เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เช็กรายชื่อ 100 ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ‘ฝ่ายผู้ประกันตน’ ชิงเค้กดูแลเงินกองทุน 2.5 ล้านล้าน
Politics เช็กรายชื่อ 100 ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ‘ฝ่ายผู้ประกันตน’ ชิงเค้กดูแลเงินกองทุน 2.5 ล้านล้าน
เช็กรายชื่อ 85 ผู้สมัครฝั่งนายจ้าง ศึกเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ ทั้งบิ๊กธุรกิจ-ผู้นำหน่วยงาน
Politics เช็กรายชื่อ 85 ผู้สมัครฝั่งนายจ้าง ศึกเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ ทั้งบิ๊กธุรกิจ-ผู้นำหน่วยงาน
กางนโยบาย 6 กลุ่มผู้สมัครชิง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ แก้โจทย์กองทุน 2.5 ล้านล้าน
Politics กางนโยบาย 6 กลุ่มผู้สมัครชิง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ แก้โจทย์กองทุน 2.5 ล้านล้าน
เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เช็กสถานที่-เอกสาร ก่อนเข้าคูหา 11 ต.ค.นีั้
News เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เช็กสถานที่-เอกสาร ก่อนเข้าคูหา 11 ต.ค.นีั้
สก็อตต์ เบสเซนต์ ขุนคลังสหรัฐไม่เข้าร่วมประชุม IMF-World Bank ที่ไทย
World สก็อตต์ เบสเซนต์ ขุนคลังสหรัฐไม่เข้าร่วมประชุม IMF-World Bank ที่ไทย
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี
เสิร์ฟเมนู“ปลานิล” ปลาของพ่อ บนเวที IMF-Worldbank
Biz Movement เสิร์ฟเมนู“ปลานิล” ปลาของพ่อ บนเวที IMF-Worldbank
เปิดพิกัดเทศกาลกินเจ 2569 รวมเมนูเด็ดอาหารเจ ตั้งแต่เยาวราชถึงห้างดัง
Biz Movement เปิดพิกัดเทศกาลกินเจ 2569 รวมเมนูเด็ดอาหารเจ ตั้งแต่เยาวราชถึงห้างดัง
‘วิโรจน์’ ชี้ เพื่อไทย รู้ดีปมฮั้ว ส.ว. บอกถึงเวลาวัดใจ เลือกบ้านเมืองหรืออำนาจ
Politics ‘วิโรจน์’ ชี้ เพื่อไทย รู้ดีปมฮั้ว ส.ว. บอกถึงเวลาวัดใจ เลือกบ้านเมืองหรืออำนาจ
ชงรัฐแก้ 5 โจทย์ใหญ่ปลดล็อกแบงก์-ฟื้นบ้านหลังแรก
Real Estate ชงรัฐแก้ 5 โจทย์ใหญ่ปลดล็อกแบงก์-ฟื้นบ้านหลังแรก
ดูทั้งหมด

ดร.นิเวศน์ เปิดโผท็อป 10 หุ้นเวียดนาม แห่งอนาคต

28 ต.ค. 2566 | 16:10น.
ดร.นิเวศน์ หุ้นเวียดนาม แ

ดร.นิเวศน์ กูรูนักลงทุนวีไอ เปิดโผลงทุนหุ้นเวียดนาม ที่จะกลายเป็นหุ้นที่ใหญ่ที่สุด 10 ตัวแรกของตลาดหุ้นเวียดนามใน 10 ปีข้างหน้า “หุ้น SAB” บริษัทเบียร์ที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนาม มีผู้ถือหุ้นใหญ่คือกลุ่มเบียร์ช้างของไทยมีมาร์เก็ตแคป 134,000 ล้านบาท ติดอันดับ 7

