เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ราคาน้ำมันปรับลด จากความกังวลต่อสงครามการค้าระหว่างสหรัฐ-จีนและส่งผลต่อเศรษฐกิจโลก

09 เม.ย. 2561 | 09:11น.

– ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง 2% หลังประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้โต้ตอบจีนให้มีมาตรการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนเพิ่มขึ้นอีกครั้ง โดยเทียบเท่ากับมูลค่าถึง 100,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งส่งผลให้นักลงทุนเกิดความกังวลต่อสงครามเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศยักษ์ใหญ่ และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกเป็นลำดับถัดมา

– Baker Hughes รายงานจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบสหรัฐฯ ประจำสัปดาห์ ณ วันที่ 6 เม.ย. 61 ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 4 สัปดาห์ โดยปรับเพิ่มขึ้น 11 แท่น มาอยู่ที่ระดับ 808 แท่น เนื่องจากราคาน้ำมันดิบได้ปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี

+ กำลังการผลิตน้ำมันดิบของลิเบียยังคงอยู่ในระดับต่ำที่ 1.05 ล้านบาร์เรลต่อวัน เนื่องจากการผลิตน้ำมันดิบของแหล่ง El Feel ที่มีกำลังการผลิตอยู่ที่ 70,000 บาร์เรลต่อวันได้หยุดลงตั้งแต่เดือน ก.พ. 61 เนื่องจากมีการประท้วงของพนักงานเกิดขึ้น

+ กาตาร์ออกมาให้ความเห็นว่า สมาชิกทั้งในและนอกกลุ่มโอเปกควรจะคงการลดกำลังการผลิตต่อไปเพื่อให้ราคาน้ำมันดิบยังคงอยู่ในระดับสูง เพื่อเป็นการกระตุ้นให้มีการลงทุนในประเทศเพิ่มมากขึ้น

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากประเทศจีนเริ่มมีการน้ำเข้าน้ำมันลดลงน้อยลง หลังจากมีการประกาศเพิ่มภาษีนำเข้าขึ้น

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากไม่มีความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ที่จะส่งออกน้ำมันดีเซลไปยังทวีปยุโรปได้ อย่างไรก็ตามอุปสงค์ในภูมิภาคยังอยู่ในระดับสูงในช่วงฤดูร้อนนี้

ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 60-65 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 65-70 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ มีแนวโน้มปรับลดลง หลังโรงกลั่นน้ำมันของสหรัฐฯ กลับมาจากการปิดซ่อมบำรุง ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันปรับตัวสูงขึ้น โดยล่าสุด สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 30 มี.ค. 61 ปรับลดลง 4.6 ล้านบาร์เรล เมื่อ สู่ระดับ 425.3 ล้านบาร์เรล

ความร่วมมือระหว่างผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปกยังอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของกลุ่มโอเปกในเดือนมี.ค. รายงานโดยสำนักข่าวรอยเตอร์ ปรับตัวลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 11 เดือน โดยการปรับลดหลักๆ มาจากการแองโกลา ลิเบีย และเวเนซุเอลา