ราคาน้ำมันดิบ (17 ส.ค. 66) ปรับลด จากความกังวลด้านเศรษฐกิจจีน
ราคาน้ำมันดิบปรับลดลงเกือบ 2% จากความกังวลด้านเศรษฐกิจจีน แม้สต๊อกน้ำมันลดลงมากกว่าที่คาดการณ์
วันที่ 17 สิงหาคม 2566 หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบ ดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับตัวลดลง ท่ามกลางความกังวลด้านอุปสงค์น้ำมันในจีน หลังตัวเลขเศรษฐกิจของจีนอ่อนแอกว่าที่คาด รวมถึงการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารจีนเมื่อวานนี้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มเศรษฐกิจของจีนที่อาจถดถอย
โดยราคาน้ำมันเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 16 ส.ค. 2566 อยู่ที่ 79.38 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -1.61 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันเบรนต์อยู่ที่ 83.45 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -1.44 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันยังได้รับแรงกดดันหลังมีการเปิดเผยข้อมูลรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เมื่อวันที่ 25-26 ก.ค. 66 ที่ผ่านมา ว่าคณะกรรมการเฟดมีความเห็นไม่ตรงกันเกี่ยวกับความจำเป็นในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งล่าสุด แสดงถึงความไม่แน่นอนของทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด
ทั้งนี้ จากรายงานประชุมของคณะกรรมการเฟด ยังคงให้ความสำคัญกับการต่อสู้กับเงินเฟ้อเป็นลำดับต้น ๆ โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าเฟดอาจจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 5.25-5.50% ในการประชุมเดือน ก.ย. แต่อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน พ.ย.
สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐ (EIA) เปิดเผยตัวเลขน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 11 ส.ค. 66 ปรับตัวลดลงกว่า 5.9 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 439.7 ล้านบาร์เรล โดยปรับลดลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 2.3 ล้านบาร์เรล
ราคาน้ำมันเบนซิน
ราคาน้ำมันเบนซินปรับตัวลดลงตามราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังตัวเลขการนำเข้าน้ำมันเบนซินของออสเตรเลียลดลง 28.6% MOM และ 15.2% YOY มาอยู่ที่ระดับ 5.0 ล้านลิตร ในเดือน มิ.ย. 66 สะท้อนอุปสงค์ภายในประเทศที่ลดลงจากการเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว
ราคาน้ำมันดีเซล
ราคาน้ำมันดีเซลปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังอุปทานในภูมิภาคมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น จากการสิ้นสุดช่วงปิดซ่อมบำรุง ขณะที่อุปสงค์ยังคงมีแนวโน้มทรงตัว อย่างไรก็ตาม ราคาได้รับแรงหนุนจากการที่เกาหลีใต้มีแนวโน้มลดการส่งออกน้ำมันต่อเนื่อง ภายหลังรัฐบาลประกาศขยายเวลามาตรการลดภาษีน้ำมันต่อไปจนถึงเดือน ต.ค. 66 (จากเดิม ส.ค. 66)