วันที่ 28 ตุลาคม 2566 ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร นักลงทุนเน้นคุณค่า (Value Investor) สมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า การลงทุนในหุ้น ท็อป 10 หรือหุ้นใหญ่ที่สุด 10 ตัวในตลาดแล้วถือไว้ยาวนาน 10-20 ปี โดยไม่ทำอะไรเลย ยกเว้นเมื่อได้รับปันผลก็จะนำเงินนั้นกลับไปลงทุนในหุ้นตัวเดิมไปเรื่อย ๆ น่าจะเป็นกลยุทธการลงทุนที่ดีมาก อย่างน้อยก็น่าจะดีไม่แพ้การลงทุนในดัชนีตลาดหุ้น และนั่นก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในตลาดหุ้นไทยย้อนหลังไป 20 ปี อย่างที่ผมเขียนไว้ในบทความก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ ถ้าคิดจะลงทุนหุ้นแนว “Top-Ten” ผมคิดว่าเราควรจะต้องดัดแปลงให้เหมาะสมกับสถานการณ์และปรับปรุงแนวทางให้ดีขึ้นหลังจากเห็นผลที่เกิดขึ้นแล้ว เหตุผลก็เพราะว่า ข้อแรก เศรษฐกิจและตลาดหุ้นไทยผ่านยุคที่เติบโตหรือรุ่งเรืองไปแล้ว การลงทุนแนว “กึ่ง Passive” ในตลาดหุ้นไทยอาจจะไม่ได้ผลดี

และข้อสอง เราพบว่าหุ้นบางกลุ่ม เช่น หุ้นที่เป็นแนวโภคภัณฑ์ที่อยู่ใน Top-Ten ให้ผลตอบแทนที่ไม่ดีในระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อเศรษฐกิจของประเทศเติบโตขึ้น และการผลิตสินค้าโภคภัณฑ์ลดความสำคัญลงไปเรื่อย ๆ

ความคิดของผมก็คือ เราควรเลือกตลาดหุ้นใหม่ที่กำลังเติบโตเร็ว นั่นก็คือ ตลาดหุ้นเวียดนาม และแทนที่จะเลือกหุ้นใหญ่ที่สุดในปัจจุบัน 10 ตัว เราควรเลือกหุ้นที่จะ “ใหญ่ที่สุดในอนาคต 10 ตัว” หรือจะเรียกว่า ลงทุนในหุ้น “Future Top-Ten” โดยที่เมื่อเลือกแล้ว เราก็จะถือหุ้นไว้ 10 ปี โดยไม่ทำอะไรเลย ยกเว้นการนำเงินปันผลกลับไปลงทุนในหุ้นตัวเดิมไปเรื่อย ๆ

วิธีเลือกหุ้น Top-Ten ในอนาคต 10 ปีข้างหน้านั้น ถ้าใช้วิธีการวิเคราะห์ของผู้เชี่ยวชาญจะเป็นเรื่องที่ยากมาก ใครจะไปรู้ว่าบริษัทไหนจะโตเร็วเป็น “ซุปเปอร์สต็อก” และกลายเป็นหุ้น Top Ten ภายใน 10 ปี? และถ้ารู้อย่างนั้นจริง เขาก็คงไม่มาลงทุนแบบกึ่ง Passive แน่

แต่เรารู้ว่าหุ้นที่เป็น Top-Ten อยู่นั้น มักจะมีโอกาสที่จะเป็น Top-Ten ต่อไปในอนาคต เพราะมันตัวใหญ่และมีความได้เปรียบในการแข่งขัน อย่างน้อยในเรื่องของ Economies of Scale หรือการประหยัดในเรื่องของต้นทุนการผลิตโดยเฉพาะในสังคมของประเทศที่ยังไม่ได้เน้นเรื่องของเทคโนโลยี อย่างเช่น ไทยหรือเวียดนาม ซึ่งสถิติที่พบก็คือ หุ้น Top-Ten ของไทย 10 ตัว มีถึง 4 ตัวที่ยังเป็นหุ้น Top-Ten อยู่หลังจากเวลาผ่านไปถึง 20 ปี

