เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ธปท.เข้มเงินไหลเข้า เงินต่างประเทศไหลเข้าเกิน 2 แสนดอลลาร์ ต้องโชว์ที่มา
Finance ธปท.เข้มเงินไหลเข้า เงินต่างประเทศไหลเข้าเกิน 2 แสนดอลลาร์ ต้องโชว์ที่มา
กกพ.รื้อสัญญาซื้อไฟเก่า สกัดต่ออายุอัตโนมัติ ลุยเคาะค่าไฟให้สะท้อนต้นทุนจริง
Economic กกพ.รื้อสัญญาซื้อไฟเก่า สกัดต่ออายุอัตโนมัติ ลุยเคาะค่าไฟให้สะท้อนต้นทุนจริง
เปิด 7 จุดเช็กด่วนก่อนซ่อมบ้านหลังน้ำลด สมาคมรับสร้างบ้าน เตือนระวังไฟรั่ว-บ้านพังซ้ำ
Real Estate เปิด 7 จุดเช็กด่วนก่อนซ่อมบ้านหลังน้ำลด สมาคมรับสร้างบ้าน เตือนระวังไฟรั่ว-บ้านพังซ้ำ
เปิดใจ ‘พญามังกรสวนสยาม’ ซมพิษท่วมหนัก-แบ่งมรดกทายาท
Business เปิดใจ ‘พญามังกรสวนสยาม’ ซมพิษท่วมหนัก-แบ่งมรดกทายาท
เปิดโผ 17 หุ้นกองหน้า รับไทยเจ้าภาพ IMF-World Bank ดึงเม็ดเงินลงทุนโลก
Finance เปิดโผ 17 หุ้นกองหน้า รับไทยเจ้าภาพ IMF-World Bank ดึงเม็ดเงินลงทุนโลก
ก.ล.ต.ไฟเขียวตั้ง Crypto ETF ในไทย เริ่ม 16 ต.ค.นี้ ลงทุน Bitcoin-Ethereum ห้ามใช้มาร์จิ้น
Finance ก.ล.ต.ไฟเขียวตั้ง Crypto ETF ในไทย เริ่ม 16 ต.ค.นี้ ลงทุน Bitcoin-Ethereum ห้ามใช้มาร์จิ้น
SET เปิดลบ 0.94 จุด น้ำมันแพง-บอนด์ยีลด์พุ่งกดดัน ชู 3 กลุ่มหุ้นแกร่งสวนตลาด
Finance SET เปิดลบ 0.94 จุด น้ำมันแพง-บอนด์ยีลด์พุ่งกดดัน ชู 3 กลุ่มหุ้นแกร่งสวนตลาด
ราคาทองวันนี้ (8 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,650 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (8 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,650 บาท
กทพ.ปรับลดวงเงินการเติมเงิน Easy Pass ขั้นต่ำเริ่มต้น 100 บาท ผ่าน App EXAT Portal ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
Economic กทพ.ปรับลดวงเงินการเติมเงิน Easy Pass ขั้นต่ำเริ่มต้น 100 บาท ผ่าน App EXAT Portal ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
คว้าโอกาสประชุมการเงินโลก
World คว้าโอกาสประชุมการเงินโลก
ดูทั้งหมด

กฟผ.ชูโมเดลออสเตรเลีย ผุดไฟฟ้าไฮโดรเจนถ่านหิน-ก๊าซ

06 ส.ค. 2566 | 15:05น.
ไฟฟ้าไฮโดรเจน

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ตั้งเป้าหมายเพื่อมุ่งสู่ “EGAT Carbon Neutrality” ภายในปี 2050 เพื่อให้สอดรับกับเป้าหมายประเทศไทยที่กำหนดแผนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ภายในปี 2065 โดยจะเริ่มเข้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2050

เดินหน้ากลยุทธ์ Triple S

กฟผ.ได้วางกลยุทธ์ Triple S เพื่อกำหนดทิศทางการทำงาน ให้บรรลุตามหลักการสร้างสมดุลระหว่างต้นทุนในการผลิตไฟฟ้า ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และความมั่นคงระบบไฟฟ้าของประเทศ

S-Sources Transformation เป็นการจัดการตั้งแต่ต้นกำเนิด โดยกำหนดสัดส่วนไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องและมีเสถียรภาพ โดยโครงการหลัก ได้แก่ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำร่วมกับเขื่อนพลังน้ำและระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ มีกำลังผลิตไฟฟ้ารวม 5,325 เมกะวัตต์ ในปี 2036

