ราคาน้ำมันดิบ (6 ก.ค. 66) ปรับเพิ่ม กังวลอุปทานน้ำมันตลาดโลกจะเผชิญภาวะตึงตัว
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้น หลังตลาดกังวลอุปทานน้ำมันในตลาดโลกจะเผชิญภาวะตึงตัว
วันที่ 6 กรกฎาคม 2566 หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบ ดังนี้ ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้น โดยตลาดกังวลว่าอุปทานน้ำมันในตลาดโลกจะเผชิญภาวะตึงตัว หลังซาอุดีอาระเบียขยายเวลาการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันจำนวน 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ออกไปอีก 1 เดือน จนถึงสิ้นเดือน ส.ค. 66
ขณะที่รัสเซียและแอลจีเรียประกาศว่าจะลดการส่งออกน้ำมัน ในเดือน ส.ค. 66 ลงอีก 0.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน และ 0.02 ล้านบาร์เรลต่อวัน ตามลำดับ ซึ่งอาจส่งผลให้ปริมาณน้ำมันในตลาดโลกปรับลดลง ขณะที่อุปสงค์ในสหรัฐในช่วงนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากฤดูกาลท่องเที่ยว ซึ่งเมื่อวันที่ 4 ก.ค. 66 ถือเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวสูงสุดของสหรัฐ
โดยราคาน้ำมันเวสต์เทกซัสเมื่อ 5 ก.ค. 2566 อยู่ที่ 71.79 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +2.00 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันเบรนต์อยู่ที่ 76.65 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +0.40 เหรียญสหรัฐ
ในการประชุม OPEC เมื่อวันที่ 5 ก.ค. 66 รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานซาอุดีอาระเบียกล่าวว่า ความร่วมมือด้านน้ำมันระหว่างรัสเซียและซาอุดีอาระเบียยังคงแข็งแกร่งในฐานะสมาชิกกลุ่มโอเปกพลัส (OPEC+) และทั้งสองประเทศจะดำเนินการตามความจำเป็นเพื่อสนับสนุนตลาด
หลังตลาดปิด สถาบันปิโตรเลียมด้านพลังงานสหรัฐ (API) ตัวเลขน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 30 มิ.ย. 66 ปรับตัวลดลง 4.4 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับลดลงเพียง 1.0 ล้านบาร์เรล
ราคาน้ำมันเบนซิน
ราคาน้ำมันเบนซินปรับลดลงสวนทางกับราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังอุปสงค์น้ำมันเบนซินในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ลดลง ท่ามกลางฤดูมรสุม อย่างไรก็ตาม ราคายังได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจากอินโดนีเซีย
ราคาน้ำมันดีเซล
ราคาน้ำมันดีเซลปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังอุปทานน้ำมันดีเซลในภูมิภาคมีแนวโน้มตึงตัวในช่วงครึ่งแรกของเดือน ก.ค. 66 โดยตลาดจับตาการเพิ่มการส่งออกของจีนที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้อุปทานเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งหลังของเดือน