ดังนั้น วิธีที่ง่ายและน่าจะได้ผลดีในการที่จะหาหุ้น Top-Ten แห่งอนาคตก็คือ หาจากหุ้นที่ใหญ่ที่สุด อาจจะประมาณ 20 ตัว โดยเริ่มจากตัวที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบัน จากนั้นก็ไล่ลงมาเรื่อย ๆ แต่ถ้าพบว่าหุ้นตัวนั้นอยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกับหุ้นที่ได้รับการคัดเลือกไปก่อนหน้าแล้ว เราก็ตัดหุ้นตัวนั้นทิ้ง เพราะเราต้องการกระจายความเสี่ยงของพอร์ต ไม่ต้องการให้มีหุ้นในอุตสาหกรรมเดียวกันในหุ้น 10 ตัวของเรา

นอกจากนั้น ถ้าพบว่าหุ้นที่เราจะเลือกเป็นหุ้นที่ขายสินค้าโภคภัณฑ์ที่ผลประกอบการผันผวนมากและขึ้นอยู่กับราคาวัตดุดิบมาก ๆ เช่น เหล็กหรือสินค้าการเกษตรบางอย่าง เราก็จะพิจารณาตัดออก เพราะหุ้นเหล่านั้นในระยะยาวแล้ว ก็ยากที่จะมีผลประกอบการที่ดีอย่างต่อเนื่องและเติบโตกลายเป็นหุ้น Top-Ten ในอีก 10 ปี ข้างหน้า

จากเกณฑ์การคัดเลือกดังกล่าว หุ้นตัวแรกสำหรับการค้นหาหุ้น “Top-Ten แห่งอนาคต” ของตลาดหุ้นเวียดนามก็คือ

หุ้น VCB

หุ้น VCB หรือเวียดคอมแบงก์ที่เป็นหุ้นใหญ่ที่สุดของเวียดนามในปัจจุบันด้วยมาร์เก็ตแคปที่ประมาณ 710,000 ล้านบาท และนั่นทำให้เราต้องตัดหุ้นแบงก์อื่นอีกอย่างน้อย 4 ตัว ที่มูลค่าหุ้นติด Top Ten ในปัจจุบันออก

หุ้น VHM

หุ้นตัวที่ 2 ที่ถูกคัดเลือกคือหุ้น VHM หรือหุ้นวินโฮม บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนามที่มีมาร์เก็ตแคปถึง 290,000 ล้านบาท ใหญ่กว่าหุ้นบ้านจัดสรรที่ใหญ่ที่สุดของไทยในปัจจุบันถึง 3 เท่า และผมเชื่อว่ามีโอกาสที่จะยังติด Top-Ten ในอีก 10 ปีข้างหน้า

หุ้น GAS

หุ้นตัวที่ 3 คือหุ้น GAS หรือปิโตรเวียดนามที่คล้ายกับหุ้น ปตท. ของไทย ที่ปัจจุบันมีมาร์เก็ตแคปอยู่ที่ 286,000 ล้านบาท หุ้นตัวที่ 4 คือหุ้น VNM หรือวินนามิลค์ บริษัทผลิตและขายผลิตภัณฑ์นมที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนาม ที่มีส่วนแบ่งการตลาดครอบงำคู่แข่งอื่น ๆ

และตัวเลือกอันดับ 5 คือหุ้น FPT ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนามที่มีความสามารถในการรับจ้างเขียนโปรแกรมขายให้กับบริษัทชั้นนำทั้งโลก โดยที่ปัจจุบัน FPT เป็นหุ้นใหญ่อันดับ 10 ในตลาดและมีมูลค่าหุ้นที่ประมาณ 176,000 ล้านบาท

หุ้น MSN

หุ้นตัวที่ 6 คือหุ้น MSN หรือหุ้นมาซันกรุ้ป ผู้นำด้านการผลิตอาหาร เช่น เนื้อสัตว์และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และธุรกิจเกี่ยวกับสินค้าผู้บริโภคอีกหลายอย่าง และในปัจจุบันใหญ่เป็นอันดับ 12 ของตลาดหุ้น

หุ้น SAB

หุ้นตัวที่ 7 คือหุ้น SAB หรือ ซาเบโก้ บริษัทเบียร์ที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนามและมีผู้ถือหุ้นใหญ่คือกลุ่มเบียร์ช้างของไทยที่มีมาร์เก็ตแคปประมาณ 134,000 ล้านบาท

