เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ค่าเงินบาทวันนี้ (15 ต.ค. 69) เปิดตลาด 33.61 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (15 ต.ค. 69) เปิดตลาด 33.61 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
จุลพันธ์ ลั่น การล้มเลือกตั้ง บอร์ด สปส. ไม่อยู่ในแนวคิด ยันนักการเมืองร่วมชวนเลือกตั้งไม่ผิด
Politics จุลพันธ์ ลั่น การล้มเลือกตั้ง บอร์ด สปส. ไม่อยู่ในแนวคิด ยันนักการเมืองร่วมชวนเลือกตั้งไม่ผิด
ส.อ.ท. ขอสินเชื่อหมื่นล้าน เร่งฟื้น SMEs โดนน้ำท่วม
Economic ส.อ.ท. ขอสินเชื่อหมื่นล้าน เร่งฟื้น SMEs โดนน้ำท่วม
ศึกร้านอาหาร 5.7 แสนล้านเดือด  ‘โอ้กะจู๋-คามุ-มากุโระ’ รุกย่อไซซ์-หั่นราคา
Business ศึกร้านอาหาร 5.7 แสนล้านเดือด  ‘โอ้กะจู๋-คามุ-มากุโระ’ รุกย่อไซซ์-หั่นราคา
Time for Thailand…คว้าโอกาสได้มั้ย
Finance Time for Thailand…คว้าโอกาสได้มั้ย
หุ้นท่องเที่ยว-โรงแรมตีปีกรับอานิสงส์ประชุม ‘IMF-WB’
Finance หุ้นท่องเที่ยว-โรงแรมตีปีกรับอานิสงส์ประชุม ‘IMF-WB’
พยากรณ์อากาศ (15 ต.ค.) ภาคเหนือ ตะวันตกของภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้ และ กทม. ยังมีฝน 40-60% 
Economic พยากรณ์อากาศ (15 ต.ค.) ภาคเหนือ ตะวันตกของภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้ และ กทม. ยังมีฝน 40-60% 
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (15 ต.ค.) ปรับลง 2.37% อยู่ที่ 81,473 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (15 ต.ค.) ปรับลง 2.37% อยู่ที่ 81,473 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (15 ต.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (15 ต.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
นายกฯ เปิดทำเนียบ รับผู้ร่วมประชุม IMF – World Bank 2026 ชู soft power ไทย
Politics นายกฯ เปิดทำเนียบ รับผู้ร่วมประชุม IMF – World Bank 2026 ชู soft power ไทย
ดูทั้งหมด

ธนาคารกรุงเทพ วางยุทธศาสตร์สาขาฮ่องกง สู่เกตเวย์ “จีน-อาเซียน”

20 ส.ค. 2566 | 13:31น.
ธนาคารกรุงเทพ ฮ่องกง

ธนาคารกรุงเทพ วางยุทธศาสตร์ “เกตเวย์ จีน-อาเซียน” ดันสาขาฮ่องกงเป็นหัวหอก เปิดประตูการค้าเอเชียตะวันออก ปูทางสู่โอกาสลงทุนเขตเศรษฐกิจ GBA มั่นใจจุดแข็งประสบการณ์เกือบ 70 ปีในฮ่องกง แถมเครือข่ายสาขาครอบคลุมภูมิภาคอย่างแข็งแกร่ง ขานรับโอกาสจังหวะเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว ขณะเดียวกันพร้อมเปิดต้อนรับเงินทุนจีนไหลเข้าไทย ชี้กลุ่มยานยนต์ EV-ทุนใหญ่ กำลังคึกคัก ชูธง “ธนาคารชั้นนำระดับภูมิภาค” พร้อมพาลูกค้าลุยตลาดอาเซียน เป็น “เพื่อนคู่คิด” เติบโตไปด้วยกันอย่างมั่นคง

วันที่ 19 สิงหาคม 2566 นายสุทธิชัย จิวัฒน์ธนากุล Senior Vice President และผู้จัดการทั่วไป สาขาฮ่องกง ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารได้กำหนดยุทธศาสตร์การเติบโตสำหรับสาขาฮ่องกงให้เป็นเกตเวย์ที่ช่วยเชื่อมต่อภาคธุรกิจและการลงทุนจากต่างประเทศที่ต้องการเข้าสู่ประเทศจีน โดยใช้ฮ่องกงเป็นศูนย์กลาง

