วิเคราะห์ตลาดและแนวโน้ม
เตรียมสะสมหุ้นได้ประโยชน์บาทอ่อน
เมื่อวานหุ้นที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจในประเทศ (Domestic) เช่น KBANK SCB BBL DTAC INTUCH ADVANC STEC CK กดดันดัชนีฯ (ตามคาด) โดยชุดหุ้น Commodity/Global play และ Utilities ยังคง Outperform เช่น PTTGC IVL GLOW ส่วน นลท.ต่างชาติที่ขาย 7.2 พันล้านบาท มาจาก BJC บิ๊กล็อต 6 พันล้านบาท ราคา 46 บ.
วันนี้คาดดัขนีฯ แกว่งในกรอบ แนวรับ 1,565 จุด ต้าน 1,582 จุด ข่าวหนุนจะมาจาก
(1) เมื่อวานแบงก์ชาติรายงาน ภาวะเศรษฐกิจไทย เดือน มิย. เกินดุลการค้า US$bn 2.9 ตามคาด ขณะที่ส่งออก +7.6% y-y โตสูงจากกลุ่ม HDD และทัศนูปกรณ์ และ ธปท.คงเป้าส่งออกทั้งปีที่ 5% (+ หุ้นอิเล็กทรอนิกส์ที่มีลุ้นกลับตัวจากธุรกิจ จอ และ HDD ได้แก่ DELTA CCET) ซึ่งสะท้อนเป้าส่งออกครึ่งปีหลัง +2.7% จากครึ่งปีแรก +7.4% คาดดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดจะเกินดุลลดลง สอดคล้องกับแนวโน้มที่ค่าเงินบาทหลัง กย.เป็นต้นไป เราคงคาดจะกลับมาอ่อนค่า
(2) ประชุม ครม.วันนี้ รอดูข่าว อนุมัติ รถไฟฟ้าสายสีส้มส่วนต่อขยาย และมาตรการบรรเทาทุกข์พื้นที่ประสบอุทกภัยภาคอีสาน
แนวโน้มสัปดาห์นี้คาด Sideways 1,573-1,590 จุด คงคาด ชุดหุ้น Utilities (ปลอดภัย รายได้แน่นอนสัปดาห์นี้คาด BEM BTS outperform) และ Commodity (ไม่กระทบจากเศรษฐกิจในประเทศ) ยังคงเล่นวนรายตัว และแข็งกว่าตลาด แต่จะเริ่มบวกน้อยลง โดยเม็ดเงินคาดจะเริ่มหมุนกลับ เข้าเล่นเก็งกำไรหุ้นตัวเล็กที่ราคาหุ้นปรับฐาน ก่อนหน้านี้ แต่พื้นฐานไม่เปลี่ยน, หุ้นส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ที่ราคาหุ้นลงเพราะวิตกค่าเงินบาทแข็ง แต่เงินบาทในระยะสัปดาห์คาดเริ่มกลับมาอ่อนค่า และจะมีทิศทางอ่อนค่าชัดเจนช่วงเดือน กย.เป็นต้นไป หลัง เฟด เริ่มลดงบดุลลง และตอบรับสัญญาณการขึ้นดอกเบี้ยเดือน ธ.ค.
