เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เปิดทำเลอสังหาฯ “ขายดีขายอืด” คอนโดสุขุมวิทฟื้นแรงจีนกลับมา
Real Estate เปิดทำเลอสังหาฯ “ขายดีขายอืด” คอนโดสุขุมวิทฟื้นแรงจีนกลับมา
กทม.เตรียมประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัย 50 เขต ‘ชัชชาติ’ สั่งเปิดศูนย์พักพิง–เร่งระบายน้ำ
Politics กทม.เตรียมประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัย 50 เขต ‘ชัชชาติ’ สั่งเปิดศูนย์พักพิง–เร่งระบายน้ำ
“เนเน่” Rockstar สร้างประวัติศาสตร์ ภูเก็ต-ประเทศไทย
Biz Movement “เนเน่” Rockstar สร้างประวัติศาสตร์ ภูเก็ต-ประเทศไทย
เบนซ์หนุนรัฐบาลปรับภาษีอีวี ชี้ต้องเป็นธรรม-ช่วยพัฒนาอุตสาหกรรม
Automotive เบนซ์หนุนรัฐบาลปรับภาษีอีวี ชี้ต้องเป็นธรรม-ช่วยพัฒนาอุตสาหกรรม
รับมือวิกฤต “น้ำมันแพง” 2 ปี ถกคลังคํ้าเงินกู้แสนล้านโปะกองทุน
Economic รับมือวิกฤต “น้ำมันแพง” 2 ปี ถกคลังคํ้าเงินกู้แสนล้านโปะกองทุน
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (26 ก.ย.) ปรับลง 0.19% อยู่ที่ 84,077 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (26 ก.ย.) ปรับลง 0.19% อยู่ที่ 84,077 เหรียญสหรัฐ
อนุทินโรดโชว์ตลาดหุ้น “นิวยอร์ก” ดึงบิ๊กธุรกิจสหรัฐลงทุนไทย
Finance อนุทินโรดโชว์ตลาดหุ้น “นิวยอร์ก” ดึงบิ๊กธุรกิจสหรัฐลงทุนไทย
ราคาน้ำมันวันนี้ (26 ก.ย.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (26 ก.ย.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
พยากรณ์อากาศ (26 ก.ย.) เกือบทุกภาคฝนตกหนัก 70-80% กทม.ฝนฟ้าคะนองเกือบทั่ว
Uncategorized พยากรณ์อากาศ (26 ก.ย.) เกือบทุกภาคฝนตกหนัก 70-80% กทม.ฝนฟ้าคะนองเกือบทั่ว
“ทรัมป์-สี จิ้นผิง” ปิดฉากซัมมิต AI สหรัฐดึงอียูร่วมสู้ขาดดุลจีน
World “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” ปิดฉากซัมมิต AI สหรัฐดึงอียูร่วมสู้ขาดดุลจีน
ดูทั้งหมด

รุจ ธรรมมงคล ขับเคลื่อน “กงสุล” สู่ e-Consular

07 ก.ย. 2566 | 15:19น.
รุจ ธรรมมงคล
คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ

กว่า 20 ปีที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ก่อตั้งและพัฒนารูปแบบการให้บริการให้มีความก้าวหน้าสอดรับกับบริบทใหม่ของโลก โดยคนไทยที่ประสงค์จะเดินทางไปต่างประเทศ ไม่ว่าจะไปท่องเที่ยวหรือวัตถุประสงค์อื่น หรือคนไทยที่อาศัยอยู่ต่างประเทศทุกคนต้องคุ้นเคยกับงานบริการของ “กรมการกงสุล” ทั้งสิ้น

“ประชาชาติธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์พิเศษ “รุจ ธรรมมงคล” อธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ถึงการบริหารจัดการ การออกแบบงานกงสุล และการพัฒนาเครื่องมือเพื่อให้ตอบสนองความต้องการและดูแลคนไทยในทุกมิติ และเกิดประโยชน์สูงสุดในการดูแลคนไทยในต่างประเทศ ไว้ดังนี้

