เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
รัฐบาลจ่อถก 5 จังหวัดอีสานตอนบน​ ชงโครงการของบ ‘ครม.สัญจร​‘ อุดรธานี​
Politics รัฐบาลจ่อถก 5 จังหวัดอีสานตอนบน​ ชงโครงการของบ ‘ครม.สัญจร​‘ อุดรธานี​
ราคาทองวันนี้ (20 ต.ค. 69) ร่วงลง 500 บาท รูปพรรณบาทละ 66,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (20 ต.ค. 69) ร่วงลง 500 บาท รูปพรรณบาทละ 66,550 บาท
ไอเดียร์ แจง สามีเคยถือจริง หุ้น Mixed Order Limited แต่ขายออกก่อนรับตำแหน่ง สส.
Politics ไอเดียร์ แจง สามีเคยถือจริง หุ้น Mixed Order Limited แต่ขายออกก่อนรับตำแหน่ง สส.
ค่าเงินบาทวันนี้ (20 ต.ค. 69) เปิดตลาดอ่อนค่า 33.60 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (20 ต.ค. 69) เปิดตลาดอ่อนค่า 33.60 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
จับตา! ครม.ไฟเขียว หมื่นล้าน ‘เยียวยาน้ำท่วม’ เฟส 2 มาตรการรักษาเสถียรภาพราคาพืชเกษตร
Politics จับตา! ครม.ไฟเขียว หมื่นล้าน ‘เยียวยาน้ำท่วม’ เฟส 2 มาตรการรักษาเสถียรภาพราคาพืชเกษตร
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (20 ต.ค. 69) ปรับลง 0.43% อยู่ที่ 81,686 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (20 ต.ค. 69) ปรับลง 0.43% อยู่ที่ 81,686 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (20 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
News ราคาน้ำมันวันนี้ (20 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
‘ซีพีแรม’ ขยับพอร์ตเจขาย 365 วัน ชิงตลาด 4.9 หมื่นล้าน
Business ‘ซีพีแรม’ ขยับพอร์ตเจขาย 365 วัน ชิงตลาด 4.9 หมื่นล้าน
วงร็อกชื่อดัง SWEET MULLET ประกาศการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ 2 สมาชิกยุติบทบาทสมาชิก
Biz Movement วงร็อกชื่อดัง SWEET MULLET ประกาศการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ 2 สมาชิกยุติบทบาทสมาชิก
เปิดตัว “ต้นสน เส้นเกาหลี” รับกระแส K-Food ชูจุดขายเส้นใส นุ่ม หนึบเด้ง อร่อยง่ายทุกเมนู
Business เปิดตัว “ต้นสน เส้นเกาหลี” รับกระแส K-Food ชูจุดขายเส้นใส นุ่ม หนึบเด้ง อร่อยง่ายทุกเมนู
ดูทั้งหมด

ธปท.ย้ำเศรษฐกิจฟื้นตัวต่อเนื่อง-ดิจิทัลวอตเลตตัวเสริมจีดีพีปี 67 โตได้ 3.8%

29 พ.ย. 2566 | 17:21น.
ปิติ ดิษยทัต

ธปท.ประเมินเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวต่อเนื่อง ชี้ ท่องเที่ยว-ส่งออกแรงหนุนจีดีพี เผยปี 66 จีดีพีโต 2.4% ส่วนปี 67 รวมดิจิทัลวอตเลต 3.8% ลั่นเศรษฐกิจไทยเดินมาไกลจากช่วงโควิด ทยอยกลับสู่ระดับศักยภาพ 3% ย้ำมาตรการดิจิทัลวอตเลตเป็นตัวเสริม ด้านนโยบายการเงิน มองดอกเบี้ย 2.50% ต่อปี สอดคล้องกับเศรษฐกิจ-น้ำหนักปัจจัยเสี่ยงด้านต่ำ-ด้านสูง รับส่งผ่านระบบแบงก์ 1.5-1.8% รับภาระหนี้เพิ่ม แต่มีมาตรการช่วยเหลือดูแล

วันที่ 29 พฤศจิกายน 2566 นายปิติ ดิษยทัต ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และเลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยยังอยู่ในทิศทางฟื้นตัวต่อเนื่อง และมีทิศทางขยายตัวสมดุลขึ้นในปี 2567 และ 2568 จากอุปสงค์ในประเทศ การท่องเที่ยว และการฟื้นตัวของภาคการส่งออก

เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวต่อเนื่อง

โดยกนง.ได้ปรับประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจไทยในปี 2566 จากเดิม 2.8% เหลือ 2.4% และในปี 2567 อยู่ที่ 3.2% จาก 4.4% ทั้งนี้ หากรวมผลของโครงการกระเป๋าเงินดิจิทัล อัตราการขยายตัวในปี 2567 คาดว่าจะอยู่ที่ 3.8% ลดลงจาก 4.4% ที่ประเมินไว้ในการประชุมครั้งก่อน

“หน้าตาการขยายตัว แม้ว่าภาคการส่งออกจะเป็นลบในปี 66 แต่ในปี 67 การส่งออกจะเป็นแรงส่ง รวมกับนักท่องเที่ยว และภาคบริการ จะสมดุลขึ้น และเป็น Safe of Growth แต่หากรวมผลดิจิทัลวอตเลตปี 67 อยู่ที่ 3.8% ลดลงจาก 4.4% เป็นการลดลงจากนักท่องเที่ยวที่เข้ามาน้อยกว่าประมาณการ 5 แสนคน จาก 35 ล้านคน เหลือ 34.5 ล้านคน และดิจิทัลวอตเลตเข้ามาช้ากว่าเดิม รวมถึงเม็ดเงินที่ลดลง”