และยังได้ลงทุนพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าให้มีความทันสมัย (Grid Modernization) รวมถึงการใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจนในการผลิตพลังงานไฟฟ้าในปี 2044 โดยตั้งเป้า ที่ 66,000 ล้านหน่วย ภายในปี 2050

S-Sink Co-creation เป็นการดูดซับเก็บกักคาร์บอนอย่างมีส่วนร่วม โดยโครงการปลูกป่า 1 ล้านไร่ ทั้งยังวางแนวทางการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการดักจับ การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture Utilization and Storage : CCUS) ในปี 2045 เพื่อกักเก็บคาร์บอนปริมาณ 3.5-7 ล้านตัน

และสุดท้าย S-Support Measures Mechanism เป็นกลไกการสนับสนุนโครงการชดเชยและหลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็นรูปธรรม ที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 1994 อาทิ โครงการฉลากเบอร์ 5 การให้คำปรึกษาด้านพลังงาน การส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า การเสริมสร้างทัศนคติภายใต้โครงการห้องเรียนสีเขียวกว่า 400 โรงเรียนทั่วประเทศเป็นต้น

วาง 3 มาตรการ

สำหรับมาตรการหลักในด้านแหล่งทรัพยากร (sources) คือ การเพิ่มสัดส่วนพลังงานทดแทน โดยเฉพาะ Hydro-Floating Solar Hybrid จะบรรลุเป้าหมาย 5,325 เมกะวัตต์ ในปี 2037 และเทคโนโลยีไฮโดรเจนที่จะเข้ามาในช่วงปลายแผน

ส่วนมาตรการ sink คือ การปลูกป่าล้านไร่ ภายในปี 2031 ร่วมด้วยเทคโนโลยี CCUS ตั้งแต่ปี 2045 และมาตรการสนับสนุน support จากโครงการด้าน Energy Efficiency และ BCG Economy ที่จะช่วยหลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ประมาณ 8 ล้านตัน ในปี 2050

ศึกษาโมเดลออสเตรเลีย

ล่าสุด นายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) นำคณะเยี่ยมชมเทคโนโลยีด้านไฮโดรเจนที่ประเทศออสเตรเลีย ที่แหล่งผลิตเชื้อเพลิงไฮโดรเจน Latrobe Valley Hydrogen Facility โครงการระบบกักเก็บพลังงานจากแบตเตอรี่ Victorian Big Battery และนวัตกรรมพลังงานจากองค์การวิจัยวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรมแห่งเครือจักรภพ (CSIRO) เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

“ออสเตรเลีย ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่มีเทคโนโลยีไฮโดรเจน ระบบกักเก็บพลังงานที่ใหญ่สุดในออสเตรเลีย เนื่องจากความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง จึงมีการผลิตไฟฟ้าจากลม ก๊าซธรรมชาติ น้ำมัน โซลาร์ และโดยเฉพาะจากไฮโดรเจน”

ขณะที่ประเทศไทยมีการใช้ไฮโดรเจนในอุตสาหกรรม เช่น เหล็ก แอมโมเนีย แต่ยังไม่มีการใช้ในการผลิตไฟฟ้า เนื่องจากราคาสูงและยาก แต่เป้าหมายของไทยในการลดการปล่อยก๊าซ จึงเป็นสิ่งที่ กฟผ.ศึกษาและหาเทคโนโลยีเข้ามาใช้ ซึ่งเราทำความเข้าใจและเรียนรู้มาเป็นระยะเวลา 3 ปี โดยศึกษาจากประเทศออสเตรเลียซึ่งมีศักยภาพ มีพื้นที่ ลม เยอะในการผลิตไฟฟ้า และยังมีความร่วมมือกับประเทศญี่ปุ่นด้วย

“หากไม่มีเป้าหมายในการลดคาร์บอน ไทยยังสามารถผลิตไฟฟ้าจากก๊าซ ถ่านหิน ซึ่งดำเนินมากว่า 30-40 ปี และสามารถผลิตไฟฟ้าได้ปกติ แต่เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงจึงจำเป็นจะต้องยกระดับเพื่อสนับสนุนและให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและความต้องการพลังงานสะอาดที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอนาคต”

ตาราง ไฟฟ้าไฮโดรเจนถ่านหิน-ก๊าซ

 

นำร่องไฮโดรเจนจากถ่านหิน

นายประเสริฐศักดิ์ เชิงชวโน รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ กฟผ. กล่าวว่า Latrobe Valley Hydrogen Facility เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Hydrogen Energy Supply Chain (HESC) ที่นำร่องผลิตไฮโดรเจนจากถ่านหินและสารชีวมวล ด้วยกระบวนการแปรสภาพเป็นก๊าซ (gasification) และการกลั่นให้ก๊าซไฮโดรเจนบริสุทธิ์ (refining) พร้อมกับขนส่งทางเรือไปยังประเทศญี่ปุ่น

โดยมีการซื้อขายคาร์บอนเครดิตเพื่อชดเชยการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ ควบคู่กับกระบวนการดักจับคาร์บอนด้วยเทคโนโลยี CCS (Carbon Capture and Storage) สอดคล้องกับ กฟผ.