มุ่งสู่ “e-Consular”

“รุจ” บอกว่า เป้าหมายในการทำงานของกรมการกงสุล คือ การนำดิจิทัลเทคโนโลยีมาพัฒนา และยกระดับการให้บริการในทุกยูนิตให้เป็นระบบออนไลน์ หรือ “e-Consular” ทั้งหมด พร้อมทั้งบริหารจัดการและออกแบบงานกงสุลให้ตอบสนองความต้องการของคนไทยในทุกมิติ และเกิดประโยชน์สูงสุดในการดูแลคนไทยในต่างประเทศ

โดยให้ข้อมูลว่า กรมการกงสุล มีหน้าที่หลักใน 4 ส่วนหลัก ได้แก่ กองหนังสือเดินทาง กองตรวจลงตราและเอกสารเดินทางสำหรับคนต่างด้าว กองสัญชาติและนิติกรณ์ และกองคุ้มครองคนไทยในต่างประเทศ ปัจจุบันทุกกองงานของกรมการกงสุลได้นำเอาดิจิทัลเทคโนโลยีมาปรับใช้และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้บริการเป็นหลัก

ยกระดับพาสปอร์ต

“รุจ” ให้ข้อมูลว่า ในส่วนของกองหนังสือเดินทาง กรมการกงสุล ได้นำเอาเรื่องของดิจิทัลเทคโนโลยีเข้ามาปรับปรุงและพัฒนาระบบหนังสือเดินทางอย่างต่อเนื่อง จากระบบที่เป็นพาสปอร์ตธรรมดา ใช้ฟิล์มปิดหน้ารูป มีนายหน้าให้บริการต่อคิวยาวเหยีด จนถึงเฟส 2 มีระบบจองคิวออนไลน์ เริ่มมีชิปอยู่ใต้หนังสือเดินทาง ภาพถ่ายมีความคมชัดมากขึ้น รอรับเล่มได้ประมาณ 7 วัน

ปัจจุบันถือเป็นเฟส 3 ซึ่งได้เริ่มปรับมาตั้งแต่ปี 2564 คือให้บริการที่เป็น e-Passport ผู้ประสงค์ทำพาสปอร์ตใช้หลักฐานแค่บัตรประชาชนใบเดียว เมื่อเสียบบัตรประชาชนเข้าไป ข้อมูลทั้งหมดของกระทรวงมหาดไทยจะรายงานทันที รูปถ่ายจะมีความชัดเจนยิ่งขึ้น รูปเล่มใช้กระดาษนำเข้า ทนกับการฉีกขาด ตรงรูปภาพจะเป็นโฮโลแกรมหลายจุด

และมีชิปบันทึกข้อมูลของผู้มายื่นหนังสือเดินทางอยู่ด้านล่าง และทุกหน้าจะมีสัญลักษณ์ของสถานที่สำคัญของไทย และผลิตเล่มออกมาได้ภายใน 3-4 วัน

เรียกว่าในเฟส 3 นี้สามารถแก้ปัญหาหนังสือเดินทางปลอมได้ 100% รอรับเล่มได้ภายใน 3-4 วัน

นอกจากนี้ ยังได้แนะนำเครื่องคีออสก์เพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถทำพาสปอร์ตด้วยตัวเอง ตั้งแต่กระบวนการเสียบบัตรประชาชนยืนยันตัวตน ถ่ายรูปเอง เลือกรูปได้ตามใจชอบ ยืนยันเรื่องการจัดส่ง และสุดท้ายคือจ่ายเงินด้วยกระเป๋าเงินดิจิทัล หรือ e-Wallet ของธนาคารกรุงไทย หนังสือเดินทางจะส่งไปให้ที่บ้านภายใน 4 วันเช่นกัน

