ราคาน้ำมันดิบ (23 มิ.ย. 66) ปรับลด หลัง BOE ปรับขึ้นดอกเบี้ยสูงกว่าคาดการณ์
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับลดลง หลังธนาคารกลางอังกฤษปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าคาดการณ์
วันที่ 23 มิถุนายน 2566 หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบ ดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับลดลง หลังธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจาก 4.5% เป็น 5% ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยสูงสุดนับตั้งแต่ปี’51 และเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ ก.พ. 66 เพื่อสกัดเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น โดยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอาจส่งผลให้เศรษฐกิจชะลอตัวและกระทบกับความต้องการใช้น้ำมัน
โดยราคาน้ำมันเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 22 มิ.ย. 2566 อยู่ที่ 69.51 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -3.02 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันเบรนต์อยู่ที่ 74.14 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -2.98 เหรียญสหรัฐ
ราคายังได้รับแรงกดดัน หลังนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (FED) กล่าวว่าเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐส่วนใหญ่คิดว่าธนาคารกลางสหรัฐจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% อีก 2 ครั้งภายในสิ้นปีนี้
สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) เผยตัวเลขน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 16 มิ.ย. 66 ปรับตัวลดลง 3.8 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 463.3 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับเพิ่ม 0.3 ล้านบาร์เรล
ราคาน้ำมันเบนซิน
ราคาน้ำมันเบนซินปรับตัวเพิ่มขึ้นน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังอุปสงค์น้ำมันเบนซินของสหรัฐปรับเพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาดการณ์ อย่างไรก็ตาม ราคายังได้รับแรงหนุนจากอุปทานที่ปรับลดลงของอินเดีย เนื่องจากโรงกลั่นปิดซ่อมบำรุง
ราคาน้ำมันดีเซล
ราคาน้ำมันดีเซลปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ จากความต้องการใช้น้ำมันดีเซลในยุโรปที่ยังอยู่ในระดับสูงในช่วงฤดูร้อน อย่างไรก็ตาม ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากสต๊อกน้ำมันดีเซลของท่าเรือฟูไจราห์ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 19 มิ.ย. 66 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 29% สู่ระดับสูงสุดในรอบ 4 สัปดาห์