หุ้น NWG

หุ้นตัวที่ 8 คือหุ้น MWG หรือโมบายเวิลด์ ที่เป็นหุ้นที่บางคนเรียกว่า “ราชันแห่งผู้ค้าปลีก” เพราะคุมตลาดโทรศัพท์มือถือและเครื่องใช้ไฟฟ้าของเวียดนามกว่า 50% นอกจากนั้น ยังมีร้านค้าปลีกอีกหลายอย่างรวมถึงซุปเปอร์มารเก็ตขนาดเล็กที่กำลังเติบโตในเวียดนาม แต่บริษัทยังมีมาร์เก็ตแคปที่เล็กประมาณ 98,000 ล้านบาท ในปัจจุบัน อานิสงค์จากกำไรที่ลดลงมากจากธุรกิจมือถือที่ประสบปัญหาหนักเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาในปัจจุบัน

หุ้น VRE

หุ้นตัวที่ 9 คือหุ้น VRE หรือวินคอมรีเทล “เจ้าพ่อช้อปปิ้งมอลล์” คล้าย ๆ หุ้น CPN ของไทย แต่มีมาร์เก็ตแคป อยู่ที่ 91,000 ล้านบาท หรือเล็กกว่า CPN 3 เท่า และเป็นหุ้นใหญ่อันดับที่ 20 ของเวียดนามในปัจจุบัน

หุ้นตัวสุดท้ายที่ผมคิดว่าจะมีโอกาสติด Top-Ten ในอีก 10 ปีข้างหน้าก็คือหุ้น ACV หรือหุ้นสนามบินหลัก ๆ ของเวียดนามที่คล้าย ๆ กับหุ้น AOT ของไทย ที่ปัจจุบันยังไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ แต่สามารถซื้อขายในตลาด OTC เหมือนหุ้นในตลาดเหมือนกัน เพียงแต่มีกฎเกณฑ์และมาตรฐานน้อยกว่า

อย่างไรก็ตาม ภายในเวลาไม่เกิน 10 ปี ก็คงต้องเข้าตลาดแน่นอน เพราะมันเป็นหุ้นที่ใหญ่มากอยู่แล้วตั้งแต่วันนี้ที่มาร์เก็ตแคปสูงถึงประมาณ 240,000 ล้านบาท

และทั้งหมดนั้นก็คือหุ้นที่ผมคาดว่ามีโอกาสที่จะกลายเป็นหุ้นที่ใหญ่ที่สุด 10 ตัวแรกของตลาดหุ้นเวียดนามใน 10 ปีข้างหน้า แน่นอนว่าแทบจะเป็นไปไม่ได้ว่าจะถูกทั้งหมด แต่ผมเชื่อว่าน่าจะต้องมีอย่างน้อย 5 ตัว ที่จะอยู่ใน Top-Ten ส่วนอีก 5 ตัวที่เหลือผมก็คิดว่าส่วนใหญ่น่าจะอยู่ในอันดับสูง

เช่น อยู่ในอันดับ Top-Twenty เหตุผลก็คือ มันเป็นหุ้นที่เป็นผู้ชนะและมีขนาดค่อนข้างจะใหญ่มากอยู่แล้วในปัจจุบัน ดังนั้นมันจึงสามารถเติบโตไปกับการเติบโตของเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของเวียดนามได้ไม่ยาก

และผมก็คิดว่า ผลตอบแทนที่ตามมาจากการลงทุนถือหุ้นตามพอร์ตหุ้น “Top-Ten แห่งอนาคต”

กลุ่มนี้น่าจะให้ผลตอบแทนได้ไม่น้อยกว่าปีละ 10% แบบทบต้นและดีกว่าการลงทุนในกองทุนรวมอิงดัชนีที่ต้องเสียค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายที่สูงพอสมควร โดยที่มีความเสี่ยงของการลงทุนไม่สูงเกินไป

และโดยที่เราแทบจะไม่ต้องทำอะไรมาก เช่นเดียวกับไม่ต้องเป็นนักลงทุนที่เก่งฉกาจและทำงานหนักเหมือนอย่าง VI หลาย ๆ คนที่ออกไปลงทุนในต่างประเทศ