กราฟฟิก DC e-Service

จ่อใช้ “ดิจิทัลพาสปอร์ต”

และในอนาคต กองหนังสือเดินทาง มีแผนพัฒนาเข้าสู่เฟส 4 คือ พัฒนาสู่การเป็น “ดิจิทัลพาสปอร์ต” คาดว่าน่าจะเริ่มดำเนินการได้ในอีก 3 ปีข้างหน้า หรือประมาณปี 2569 ซึ่งปัจจุบันยังไม่ชัดเจนว่ารูปแบบของดิจิทัลพาสปอร์ตจะเป็นแอปพลิเคชั่นบนมือถือ หรือจะเป็นเหมือนบัตรประชาชน (ID) ไม่มีเล่ม ข้อมูลทุกอย่างจะเชื่อมโยงกันผ่านระบบคอมพิวเตอร์ที่สามารถแชร์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้

“รุจ” บอกว่า สำหรับหลักเกณฑ์ของ “ดิจิทัลพาสปอร์ต” นั้น องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือ ICAO : International Civil Aviation Organization จะเป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และรูปแบบ ซึ่งปัจจุบันมีบางประเทศได้ทดลองใช้แล้ว เช่น โครเอเชีย ฟินแลนด์

โดยผู้เดินทางด้วยดิจิทัลพาสปอร์ต จะต้องพิมพ์ข้อมูลการเดินทาง อาทิ เที่ยวบิน โรงแรมที่พัก ฯลฯ ในเว็บไซต์ของประเทศที่จะเดินทางไป จากนั้นระบบจะโยงเข้ากับสายการบิน ประเทศปลายทางก็จะส่งเมล์กลับมา เรียกว่า cross border ข้อมูลการเดินทางระหว่างต้นทางและปลายทาง เมื่อเดินทางเขาจะมีข้อมูลอยู่ในแอปพลิเคชั่นมือถือ สามารถใช้สแกนผ่านเข้าประเทศได้เลยโดยไม่ต้องพกเล่มพาสปอร์ต

และบอกด้วยว่า ตอนนี้ดิจิทัลพาสปอร์ตยังไม่แพร่หลาย แต่คาดว่าในอีก 3 ปี คนไทยก็น่าจะได้ใช้เช่นกัน ซึ่งประเทศที่พัฒนาแล้วก็น่าจะใช้กันแพร่หลายขึ้น อย่างไรก็ตาม สำหรับคนไทยนั้นเชื่อว่าในระยะเริ่มต้นจะยังคงใช้ดิจิทัลพาสปอร์ตควบคู่ไปกับพาสปอร์ตที่เป็นเล่มอยู่ เนื่องจากแต่ละประเทศยังมีพัฒนาการที่แตกต่างกัน

นอกจากนี้ ในการเลือกตั้งที่ผ่านมากรมการกงสุลยังได้พัฒนาระบบ OVMSติดตามการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ตั้งแต่กระบวนการประชาสัมพันธ์ จนถึงส่งบัตรเลือกตั้งกลับประเทศไทยแบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมงด้วย

e-Visa สะดวก-เก็บข้อมูล

อธิบดีกรมการกงสุลบอกอีกว่า สำหรับกองตรวจลงตราและเอกสารเดินทางสำหรับคนต่างด้าว หรือหน่วยงานที่ดูแลเรื่องการตรวจลงตราวีซ่า ปัจจุบันได้พัฒนาจากระบบที่เป็นสติ๊กเกอร์มาเป็นระบบ e-Visa โดยผู้ร้องชาวต่างชาติไม่ต้องเดินทางมาติดต่อที่สถานทูตหรือสถานกงสุลใหญ่

ระบบ e-Visa นอกจากตอบโจทย์เรื่องความสะดวกแล้ว ยังตอบโจทย์เรื่องการเก็บข้อมูลผู้ร้องในระบบออนไลน์ทั้งหมดว่าผู้ร้องเป็นใคร เดินทางมาเที่ยวบินไหน พักกี่วัน โรงแรมไหน ฯลฯ โดยในเฟส 1 ที่ผ่านมาใช้กับ 23 แห่งทั่วโลก (รวมจีน)