ยันเศรษฐกิจฟื้นได้ ชี้ ดิจิทัลวอลเลตแค่ตัวเสริม

ทั้งนี้ หากมองเศรษฐกิจไปข้างหน้า จะเห็นว่าในช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19 ในปี 2562-2563 ถึงปัจจุบัน ถือว่าเศรษฐกิจไทยเดินหน้ามาไกลพอสมควร คนเริ่มมีงานทำเพิ่มขึ้นเท่ากับช่วงก่อนโควิด-19 และในแง่ของรายได้ หรือจีดีพีกลับมาเทียบเท่าช่วงโควิด-19 ขณะที่อัตราเงินเฟ้อได้กลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายจากที่เคยไปแตะสูงสุดเกือบ 8%

ส่วนหนึ่งมาจากนโยบายการเงิน-การคลัง และมาตรการทางการเงิน ทำให้เศรษฐกิจสามารถผ่านพ้นไปได้ และปัจจุบันอยู่ในช่วงทยอยฟื้นตัว และปูพื้นไปสู่การเติบโตระดับศักยภาพระยะยาว

ดังนั้น หากมองภาพนับจากโควิด-19 ในช่วง 2-3 ปี ถือว่าภาพรวมเศรษฐกิจองค์รวมฟื้นตัวต่อเนื่อง และลักษณธการฟื้นตัวที่ก่อนหน้ามีความแตกต่างเริ่มกระจายดีขึ้นระดับหนึ่ง และในภาวะที่ทั่วโลกเจอภาวะช็อกจากเงินเฟ้อ จะเห็นว่าของไทยดีกว่าต่างประเทศที่มีอัตราเงินเฟ้อค้างนานในระดับ 4-5% ทำให้นโยบายการเงินไม่จำเป็นต้องกระชากแรงตามต่างประเทศ

“ปีนี้เศรษฐกิจอาจจะซอฟต์กว่าคาด แต่มองขยายตัวดีขึ้น และการส่งออกดีขึ้น เงินเฟ้ออยู่ในกรอบ ส่วนมาตรการกระตุ้นภาครัฐตอนนี้อยู่ระหว่างการออกแบบ แต่เศรษฐกิจอยู่ที่ 3% บวกลบ โดยในปี 67 เป็นการขยายตัวระดับใกล้ศักยภาพ และหากมีมาตรการกระตุ้นก็ช่วยเสริม แต่ในปี 68 มาตรการต่างๆ จะทยอยหมดลง”

คงดอกเบี้ย 2.50% เหมาะสม

สำหรับทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินในระยะต่อไปนั้น จะเห็นว่าคณะกรรมการฯ ได้มองเศรษฐกิจระยะข้างหน้า ซึ่งอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (RP) ระดับ 2.50% ต่อปี ถือว่าอยู่ในจุดสมดุลเหมาะสมกับศักยภาพ (Neutral Rate) และหากมองภายใต้สมมุติฐานยังสามารถรองรับเหตุการณ์ได้ระดับหนึ่ง และสามารถชั่งน้ำหนักระหว่างความเสี่ยงด้านต่ำและด้านสูง ซึ่งไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปจากที่ประเมินไว้ก่อนหน้านี้

“ดอกเบี้ยในระดับดังกล่าว ถือว่าสอดคล้องกับเศรษฐกิจ และรูปแบบการขยายตัวเศรษฐกิจ โดยน้ำหนักเงินเฟ้อกลับเข้ากรอบเป้าหมาย เสถียรภาพการเงิน จะเห็นว่าดอกเบี้ยในระดับปัจจุบันมีส่วนไม่ให้หนี้สินโตเร็ว และดอกเบี้ยที่ขึ้นมาระดับ 2% ถือว่าต่ำกว่าประเทศพัฒนา และการส่งผ่านไม่สูงมาก ถือว่าอยู่ในโหมดกลับสู่สภาพปกติ จึงเป็นภาพการของการคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 29 พ.ย.นี้”

ส่งผ่านดอกเบี้ย M Rate ระดับ 1.5-1.8%

สำหรับการส่งผ่านอัตราดอกเบี้ยนโยบายการเงินนั้น จะเห็นว่าเป็นสิ่งที่ ธปท. คำนึงถึง ซึ่งจากการปรับอัตราดอกเบี้ย 2% ต่อปี ได้ส่งผ่านไปสู่อัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี (MLR) และอัตราดอกเบี้ยรายย่อยชั้นดี (MRR) เฉลี่ยอยู่ที่ 1.5-1.8% ต่อปี หรือราว 60-70% ซึ่งในแง่ของผลกระทบต่อลูกหนี้มีความแตกต่างพอสมควร ยอมรับว่าภาระโดยรวมเพิ่มขึ้นจริง แต่ก็มีมาตรการทางการเงินที่คอยดูแลเฉพาะจุดอยู่

ขณะที่ผลกระทบต่อคุณภาพสินเชื่อนั้น มองว่าอัตราดอกเบี้ยเป็นเพียงปัจจัยหนึ่งเท่านั้น แต่ยังอยู่กับภาวะของธุรกิจ และสภาพเศรษฐกิจโดยรวมด้วย อย่างไรก็ดี หนี้ที่ด้อยขึ้นจะเป็นในส่วนของหนี้สินเชื่อรถยนต์ และธุรกิจเอสเอ็มอีขนาดเล็ก แต่ทั้งนี้ จะเห็นว่าธนาคารพาณิชย์มีแผนการดูแลคุณภาพหนี้และสินเชื่อกล่าวถึงเป็นพิเศษ (SM) อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการฯ ยังคงติดตามอย่างใกล้ชิด

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ธปท. เศรษฐกิจไทย