หุ้นเวียดนามยกระดับ ขึ้นแท่นดัชนีตลาดเกิดใหม่ FTSE Russell
ตลาดหุ้นเวียดนามได้รับการปรับระดับสู่ “ตลาดเกิดใหม่” ของ FTSE Russell จากระดับ “ตลาดชายขอบ” ถือเป็นความสำเร็จ เปิดทางให้มีเม็ดเงินลงทุนมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์จากนักลงทุนทั่วโลกไหลเข้ามา
รอยเตอร์ (Reuters) รายงานว่า FTSE Russell ผู้จัดทำดัชนีระดับโลกปรับสถานะตลาดหุ้นเวียดนามสู่ดัชนีตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market Indexes) ในวันนี้ (21 กันยายน 2026) นับเป็นหมุดหมายสำคัญของตลาดหุ้นเวียดนามหลังจากที่มีการปฏิรูปมานานหลายปีเพื่อดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ
การจัดประเภทใหม่จากตลาดชายขอบเป็นตลาดเกิดใหม่คาดว่าจะช่วยขยายการเข้าถึงเงินทุนสำหรับบริษัทเวียดนาม ช่วยให้ประเทศบรรลุเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ทะเยอทะยาน 10% ขณะที่รัฐบาลพรรคเดียวผ่อนคลายข้อจำกัด ผู้เล่นในตลาดต่างมองไปที่ MSCI ผู้จัดทำดัชนีระดับโลกอีกรายจะปรับเพิ่มอันดับตามในที่สุดหรือไม่
ผู้จัดทำดัชนีคาดการณ์ว่าการนำหุ้นเวียดนามเข้ารวมในดัชนีนี้อาจดึงดูดเม็ดเงินลงทุนไหลเข้าสู่เวียดนามได้สูงถึง 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (1.9 แสนล้านบาท) โดยเวียดนามถูกจัดอยู่ในบัญชีน่าจับตามาตั้งแต่ปี 2018 เพื่อเตรียมยกระดับเข้าสู่กลุ่มตลาดเดียวกับจีนและอินเดีย
ดัชนีหุ้นหลักของเวียดนาม (.VNI) เปิดตลาดปรับตัวสูงขึ้น 0.54% ในวันนี้ โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มธนาคาร ก่อนที่จะย่อตัวลงเล็กน้อยในเวลาต่อมา
กระแสคาดการณ์เรื่องการปรับสถานะตลาดช่วยกระตุ้นความสนใจของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อหุ้นเวียดนามอีกครั้ง ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์โฮจิมินห์ระบุว่า ในสัปดาห์ที่ผ่านมานักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อสุทธิหุ้นมูลค่า 2.7 ล้านล้านดอง (104 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) หรือราว 3.4 พันล้านบาท อย่างไรก็ตาม หากมองในภาพรวม นักลงทุนกลุ่มนี้ยังคงมียอดขายสุทธิสะสมอยู่ที่ประมาณ 91 ล้านล้านดอง (ราว 1.6 แสนล้านบาท)
อย่างไรก็ตาม โทมัส เหวียน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานตลาดโลกของ SSI Securities Corporation ซึ่งเป็นบริษัทนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศในแง่ส่วนแบ่งการตลาด กล่าวว่า ความสนใจดังกล่าวมีแนวโน้มที่จะแผ่วลงหลังจากผ่านพ้นช่วงตื่นตัวในระยะแรกไปแล้ว
“ผมคาดว่าภาวะตลาดจะยังคงค่อนข้างซบเซาไปจนกว่าจะเข้าใกล้ปี 2027” เหวียนกล่าว
กระบวนการเปลี่ยนผ่านนี้จะแบ่งออกเป็น 4 ระยะจนถึงปี 2027 โดยจะมีการเพิ่มสัดส่วนหุ้นเข้าสู่ดัชนี 10% ในเดือนกันยายน ตามด้วยอีก 20% ในเดือนมีนาคม และอีกระยะละ 35% ในเดือนมิถุนายนและกันยายนของปีหน้าตามลำดับ
ภายหลังการยกระดับสถานะดังกล่าว Vanguard บริษัทจัดการสินทรัพย์ระดับโลก มีแผนที่จะเพิ่มการลงทุนในเวียดนามเป็นมูลค่าประมาณ 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 83,000 ล้านบาท) ในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้า
อย่างไรก็ตาม ยังคงมีข้อกังวลบางประการ เช่น ข้อจำกัดด้านสัดส่วนการถือครองหุ้นของนักลงทุนต่างชาติ และข้อจำกัดเรื่องปริมาณหุ้นที่หมุนเวียนในตลาดของบริษัทบางแห่ง
ความสำเร็จครั้งสำคัญนี้ยังช่วยปลุกความคาดหวังเกี่ยวกับการได้รับการยกระดับสถานะจาก MSCI ในอนาคตอีกด้วย นักลงทุนมองว่าการนำระบบหักบัญชีและชำระราคาผ่านคู่สัญญาหลัก (Central Counterparty Clearing หรือ CCP) มาใช้ ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในปี 2027 อาจช่วยให้เวียดนามเข้าใกล้เกณฑ์มาตรฐานด้านการเข้าถึงตลาดของ MSCI มากขึ้น
เหวียนกล่าวว่า การเปิดตัวระบบหักบัญชีและชำระราคาผ่านคู่สัญญาหลักจะเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งต่อความพยายามของเวียดนามในการได้รับการยกระดับสถานะจาก MSCI ในอนาคต