แต่ระบบดังกล่าวยังมีข้อจำกัดสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเป็น “กรุ๊ปใหญ่” โดยเฉพาะในตลาดจีน เนื่องจากในเฟสแรกยังไม่มีภาษาจีน ซึ่งทางกรมการกงสุลได้พัฒนาระบบ API/Linkage ออกมาเพื่อแก้ปัญหาเร่งด่วน ด้วยการเชื่อมโยงข้อมูลนักท่องเที่ยวกับกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ด้วย

เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจลงตรา (visa) ควบคู่กับการคัดกรอง และอำนวยความสะดวกการเดินทางของกลุ่ม “กรุ๊ปทัวร์จีน” ให้มีความรวดเร็วขึ้น และจะเริ่มใช้งานตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม 2566 นี้เป็นต้นไป

“ตอนนี้เรากำลังพัฒนาเฟส 2 ให้ใช้งานง่ายขึ้น รองรับการอัพโหลดเอกสารครั้งละมาก ๆ และให้บริการมากกว่า 8 ภาษา รองรับคำร้องได้ปีละประมาณ 15 ล้านคำร้อง คาดว่าจะเริ่มใช้ได้ในช่วงต้นปี 2567”

ThaiConsular คู่มือคนไทย

สำหรับงานกองสัญชาติและนิติกรณ์นั้น อธิบดีกรมการกงสุลบอกว่า เป็นหน่วยรับรองเอกสาร ซึ่งทำงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทยทำเอกสารทะเบียนราษฎร 2 ภาษา เช่น จดทะเบียนสมรส แจ้งเกิด แจ้งตาย ฯลฯ รวมถึงทำนิติกรรมต่าง ๆ เป็นระบบที่เรียกว่า e-Legalization

โดยงานในส่วนนี้ก็ให้บริการจองอันนี้เราก็ให้จองผ่านออนไลน์เช่นกัน และระบบรับรองเอกสารก็จะเป็นสติ๊กเกอร์บนโฮโลแกรมเพื่อป้องกันการปลอมแปลงเอกสาร และมี QR code สำหรับดูวัน เดือน ปี ของผู้ร้องและข้อมูลของผู้ร้อง

ส่วนกองคุ้มครองคนไทยในต่างประเทศนั้น กรมการกงสุลได้พัฒนาแอปพลิเคชั่น ThaiConsular ติดตั้งบนโทรศัพท์มือถือทุกระบบ เพื่ออำนวยความสะดวกให้คนไทยที่เดินทางไปต่างประเทศ หรือคนไทยที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศเข้าถึงข้อมูลในทุกเรื่อง เช่น บริการสายด่วนสถานทูตทั่วโลก อินเทอร์เน็ตคอล เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมี RRC Center : Rapid Response Center ให้การช่วยเหลือกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น ภัยพิบัติ สงครามกลางเมือง ฯลฯ รวมถึง e-Complaint หรือระบบร้องเรียนออนไลน์ และ e-Help สำหรับให้ความช่วยเหลือคนไทยที่ตกทุกข์ได้ยากในต่างประเทศ เป็นต้น

และย้ำว่า วันนี้ “กรมการกงสุล” ได้ก้าวเข้าสู่ e-Consular ทั้งหมดแล้ว พร้อมทั้งปรับองค์กรใหม่ เอาการบริหารจากภาคเอกชนเข้ามาปรับใช้ และใช้ดิจิทัลเทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุน มีระบบการทำงานที่ยืดหยุ่น รวดเร็ว และปรับเปลี่ยนให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าในทุกสถานการณ์และเกิดประโยชน์สูงสุด

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กรมการกงสุล อีพาสปอร์ต