ควบคู่กับกลุ่มธุรกิจจากจีนที่ต้องการเปิดตลาดการลงทุนเข้าสู่ประเทศไทยและรวมถึงการเชื่อมต่อไปสู่ประเทศอื่น ๆ ในอาเซียน เพื่อตอบรับกับจังหวะของเศรษฐกิจโลกที่กำลังฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องหลังข้ามผ่านวิกฤตการแพร่ระบาดของโควิด-19

โดยเชื่อมั่นว่าผู้ประกอบการและนักลงทุนยังคงให้ความสำคัญกับการค้าระหว่างประเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของกำลังการผลิตและโอกาสเข้าถึงตลาดใหม่ ๆ ที่มีศักยภาพซึ่งจะช่วยสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจให้แข็งแรงยิ่งขึ้นในระยะยาว

ทั้งนี้ เศรษฐกิจของฮ่องกงได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงมาตั้งแต่ปี 2562 ที่เกิดปัญหาการประท้วงรัฐบาลและการแพร่ระบาดของโควิด-19 ธุรกิจที่เป็นตัวขับเคลื่อนหลักอย่างภาคบริการ การท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง แต่เมื่อสถานการณ์ต่าง ๆ คลายตัวลง ล่าสุดสัญญาณการเติบโตเริ่มปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง เศรษฐกิจในปี 2565 เติบโต 2.3% และคาดว่าปีนี้จะขยายตัวได้ 4-5% อัตราเงินเฟ้อปร ะมาณ 2%

นายสุทธิชัยกล่าวอีกว่า ฮ่องกงถือเป็นประตูที่สำคัญของธุรกิจที่ต้องการเข้าสู่การลงทุนในประเทศจีนและเขตเศรษฐกิจพิเศษต่าง ๆ โดยเฉพาะในปัจจุบันที่รัฐบาลจีนได้ประกาศพื้นที่เศรษฐกิจอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า หรือ GBA (Greater Bay Area) ที่ครอบคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่ถึง 11 เมืองสำคัญ จึงเป็นโอกาสที่น่าสนใจมากสำหรับการค้าและการลงทุน

ที่สำคัญฮ่องกงยังถูกวางยุทธศาสตร์ให้เป็นเมืองศูนย์กลางด้านการเงินเนื่องจากมีโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินหลายด้านที่เอื้อต่อการทำธุรกิจ เช่น ระบบการทำธุรกรรมการเงิน สำนักงานกฎหมาย สำนักงานบัญชี ทั้งยังเป็นตลาดการค้าเงินสกุลหยวนนอกประเทศ (Offshore RMB) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ดังนั้น นักลงทุนจึงมักเลือกใช้ฮ่องกงเป็นศูนย์กลางด้านธุรกิจและการเงินที่ใช้เชื่อมต่อกับบริษัทย่อยหรือโรงงานที่ทำหน้าที่ด้านการผลิตที่ตั้งอยู่ในประเทศจีน และเป็นโอกาสที่สำคัญของธนาคารกรุงเทพ สาขาฮ่องกง เช่นกัน

“ลูกค้าส่วนใหญ่ของธนาคารกรุงเทพ สาขาฮ่องกง คือกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่และบรรษัทข้ามชาติ ที่ต้องการเข้ามาลงทุนในจีน โดยใช้ฮ่องกงเป็นศูนย์กลาง ซึ่งมีทั้งธุรกิจจากประเทศไทย เช่น กลุ่ม ซี.พี. และบ้านปู รวมถึงธุรกิจจากต่างประเทศอย่างสิงคโปร์ มาเลเซีย และไต้หวัน

รวมถึงธุรกิจในฮ่องกงเองที่เคยเริ่มต้นจากบริษัทเล็ก ๆ และเติบโตมาด้วยกัน สนับสนุนกันมายาวนานจนวันนี้หลายบริษัทกลายเป็นธุรกิจระดับนานาชาติแล้วก็ยังใช้บริการกันอยู่

เพราะเราเข้ามาเปิดธุรกิจในฮ่องกงตั้งแต่ปี 2497 หรือเป็นเวลาเกือบ 70 ปีแล้ว จึงมีประสบการณ์และความเข้าใจตลาดนี้เป็นอย่างดี ทั้งยังเป็นธนาคารไทยเพียงแห่งเดียวที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจด้านการธนาคารอย่างเต็มรูปแบบ หรือ Full License ในฮ่องกง