โครงการ กฟผ. ลำตะคอง สามารถผลิตไฮโดรเจนสีเขียวสำเร็จและใช้งานได้จริงตั้งแต่ปี 2559 โดยได้กักเก็บพลังงานไฟฟ้าจากกังหันลมในรูปของก๊าซไฮโดรเจน (wind hydrogen fybrid system) จับคู่กับเซลล์เชื้อเพลิง (fuel cell) กำลังผลิต 300 กิโลวัตต์ เปลี่ยนไฮโดรเจนเป็นพลังงานไฟฟ้าจ่ายให้กับศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. ลำตะคอง

ซึ่งมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตไฮโดรเจนสีเขียวจากโครงการโรงไฟฟ้ากังหันลมผลิตไฟฟ้าลำตะคอง ระยะที่ 2 อยู่ระหว่างศึกษาแนวทางการใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจนผสมกับก๊าซธรรมชาติ ทดแทนการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นหลัก คาดนำร่องใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจนผสมกับก๊าซธรรมชาติสัดส่วน 5% ในโรงไฟฟ้าที่เดินเครื่องระหว่างปี 2574-2583 และมีแผนศึกษาการนำถ่านหินมาผลิตไฮโดรเจน (brown hydrogen)

พร้อมพัฒนาเทคโนโลยี CCUS ในพื้นที่ กฟผ. คือ โรงไฟฟ้าน้ำพอง จ.ขอนแก่น และโรงไฟฟ้าแม่เมาะ จ. ลำปาง

วางแผนใช้แบบขั้นบันได

นายนรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ช่วยผู้ว่าการบริหารเชื้อเพลิง กฟผ. กล่าวถึงการประยุกต์ใช้ไฮโดรเจนในภารกิจผลิตไฟฟ้าว่า กฟผ. นอกจากที่ กฟผ.ลำตะคองแล้ว ยังมีแผนต่อยอดพัฒนาไปยังพื้นที่โครงการพลังงานทดแทนจากพลังงานลมและแสงอาทิตย์แห่งอื่น ๆ ของ กฟผ. ซึ่งมีอยู่ทั่วประเทศอีกยังได้แสวงหาความร่วมมือในการศึกษา พัฒนาและลงทุนเทคโนโลยีผลิตไฮโดรเจน เพื่อเป็นเชื้อเพลิงทางเลือกใหม่

โดยจะใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจนผสมกับก๊าซธรรมชาติ ทดแทนการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงฟอสซิลที่เป็นเชื้อเพลิงหลักในปัจจุบัน ลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากภาคการผลิตไฟฟ้า โดยคาดว่าจะสามารถนำมาใช้ในโรงไฟฟ้าที่เดินเครื่องระหว่างปี 2574-2583 ในสัดส่วน 5%

และจะเพิ่มขึ้นตามขั้นบันไดเป็น 10% ในโรงไฟฟ้าที่เดินเครื่องระหว่างปี 2584-2593 รวมทั้ง 15% ในโรงไฟฟ้าที่เดินเครื่องระหว่างปี 2594-2603 และสูงสุด 20% ในโรงไฟฟ้าที่เดินเครื่องระหว่างปี 2604-2613

ทั้งนี้ หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนการใช้งานไฮโดรเจนในภาคพลังงานไทยต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน โดยเฉพาะความชัดเจนของกรอบนโยบายส่งเสริมไฮโดรเจนที่จะช่วยให้เกิดการพัฒนาและลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตไฮโดรเจนให้มีราคาเข้าถึงได้ ตลอดจนการวางมาตรฐานควบคุมการใช้งาน ไปจนถึงการขนส่งและการกักเก็บเชื้อเพลิง ซึ่งต้องได้รับการสนับสนุนอย่างเร่งด่วนจากภาครัฐ เนื่องจากเป็นเรื่องใหม่ของประเทศ