้นแล้ว เจ้าของคลังมีสิทธิโต้แย้งแสดงข้อเท็จจริงต่อสู้ตามกฎหมายและกระบวนการพิจารณาในชั้นศาลต่อไป แต่ไม่มีสิทธิมายับยั้งไม่ให้รัฐขายข้าวของรัฐ เพราะหากไม่ระบายออกไปก็จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ

สภาคุมเข้ม-สปท.ส่งมอบงาน

วันที่ 29 ก.ค. นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ สปท. กล่าวถึงกิจกรรมส่งมอบงานของ สปท.ให้นายกรัฐมนตรีในวันที่ 31 ก.ค. ที่รัฐสภาว่า มีการเตรียมความพร้อมรับรองแม่น้ำ 5 สาย อย่างรัดกุมทุกด้าน ทั้งงานเอกสารและความปลอดภัย ผ่านการร่วมมือกัน 3 ฝ่ายหลักคือ สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา และสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. มอบหมายให้นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสนช.คนที่ 1 กำกับดูแลด้านความปลอดภัย พร้อมทั้งมีการประชุมร่วม 7 หน่วยงานความมั่นคง เช่น ตำรวจ ทหาร และกทม. เพื่อวางแผนรับมืออย่างรัดกุม ตรวจสอบอุปกรณ์ กล้องซีซีทีวี เครื่องตรวจหาวัตถุระเบิดและอาวุธที่อยู่ในสภาพใช้การได้ทุกตัว ขณะเดียวกันจัดตั้งศูนย์อำนวยการร่วมบูรณาการดูแลงานอย่างรัดกุม โดยระบบรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุดนี้ เป็นเรื่องปกติที่ใช้ในการรับรองการประชุมแม่น้ำ 5 สายทุกครั้ง นับตั้งแต่เกิดเหตุระเบิดโรงพยาบาลพระมงกุฎฯ ผู้จัดงานจะตรวจความพร้อมด้านความปลอดภัยโดยรอบอาคารรัฐสภาอีกครั้งในวันที่ 30 ก.ค. เวลา 15.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มาตราการรักษาความปลอดภัยเพื่อรับรองแม่น้ำ 5 สาย ที่เกี่ยวข้องกับการส่งมอบงาน จำนวน 960 คน นางนงนุช เศรษฐบุตร ผอ.สำนักบริหารงานกลาง ได้ทำบันทึกข้อความถึงข้าราชการ พนักงานและลูกจ้างของสำนัก เพื่อขอความร่วมมือให้ปฏิบัติ 3 ข้อดังนี้ 1.ห้ามนำรถยนต์เข้าจอดบริเวณเขาดิน (เนื่องจากต้องใช้เป็นที่จอดรถผู้เข้าร่วมส่งมอบงาน) 2. อนุญาตให้เฉพาะข้าราชการ พนักงานและลูกจ้างที่เกี่ยวข้องกับการส่งมอบงานเท่านั้นที่เข้าอาคารรัฐสภาได้ และ 3.ในวันงานดังกล่าวให้งดจำหน่ายอาหารทั้งสโมสรใหญ่และสโมสรเล็ก

ทั้งนี้ในข้อ 3 มีเสียงวิจารณ์จากผู้ค้าขายภายในรัฐสภาว่ามาตราการความปลอดภัยเข้มงวดเกินไปหรือไม่ ที่ผ่านมาแม้นายกฯจะมาร่วมประชุมที่รัฐสภา ก็ยังไม่เคยขอความร่วมมือห้ามขายของแบบนี้ เสียโอกาสในการสร้างรายได้ หากมีคำสั่งห้ามแบบนี้ทางรัฐสภาก็ควรสร้างความเป็นธรรมด้วยการงดเก็บค่าเช่าของทุกร้าน 1 วัน

 

 

ที่มา ข่าวสดออนไลน์