และยังประสานงานกันอย่างใกล้ชิดกับธนาคารกรุงเทพ (ประเทศจีน) ซึ่งมีเครือข่าย 5 สาขาในเมืองสำคัญของจีนแผ่นดินใหญ่ ดังนั้น เราจึงมีศักยภาพและความพร้อมให้บริการลูกค้าธุรกิจที่ต้องการเข้าสู่ตลาดจีนได้อย่างครบวงจร”

นอกจากการเป็นเกตเวย์สู่การลงทุนในประเทศจีนแล้ว ธนาคารกรุงเทพ สาขาฮ่องกง ยังมีความพร้อมสำหรับธุรกิจจากจีนที่ต้องการเข้ามาลงทุนประเทศไทย รวมถึงกลุ่มประเทศต่าง ๆ ในอาเซียนเช่นกัน

โดยนายสิทธิชัยกล่าวว่า ขณะนี้ 2 กลุ่มธุรกิจที่เห็นได้ชัดเจนถึงการกระจายกำลังการผลิตเข้าสู่ประเทศไทย คือ กลุ่มธุรกิจผู้ผลิตยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า หรือ EV (Electronic Vehicle) ซึ่งเติบโตขึ้นประมาณ 20-30% จากปีก่อนหน้า และกลุ่มธุรกิจที่มีเงินทุนขนาดใหญ่ที่เป็นบริษัทในลักษณะ Holding Company มีการลงทุนในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น China Resources และ China Merchants เป็นต้น

นายสิทธิชัยกล่าวเพิ่มเติมว่า ตลาดประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในเป้าหมายการลงทุนที่สำคัญของนักลงทุนจากจีน แม้จะเห็นการลงทุนที่เติบโตขึ้นมากในเวียดนาม แต่จะยังคงเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมในภาคการผลิตที่ต้องใช้แรงงานสูง เช่น สิ่งทอ

แต่ประเทศไทยน่าจะเป็นเป้าหมายสำหรับอุตสาหกรรมในกลุ่มที่ต้องใช้เทคโนโลยี มีความทันสมัย และสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ภาครัฐพยายามส่งเสริม ขณะที่สถานการณ์ด้านการเมืองซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการจัดตั้งรัฐบาลใหม่นั้น เชื่อว่าภาคเอกชนสามารถปรับตัวได้ เพราะเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นมาตลอด

แต่สิ่งสำคัญคือ ขอให้มีนโยบายด้านเศรษฐกิจที่ชัดเจนและต่อเนื่อง เช่น นโยบาย Thailand 4.0 และโครงการเขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) เพื่อให้นักลงทุนเห็นภาพที่ชัดเจนและตัดสินใจสำหรับอนาคตต่อไปได้

“ด้วยนโยบาย Belt and Road Initiative ของทางการจีนที่ต้องการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเชื่อมโยงตลาดการค้าระหว่างจีนและประเทศต่าง ๆ ขณะเดียวกันปัญหาความขัดแย้งระหว่างจีนและสหรัฐ จึงเป็นข้อจำกัดด้านการไปลงทุนในฝั่งตะวันตก บวกกับความน่าสนใจของตลาดอาเซียนที่เป็นทั้งตลาดแรงงานและตลาดการค้าที่มีฐานผู้บริโภคขนาดใหญ่

จึงเชื่อมั่นว่าปริมาณเงินลงทุนจากจีนจะยังคงไหลเข้าสู่อาเซียนเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งธนาคารกรุงเทพในฐานะ ‘ธนาคารชั้นนำระดับภูมิภาค’ มีศักยภาพสูงมากที่จะคว้าโอกาสจากทิศทางดังกล่าว ด้วยเครือข่ายธุรกิจและสาขาที่ครอบคลุม 9 จาก 10 ประเทศอาเซียน

โดยเฉพาะฐานธุรกิจที่แข็งแกร่งในประเทศไทยซึ่งตลาดหลัก มีธนาคารเพอร์มาตาที่เป็นบริษัทลูกของธนาคารกรุงเทพสำหรับรุกตลาดอินโดนีเซีย เช่นเดียวกับตลาดสำคัญอย่างสิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนามที่มีเครือข่ายสาขาและประสานงานกันใกล้ชิดตลอด ก็พร้อมบริการลูกค้าด้วยความเข้าใจ เพื่อเป็น ‘เพื่อนคู่คิด’ และเติบโตอย่างมั่นคงไปพร้อมกับลูกค้า เช่นเดียวกับที่สาขาฮ่องกงได้ดำเนินธุรกิจในแนวทางนี้ตลอดมา” นายสิทธิชัยกล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ธนาคารกรุงเทพ (BBL) ฮ่องกง