ส่วนหุ้น Underperform คาดได้แก่ กลุ่มค้าปลีก จากแนวโน้มผลการดำเนินงาน 2Q17 ที่คาดยังแย่ลง จาก SSSG ที่ติดลบ, กำลังซื้อผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมภาคอีสาน หุ้นรับเหมาระยะสั้น คาดมีแรงขาย Sell on fact หลังรู้ผลประมูล เช่นโครงการล่าสุด รถไฟทางคู่ ประจวบ-หัวหิน ที่ ITD ชนะด้วยการแข่งขัน ด้านราคาที่ต่ำกว่าราคากลางถึง 20%, กลุ่มแบงก์ จากกระแสการปรับลดกำไรลง
หุ้นแนะนำวันนี้
ORI แนวรับ 15 บ. ต้าน 15.8 บ. Stop loss 14.7 บ. คาด consensus มีโอกาสปรับกำไรปี 2017-18 ขึ้น 30-20% ตามลำดับ จาก 1) โครงการใหม่ที่บริษัทเปิดตัวมากกว่าคาดเมื่อวานนี้ 2) รายได้ค่าบริหารจัดการ (Management fee) ที่เรียกเก็บจากบริษัท JV ทันทีที่เปิดตัวโครงการใหม่ 7.4 พันล้านบาท ใน 3Q17 นี้ 3) โอกาสบันทึกกำไรพิเศษ (After tax) ราว 200 ล้านบาท ใน 3Q17 จากการขายหุ้นบริษัทย่อย 4 บริษัท ให้ Nomura Real Estate (ซึ่งราคาขายหุ้น บ.ย่อยอิงตามราคาประเมินที่ดินที่เพิ่มขึ้น)
ITEL แนวรับ 5.5 บ. ต้าน 5.9 บ. Stop loss 5 บ. มีลุ้นงานประมูลโครงการอินเตอร์เน็ตชายขอบมูลค่า 8 พันล้านบาท วันนี้ โดยมีผู้ประมูลได้แก่ บ.ย่อยของ TRUE AIS TOT และ ITEL
ปัจจัยที่มีผลต่อตลาด
(+) ตัวเลขเศรษฐกิจโลก สัปดาห์นี้คาด US ISM ภาคการผลิต Revise เพิ่มขึ้นจากคาดการเดิม 54.8 เป็น 56.3 (เดือนก่อน 57.8) ขณะที่ EU PMI จะยังคงทรงตัวเหนือ 56.8 (บวกต่อหุ้น Global play)
(+/-) สภาครองเกรสสหรัฐฯยังคงไม่สามารถผ่าน กม.หลักๆตามที่ ปธน.หาเสียงได้สำเร็จ เช่น การแก้ กม. ประกันสุขภาพ และ Tax reform ที่คาดว่าจะทำไม่ได้ โดยเหลือ แค่การปรับลดอัตราภาษีเล็กน้อย ซึ่งใน 1-2 เดือน ข้างหน้าครองเกรสจะพิจารณาเรื่อง US Debt ceiling อีกครั้ง และ จะเป็นประเด็นที่จับตามองของ
ตลาดหุ้นและอาจส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯปรับฐานในระยะ 1-2 เดือนข้างหน้า แต่จะส่งผลลบจำกัดต่อหุ้น
ไทย ตรงข้ามมองเป็นบวกต่อตลาดหุ้นเกิดใหม่ที่ Laggard หุ้นสหรัฐฯมาตั้งแต่ต้นปี
(0/-) ผลกระทบจากน้ำท่วมจังหวัดสกลนคร และภาคตะวันออกเฉียงเหนือบางส่วน เช่น อุดรฯ โคราช
นครพนม บุรีรัมย์ เบื้องต้นคาดผลผลิตทางการเกษตรเสียหาย 2.3 หมื่นไร่ กระทบ GDP 1 เดือน 0.1% ซึ่ง
ถ้าคิดเป็นรายปี จะไม่มีนัยยะ โดยสาขาของ GLOBAL HMPRO และโรงแรม HOP INN 1 แห่ง ในสกลนคร
ของ ERW อาจกระทบบ้างจากเส้นทางการสัญจรถูกปิด แต่มีประกันครอบคลุมถึงการเสียโอกาสในการขาย
ซึ่งทำให้ไม่กระทบต่อรายได้ และ น้ำท่วมรอบนี้คาดอุปสงค์ในการซ่อมแซมถนน ที่อยู่อาศัย จะไม่ได้เพิ่มขึ้น
มาก ซึ่งผลกระทบระยะถัดไปจะไปตกอยู่กับกลุ่มค้าปลีก ที่กำลังซื้อถูกซ้ำเติมให้หดหายลงไปอีก